ไม่โทษใครแต่โกรธตัวเอง! สาวโพสต์เตือนอุทาหรณ์รอยสัก หมดอนาคตพยาบาล

เปิดใจสาวโพสต์เตือนรอยสัก ทำให้อดเข้ารับหารบรรจุเป็นพยาบาล เจ้าตัวยอมรับออกมาแชร์เรื่องดังกล่าว อยากให้วัยรุ่นคิดก่อนทำ ไม่อยากให้มาเสียใจแบบตน

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่ง โพสต์ภาพรอยสักที่มือ และข้อความระบุว่า เพราะสิ่งนี้จึงทำให้อดรับราชการเป็นพยาบาล มีผู้เข้าความแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ทั้งให้กำลังใจ และมีกระแสดราม่าต่อว่า

 วันนี้ (5 ม.ค. 61) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่พูดคุยกับ นางสาวอารยา สุกแสง หรือน้องลูกปาล์ม อายุ 22 ปี ชาว อ.เมือง จ.เพชรบุรี เล่าว่า ตอนนี้ตนทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี จากการทำงานรู้สึกเหนื่อยมาก รู้ตัวว่าเรียนมาน้อย และเมื่อมาเห็นการทำงานของพยาบาลในโรงพยาบาล ทำให้รู้สึกชอบและคิดได้ว่าหากยังอยู่แบบนี้คงลำบากและเป็นที่พึ่งให้กับพ่อและแม่ที่มีอายุมากแล้วไม่ได้ จึงอยากที่จะกลับไปเรียน โดยตั้งใจว่าจะไปสมัครเรียนผู้ช่วยพยาบาลที่วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า แต่เมื่อเดินทางไปสมัครเจ้าหน้าที่เห็นรอยสักที่แขนและข้อมือก็บอกว่าตนเองไม่สามารถสมัครได้ เพราะมีรอยสัก ทำให้รู้สึกน้อยใจ ท้อใจ แต่ไม่ได้โกรธเจ้าหน้าที่ กลับรู้สึกโกรธตัวเองที่ตอนเป็นวัยรุ่นไม่เคยเชื่อพ่อและแม่ ที่เคยเตือนว่า อย่าทำตัวเสเพล มัวแต่จะเอาตามอย่างเพื่อนๆ ซึ่งเพื่อนๆตนเองส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนหนังสือจึงไม่มีผลกระทบอะไร แต่เมื่อมาเจอเข้ากับตัวเองมีผลกระทบไปหมด ไม่ว่าจะไปสมัครงานบางแห่งจะรับอยู่แล้วแต่พอเห็นรอยสักก็ดึงใบสมัครกลับไปทันที และปฏิเสธการรับเข้าทำงาน รวมทั้งล่าสุดที่ตนเองจะไปสมัครเรียนเป็นผู้ช่วยพยาบาลก็ไม่สามารถสมัครเข้าเรียนได้

นางสาวอารยา สุกแสง หรือน้องลูกปาล์ม

ทั้งนี้น้องลูกปาล์ม จึงอยากขอเตือนน้องๆ ว่าดูตัวอย่างจากตนว่าจะทำอะไรคิดเสียก่อนว่าจะมีผลกระทบอย่างไร จนมาถึงวันนี้เมื่อคิด ก็เกิดผลกระทบหลายอย่างแล้ว จึงนำมาโพสต์ของตนในเฟสต์บุ๊กก็เพื่อเตือนน้องๆ อย่าเอาเยี่ยงอย่าง

นอกจากนี้ คุณธนัชภัค เมืองชู ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับ นพ.รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร ผู้อำนวยการสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งดูแลวิทยาลัยพยาบาล 30 แห่งทั่วประเทศ กล่าวว่า โดยหลักการเวลาจะสอบเข้าเรียนพยาบาล จะมีทั้งการสอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ และตรวจร่างกาย ซึ่งการตรวจร่างกายจะตรวจหาโรค11โรคที่จะเป็นอุปสรรคต่อการข้าเรียนเช่น โรคหัวใจ โรคตาบอดสีอย่างรุนแรง วัณโรค รวมถึงจะตรวจความผิดปกติทางผิวหนังเช่น โรคเรื้อน, ผิวด่างขาว ซึ่งถ้ามีรอยสักบางตำแหน่งที่สำคัญเช่นใบหน้า มือ แขน หรือ นอกร่มผ้าที่มากเกินไป ก็อาจจะเป็นอุปสรรคด้านบุคลิกภาพ แต่ก็ไม่ได้เป็นข้อห้ามที่ไม่สามารถเข้าเรียนได้ หรือบรรจุข้าราชการตามกฎของ กพ. แต่บางสาขาวิชาชีพจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยห้ามอย่างเด็ดขาด เช่น ผู้พิพากษา เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี พูดคุยกับ นพ.รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร ผู้อำนวยการสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข

จากกรณีนี้ หญิงสาวรายนี้สามารถไปลบรอยสักได้ เนื่องจากเทคโนโลยีปัจจุบันสามารถทำให้ผิวกลับมาใกล้เคียงกับผิวปกติ จึงไม่น่าจะมีปัญหาในการเข้าสอบบรรจุ เพราะไม่มีข้อห้ามว่าคนที่ผ่านการลบรอยสักจะไม่สามารถสอบบรรจุได้

ตามภาพหญิงสาวรายนี้ มีรอยสักที่มือ ซึ่งหากสวมถุงมือก็จะปกปิดได้ แต่ในการดูแลผู้ป่วยทั่วไป ไม่มีการสวมถุงมือ ดังนั้นก็อาจจะทำให้ดูไม่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ต้องไปดูในรายละเอียดอีกทีว่า เหตุผลแท้จริงที่ไม่สามารถสอบบรรจุพยาบาลได้ เพราะเหตุใด อาจจะไม่ใช่เฉพาะผิวหนังอย่างเดียว ที่ผ่านมา ตนไม่เคยเห็นบุคลากรทางการแพทย์ที่มีรอยสักนอกร่มผ้า โดยเฉพาะนักศึกษาพยาบาล จะเข้มงวดเรื่องบุคลิกภาพมาก เพราะแสดงถึงความน่าเชื่อถือ ความสะอาด และพยาบาลต้องเป็นแบบอย่างของผู้ที่มีสุขภาพดีให้แก่ประชาชนด้วย

keyboard_arrow_up