ป้า แฉ! ‘นายตำรวจใหญ่’ ไกล่เกลี่ยหวย 30 ล้าน เคยทำคดีที่ดินเสียหายถึงขั้นถูกสอบวินัย

ความคืบหน้าคดีหวยอลวล 30 ล้านบาท โดยวันนี้ ทนายความ พร้อมด้วย อดีตนายตำรวจ และครอบครัว เดินทางเข้าพบผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ตรวจสอบนายตำรวจใหญ่ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินหวย 30 ล้านบาทหรือไม่ ล่าสุดผู้เสียหายรายหนึ่งเปิดเผยว่านายตำรวจคนดังกล่าว เคยถูกเรียกสอบวินัย ในคดีที่ดินของตนเองมาก่อน เนื่องจากทำคดีไม่ตรงไปตรงมา

วันที่ 12 ธ.ค.60 กรณีหวยอลวน 30 ล้านที่ จ.กาญจนบุรี ซึ่งยังไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของตัวจริง แต่วันนี้ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขามูลธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน พร้อม ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตตำรวจ ผู้ที่นำลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ไปขึ้นเงินจำนวน 30 ล้านบาท โดยลุงจรูญออกมาเปิดเผยว่ามีนายตำรวจใหญ่ท่านหนึ่ง ซึ่งได้นัด ร.ต.ท.จรูญ ไปเจรจาต่อรอง เรื่องเงิน ที่บ้านของนายตำรวจท่านนี้

ล่าสุด มีคุณป้าท่านหนึ่ง ออกมาเปิดเผยว่า ตนเคยมีคดีความเรื่องที่ดินในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีมาก่อน และมีนายตำรวจใหญ่ท่านนี้เป็นตำรวจเจ้าของสำนวน ซึ่งตนสงสัยว่าทำสำนวนแบบไม่ตรงไปตรงมา ตนจึงร้องเรียนจนมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยตำรวจชุดทำคดี แต่ต่อมามีการเจรจายินยอมกันได้ ตนจึงยอมถอนคำร้องให้ตรวจสอบวินัย ก่อนจะมาเห็นข่าวปัญหาหวย 30 ล้านบาท ซึ่งมีนายตำรวจคนดังกล่าวมีชื่อเกี่ยวข้องด้วย

วันนี้ คุณธนัชภัค เมืองชู ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่ จ.นครปฐม เพื่อพบกับป้าแมว นามสมมุติ อายุ 62 ปี สาวเมืองกาญจนบุรี ที่ย้ายมาอาศัยอยู่ที่ จ.นครปฐม เพื่อสอบถามข้อมูลที่เกิดขึ้น

ป้าแมว เล่าว่า เมื่อปี 2550 ตนได้ซื้อที่ดินจากลูกสะใภ้ในราคาล้านกว่าบาท จำนวน 5 ไร่ ใน จ.สุพรรณบุรี โดยได้จ่ายเงินครบแล้วแต่ยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ ต่อมาพบว่ามีคนเข้ามาลักลอบขุดหน้าดินไป ตนจึงได้ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีบุกรุก ลักทรัพย์ ทำให้เสียทรัพย์ซึ่งเป็นคดีอาญา ซึ่งความเสียหายจากการถูกลักขุดหน้าดินไปขายประมาณ 2 ล้านบาท ขณะนั้นนายตำรวจใหญ่คนนี้เป็นผู้กำกับโรงพักที่เกิดเหตุ แต่นายตำรวจท่านนี้บอกว่าเป็นแค่เรื่องซื้อขายที่ดิน

ทั้งที่ในสัญญาไม่มีลายเซ็นต์ของตนหรือลูกสะใภ้ รวมถึงเลขที่โฉนด และตอนแรกจะไม่สั่งฟ้องดำเนินคดีให้กับตนด้วย แต่ตนไปร้องเรียนกับผู้บังคับบัญชาของเขา จนสุดท้ายก็มีคำสั่งฟ้องส่งไปให้อัยการ และมีการสู้คดีเรื่อยมา ซึ่งอัยการท่านแรกดำเนินคดีเต็มที่ ตามความเป็นจริง แต่ต่อมามีคำสั่งย้ายไปราชการที่อื่น โดยไม่ทราบสาเหตุ เวลาต่อมามีอัยการท่านอื่นมาแทนแล้วคดีก็ดำเนินไป แต่ผลปรากฎว่าตนแพ้คดีในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลพิจารณาว่าเป็นเรื่องผิดสัญญาซื้อขาย ทั้งที่ตนมั่นใจในหลักฐานและคิดว่าต้องชนะคดีแน่

โดยมารู้ภายหลังว่า เอกสารชิ้นสำคัญไม่มีอยู่ในสำนวน คือ เอกสารที่ตนไปลงบันทึกประจำวันว่า ไม่เคยซื้อ ไม่เคยขาย ไม่เคยมอบอำนาจให้ใครไปดำเนินการ หรือรับเงินแทนซึ่งในเรื่องนี้หายไป ตนจึงตั้งข้อสังเกตุว่าเอกสารสำคัญนี้หายไปตอนไหน และผู้กำกับท่านนี้มีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่ จึงได้ไปร้องเรียนที่ สตช.เพื่อให้สอบวินัย แต่ก่อนหน้านั้นตนก็เคยร้องเรียนพฤติกรรมของผู้กำกับท่านนี้มาแล้วหลายครั้งกับกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 เพราะรู้สึกว่าตลอดเวลาที่ทำคดีตนไม่ได้รับความเป็นธรรม ก่อนจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบวินัยในระดับจังหวัด และระดับภาค แต่ต่อมาสามารถเจรจากันได้ เพราะมีคนกลางช่วยไกล่เกลี่ย ตนจึงยอมถอนคำร้องให้ตรวจสอบวินัยนายตำรวจท่านนี้

ส่วนที่ตนออกมาเปิดเผยเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะจำได้ว่าผู้กำกับคนดังกล่าว คือคนเดียวกับนายตำรวจใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับคดีหวย 30 ล้าน ที่ จ.กาญจนบุรี ส่วนตัวคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของกฎแห่งกรรม หากวันนั้นนายตำรวจท่านนี้ทำคดีของตนด้วยความถูกต้องและยุติธรรม วันนี้ท่านคงจะไม่ต้องเจอกับเหตุการณ์นี้

ล่าสุด วันนี้ (12 ธ.ค.) นายษิทธา เบี้ยบังเกิด เลขามูลธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ได้นำ ร.ต.ท. จรูญ วิมูล อดีตตำรวจ ผู้ที่นำลอตเตอรี่ 30 ล้านบาทไปขึ้นเงิน เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องที่คดีนี้ หลังจากมีนายตำรวจใหญ่ท่านหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หลังเรียกให้ลุงจรูญไปเจรจาตกลงกันที่บ้านพักส่วนตัว ว่าถือเป็นการกระทำผิดวินัยตำรวจหรือไม่

keyboard_arrow_up