กวาดให้เรียบ! ตร.แถลงผลจับแก๊งคอลเซนเตอร์ข้ามชาติ มูลค่าความเสียหาย 120 ล้าน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการจับกุมแก๊งคอลเซนเตอร์ข้ามชาติ ครั้งที่ 3 มูลค่าความเสียหายกว่า 120 ล้านบาท

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ครั้งที่ 3 ซึ่งล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.หัวหมาก สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มเติม ประกอบไปด้วยนายทอมมี่ วู สัญชาติอินโดนีเซีย ผู้บริหารแก๊งคอลเซนเตอร์ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญ รวมทั้งนายจิรพัฒน์ คณารุจินานนท์ และนายจิรวัฒน์ กล่อมบาง ผู้ร่วมขบวนการชาวไทย พร้อมกับแจ้งข้อหา ฉ้อโกงประชาชน, อั้งยี่ซ่องโจร, ร่วมกันฟอกเงิน รวมทั้งมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกว่าพฤติการณ์ของแก๊งดังกล่าว จะมีนายทอมมี่ซึ่งเป็นผู้ต้องหาสัญชาติอินโดนีเซีย ได้นำคนไทย 8 คน ซึ่งเป็นเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไปยังประเทศฟิลิปปินส์ และ ประเทศใกล้เคียง พร้อมส่งซิมการ์ดไปด้วย หลังจากนั้นให้ผู้ร่วมขบวนการโทรกลับมาหลอกเหยื่อที่ประเทศไทย โดยอ้างตัวว่าเป็นพนักงานไปรษณีย์ ตำรวจ ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ศาลยุธรรม ฯลฯ ด้วยกลอุบายหลอกเหยื่อว่ามีข้อมูลการเงินพัวพันกับองค์กรอาชญากรรมต้องถูกดำเนินคดียึดอายัดทรัพย์ พร้อมหลอกให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ โดยหลังจากเหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีแล้ว ตัวแทนคนไทยก็จะใช้ระบบบิทคอยน์ ส่งกลับยอดเงินไปให้นายทอมมี่

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ทั้งนี้ ตำรวจได้อายัดเงินทรัพย์สินได้ทั้งหมด 120 ล้านบาท และจะมีการส่งเงินคืนของกลางจำนวนนี้ ให้กับเหยื่อผู้เสียหายทั้งหมด ตามกฎหมายการยึดอายัดทรัพย์และส่งมอบเงินคืน คาดว่าอย่างช้าไม่เกิน 2 สัปดาห์ ส่วนกรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ล่าสุดโทรมาหลอกเอาข้อมูลกับพนักงานธนาคาร จะมีความเกี่ยวข้องกับแก๊งของนายทอมมี่หรือไม่นั้น เรื่องนี้ ผบ.ตร.ยังไม่ขอเปิดเผย แต่ระบุว่ามีการเฝ้าระวังอยู่แล้ว

ทั้งนี้จากการจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติทั้ง 3 ครั้ง ตำรวจสามารถออกหมายจับได้ทั้งสิ้น 113 หมาย จับกุมได้แล้ว 80 หมาย หลบหนีอยู่ต่างประเทศ 7 หมาย คงเหลือติดตามจับกุม 26 หมาย พร้อมกับฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงผู้ที่กำลังมีพฤติกรรมรับจ้างเปิดบัญชีให้กลุ่มคนร้ายด้วยว่า ให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าวตั้งแต่ตอนนี้ เพราะหากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบจะดำเนินคดีทันที ส่วนประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สามารถร้องเรียนมาได้ทันทีที่สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155, สายด่วน 1710 ปปง. และที่เบอร์ 191

keyboard_arrow_up