‘เณรคำ’ หน้าตายิ้มแย้ม ขึ้นศาลตรวจพยานครั้งแรก คดีพรากผู้เยาว์ หลังส่งตัวข้ามแดน

วันที่ 18 กันยายน 2560 เมื่อเวลา 09.30 น.ที่ห้องพิจารณา 713 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจพยาน หลักฐานคดีดำ อ.2340/2560 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายวิรพล สุขผล หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ เป็นจำเลยในความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี จากบิดา มารดา หรือผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร

คดีนี้อัยการฟ้องสรุปว่า เมื่อเดือน ม.ค. 2543 ถึงกลางปี 2544 จำเลยได้พราก ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุไม่เกิน 15 ปี ไปจากผู้ปกครองโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง จากนั้นจำเลยนำตัว ด.ญ.เอ ไปข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ อันเป็นความผิดตามกฎหมาย ซึ่งพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้ตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ แต่ระหว่างดำเนินคดีนายวิรพลได้หลบหนีไปสหรัฐอเมริกา ซึ่งโจทก์ได้ขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ศาลชั้นต้นแห่งรัฐบาลกลางรัฐแห่งแคลิฟอร์เนีย มีคำสั่งให้ส่งตัวมาไทย

โดยผู้เสียหายดังกล่าวได้เคยยื่นฟ้องจำเลยเองต่อศาลจังหวัดศรีสะเกษ เป็นคดีหมายเลขดำที่ 1917/2556 ที่ศาลยกฟ้องเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 2820/2557 ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราและความผิดต่อเสรีภาพ ซึ่งศาลได้ไต่สวนมูลฟ้องแล้วแต่ผู้เสียหายไม่มาเบิกความต่อศาลคงมีเพียงบุคคลที่อ้างเป็นคนรู้จักข้างบ้าน มาเบิกความเป็นพยานปากเดียวเท่านั้นซึ่งไม่รูเห็นการกระทำผิดของจำเลย ดังนั้น การฟ้องคดีดังกล่าวจึงมีพฤติการณ์บ่งชี้ว่าเป็นการดำเนินคดีในลักษณะสมยอมเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต จึงไม่เป็นเหตุให้สิทธิการนำคดีอาญานั้นมาฟ้องต้องระงับไป โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยคดีนี้ โดยก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์เคยยื่นคำร้องขอสืบพยานไว้ล่วงหน้าแล้ว 2 ปากตั้งปี 2559

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากคดีพรากผู้เยาว์แล้ว อดีตพระเณรคำ ยังมีคดีฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และคดีความผิดเกี่ยวกับ พรบ.คอมพิวเตอร์ กรณีนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จด้วย โดยการเดินทางมาศาลครั้งนี้ เป็นการปรากฏตัวต่อหน้าสื่อมวลชนครั้งแรกของนายวิรพล ในชุดนักโทษ ซึ่งอดีตพระเณรคำ ยังคงมีสีหน้าที่สดใส มีการยิ้มทักทายให้สื่อมวลชน

keyboard_arrow_up