เจ้าของอู่ถูกแก๊งชายอ้างเป็นตำรวจยัดคดีโจรกรรมรถ ยึดมือถือ รีดเงิน ฉกพระ ลั่นไม่ยอม (คลิป)

วันที่ 7 พ.ย. 62 นายภานุวัชร เถาจู อายุ 35 ปี และนางสาวซินดี้ กาญจสดุ้ง อายุ 25 ปี สามีภรรยาเจ้าของร้านจำหน่ายยางรถยนต์ และตั้งศูนย์ถ่วงล้อ ริม ถ.เทวบุรี ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวพร้อมทั้งเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ว่าได้ถูกชายฉกรรจ์อย่างน้อย 5 คน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่จากตำรวจภูธรภาค 8 เข้าข่มขู่จะยัดคดี และเรียกเงินจำนวน 2 หมื่นบาท เพื่อให้จบเรื่อง โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน

ภาพจากกล้องวงจรปิด

นายภานุวัชรเล่าว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวานนี้ พบว่ามีชายฉกรรจ์แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบใช้รถยนต์เข้ามาจอดในร้าน จากนั้นได้ลงจากรถตรงเข้าไปในร้านทันที หลังจากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวไม่เหมือนกัน บ้างอ้างว่าเป็นตำรวจภาค 8 และอีกคนอ้างว่าเป็นตำรวจปราบปรามการโจรกรรมรถ ทุกคนไม่ได้แสดงหมายค้นหรือบัตรประจำตัวใด ๆ ได้เข้าข่มขู่ว่าตนมีรถที่โจรกรรมเข้ามาอยู่ที่นี่ ทั้งบังคับให้ตรวจปัสสาวะหาสารสารเสพติด พร้อมทั้งข่มขู่ว่าหากไม่ต้องการเป็นคดีให้จ่ายเงินจำนวน 2 หมื่นบาท เพื่อยุติเรื่องทั้งหมด ส่วนโทรศัพท์ของตนเองถูกยึดทั้งหมด เพื่อไม่ให้มีการติดต่อใคร

นายภานุวัชร เถาจู z^hglupskp

ตนเองจึงได้ให้ภรรยานำสร้อยคอทองคำไปจำนำ เนื่องจากไม่มีเงินสดติดตัว แต่ได้เงินมาเพียง 18,000 บาท พวกเขาบอกว่าไม่พอ ให้ไปหามาเพิ่ม เพราะต้องแบ่งกัน 7 คน ซึ่งตนก็ยืนยันว่ามีแค่นี้ นอกจากนั้นยังพบว่าพระเครื่องที่ตั้งโต๊ะทำงานไปอีก 1 องค์ด้วย

นายนพดล บุญรอด ช่างประจำร้าน

ด้านนายนพดล บุญรอด อายุ 30 ปี ช่างประจำร้าน เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุรู้สึกเป็นห่วงเจ้าของอู่มาก เพราะว่านายจ้างออกจากบ้านเข้าอู่ทำงานอย่างเดียว วันเกิดเหตุกลุ่มชายที่เข้ามา ก็ไม่ได้แสดงบัตร ไม่เหมือนกับตำรวจที่เคยเห็น ยอมรับว่ารู้สึกกลัวว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ซ้ำอีก อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเจ้าของร้านไม่ได้ข้องเกี่ยวกับยาเสพติดแน่นอน

ส่วนความคืบหน้าล่าสุด ทั้งสามีภรรยาได้นำเอาหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราชแล้ว โดยพนักงานสอบสวนได้เรียกฝ่ายสืบสวนมาตรวจสอบภาพ ไม่ปรากฏว่ามีใครรู้จัก หรือคุ้นหน้าชายในภาพ แต่หนึ่งในจำนวนนั้นได้สวมเสื้อมีความด้านหลังว่า “ชป.ปส.ทภ.4/กอ.รมน.ภาค4” ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตัวจริงหรือไม่ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าทรงผมของชายฉกรรจ์กลุ่มนี้ผิดแปลกจากข้าราชการทหารตำรวจทั่วไป ขณะนี้อยู่ในระหว่างการประสานติดตามตรวจสอบบุคคลในภาพ เพื่อเข้าสู่การขอหมายจับต่อไป

keyboard_arrow_up