ใช้ตร.คุมฝูงชน 2,500 นาย ตรึงรอบศาลวันชี้ชะตา ‘ยิ่งลักษณ์’ ส่วนทหาร-มท.เป็นกำลังเสริม

ผบ.ทบ.ระบุตำรวจเป็นกำลังหลักดูแลสถานการณ์รอบศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วันตัดสินคดี “รับจำนำข้าว” 25 ส.ค.นี้ พร้อมส่งกำลัง กกล.รส. และมหาดไทย เสริมหากเกินกำลัง

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงการดูแลความเรียบร้อยบริเวณโดยรอบศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันที่ 25 ส.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันตัดสินคดีรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีนายกรัฐมนตรี ว่า ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ย้ำในการประชุม คสช.เมื่อวันอังคารที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ให้ใช้กฎหมายตามปกติ โดยตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ส่วนกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) และกระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่ให้การสนับสนุน โดยประสานงานกับทุกฝ่าย

ผบ.ทบ. กล่าวว่า มีความเป็นกังวลเรื่องสภาพอากาศที่ร้อนและมีฝน แต่ก็จะอำนวยความสะดวกให้ดีที่สุด ซึ่งก็ดำเนินการตามขั้นตอน โดยตำรวจนครบาลเป็นผู้รับผิดชอบ ถ้ามีปัญหาเกินกำลังจะใช้กำลังของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย และกระทรวงมหาดไทยเข้าไปเสริม

ด้าน พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ศาลฎีกาฯ ให้แนวทางปฏิบัติมาแล้ว ทั้งการกำหนดจุดพื้นที่วางแนวแผงกั้น ซึ่งจะได้หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องน พร้อมประเมินจำนวนมวลชนที่ต้องดูแลและเฝ้าระวังมือที่สาม อาจก่อกวน โดยจะติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ป้องกันอาวุธหรือสิ่งผิดกฎหมาย มีการบันทึกภาพกล้องวงจรปิด ตั้งแนวรั้วเหล็กกั้นตั้งแต่ริมถนนเพื่อความเรียบร้อย ตำรวจจะเน้นดูแลทั้งมวลชนรวมถึงองค์คณะผู้พิพากษา จะตั้งด่าน 3 จุด โดยรอบเพื่อตรวจเข้มรถโดยสารการขนมวลชนมา

รอง ผบช.น. กล่าวว่า กรณีนี้จำเป็นต้องตรวจค้นอย่างเข้มงวด อาจทำให้ไม่ได้รับความสะดวกบ้าง ด้านการข่าวพบว่าจะมีประชาชนมาให้กำลังใจอดีตนายกฯ จำนวนมาก คาดว่ามากกว่าครั้งแถลงปิดคดี แต่ยังไม่พบการเตรียมก่อเหตุหรือสิ่งผิดปกติ และได้ทำเรื่องถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อขอกำลังเสริมจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, 2 และ 7 อยู่ระหว่างการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา โดยจะใช้กำลังตำรวจควบคุมฝูงชน 17 กองร้อย หรือประมาณ 2,500 นาย รวมถึงตำรวจหญิง หรือกองร้อยน้ำหวาน โดยใช้กำลังจากภูธรภาค 1 ภาค 2 และ ภาค 7 มาดูแลความสงบเรียบร้อยโดยรอบพื้นที่ศาล.

keyboard_arrow_up