แม่ตะลึงศพลูกสาวช้ำทั้งร่าง ผัวตัวแสบหนี สุดแค้นจี้ประหาร – ข้างห้องแฉโหดซ้อมประจำ (คลิป)

วันที่ 6 ก.ย. 62 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า น้องสาวของตนเองถูกสามีทำร้ายจนเสียชีวิต โดยภาพที่ปรากฏเป็นร่างของหญิงอยู่ในสภาพสาหัส เขียวช้ำไปทั้งตัว ใบหน้าปูดบวม

สภาพรอยช้ำของผู้เสียชีวิต

ทีมข่าวได้เดินทางไปที่บ้านย่านเพชรเกษม ของ น.ส.อภิญญา เกษมศักดิ์ อายุ 22 ปี ผู้เสียชีวิต ซึ่งถูกนายกฤษณะโชค อายุ 31 ปี แฟนหนุ่ม ทำร้ายร่างกายซึ่

นางวรรณพร เกษมศักดิ์ อายุ 48 ปี แม่ของผู้ตาย เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เวลา 03.30 น. แม่ของแฟนลูกสาว โทรมาบอกกับตนว่า ลูกสาวกำลังถูกปั๊มหัวใจอยู่ เพราะได้ขาดอากาศหายใจแล้ว ตนจึงรีบไปโรงพยาบาลทันที ส่วนแฟนลูกสาวพามาส่งโรงพยาบาลแล้วหนีไป

นางวรรณพร เกษมศักดิ์ แม่ของผู้ตาย

ก่อนหน้านี้ลูกสาวพักอาศัยกับแฟนหนุ่ม และเมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา ถูกแฟนทำร้ายได้รับบาดเจ็บบริเวณแก้ม ปากแตก มีรอยช้ำตามตัว จึงไดเเข้าแจ้งความไว้ สน.เพชรเกษม และได้ไปพบแพทย์เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยหลังทะเลาะกันลูกสาวก็กลับมาอยู่กับตนที่บ้านย่านเพชรเกษม หลังจากนั้นไม่กี่วันลูกสาวได้ย้ายออกไปอยู่ข้างนอก โดยไม่ได้บอกว่ากลับไปอยู่กับแฟนหนุ่ม แต่อ้างว่าจะย้ายไปอยู่ใกล้กับที่ทำงาน โดยย้ายออกไปอยู่กับแฟนได้ประมาณ 1 เดือน ก่อนเสียชีวิต ซึ่งที่ผ่านมาลูกสาวก็ถูกทำร้ายมาตลอด

ทั้งนี้ ตนอยากให้แฟนของลูกสาวเข้ามามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถ้ามีความเป็นคน ต้องมา หากเป็นไปได้อยากให้รับโทษถึงประหารชีวิต เพื่อมารับผลกรรม ส่วนตัวไม่ใช่คนอาฆาต แต่อยากให้เข้ามาขอขมาศพ และรับผิดชอบ นอกจากนี้ ตนได้แต่พูดกับรูปภาพของลูกสาวทั้งน้ำตาว่า หากแฟนลูกสาวทำอะไรไป จะตามจับให้ได้ และแม่ไม่ให้เขาฆ่าหนูฟรี แม่รักหนูมาก

นางกิ่ง (นามสมมติ) ผู้อาศัยร่วมอะพาร์ตเมนต์ (หันหลัง)

นางกิ่ง (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ผู้อาศัยร่วมอะพาร์ตเมนต์ เปิดเผยว่า ผู้ตายและแฟนเข้ามาอยู่ได้ประมาณ 1 เดือน เคยเห็นว่ามีปากเสียงกัน ได้ยินทั้งคู่เสียงดังใส่กัน ปกติแล้วตนจะเห็นผู้ชายบ่อยกว่าผู้หญิง ส่วนตัวไม่เคยคุยกับทั้งคู่ สังเกตว่าค่อนข้างเก็บตัวไม่พูดคุยกับใคร จึงไม่รู้นิสัยใจคอทั้ง 2 ฝ่าย ตนเห็นผู้ชายกับหญิงที่เสียชีวิต เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (4 ก.ย.) ซึ่งเห็นฝ่ายชายขับรถยนต์ออกไปจากหอพักไป โดยผู้หญิงนั่งอยู่ภายในรถ และไม่รู้ไปไหนกัน จนกระทั่งตนมาทราบว่าฝ่ายหญิงเสียชีวิตแล้ว ตนก็รู้สึกขนลุก ด้วยความกลัว หากจับได้ก็อยากให้ดำเนินคดีทางกฎหมาย

ภาพจำลองเหตุการณ์

นอกจากนี้ เคยพบเห็นรอยฟกช้ำที่รอบดวงตาของฝ่ายหญิง บางครั้งฝ่ายหญิงก็พยายามหนีฝ่ายชายไปที่อื่นตลอด ซึ่งตนได้มีโอกาสเห็นภาพจากวงจรปิด ตอนที่เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ พบว่าวันเกิดเหตุคือ 6 ก.ย. ช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. เป็นภาพฝ่ายชายแบกร่างฝ่ายหญิงใส่หลัง สวมชุดนอน หมดสติออกมาจากห้อง และพาผู้หญิงลงลิฟต์มา คาดว่าพาไปส่งโรงพยาบาล

keyboard_arrow_up