หนุ่มขับรถบรรทุกโต้หนีด่านชั่งน้ำหนัก ตกใจถูกล่าคิดว่าอริ – เถ้าแก่ออกโรงป้อง ฉะ จนท. ยัดข้อหา (คลิป)

จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอพร้อมข้อความในทำนองที่ว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 12 มิ.ย. 62 พบรถบรรทุกพ่วงบรรทุกดินมาเต็มคัน เจ้าหน้าที่จึงเรียกเพื่อตรวจสอบน้ำหนักตามขั้นตอน แต่รถบรรทุกคันดังกล่าวไม่ให้ความร่วมมือ พยามขับรถหลบหนี และมีเจตนาขับชนรถเจ้าหน้าที่ สุดท้ายเกิดอุบัติเหตุจนเป็นเหตุให้นายแดง อายุ 60 ปี เป็นชาวบ้านในพื้นที่ได้รับบาดเจ็บแขนหัก 1 ราย และทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย

ภาพจากคลิปที่ถูกเผยแพร่

วันที่ 14 มิ.ย. 62 นายชาญชัย เฟื่องถิ่น หัวหน้าสถานีตรวจสอบน้ำหนักไทรน้อย เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ (12 มิ.ย.) เวลาประมาณ 17.00 น. ขณะที่ตนขับรถผ่านมาถนนเส้น 3296 ช่วง กม. 8+800 เส้นบางเลน – ดอนตูม ต.บางเลน อ.บางเลน จ.นครปฐม ตนและเจ้าหน้าที่รวมทั้งหมด 4 คนภายในรถกระบะของกรมทางหลวง ขับรถตรวจรถบรรทุกตามปกติ กระทั่งพบว่ามีรถบรรทุกดินจำนวนมากจอดถมดินอยู่ที่บริเวณที่เกิดเหตุ จึงไล่ตรวจสอบว่า มีการบรรทุกดินจากจุดใดและบรรทุกน้ำหนักเกินหรือไม่ จนกระทั่งไปเจอรถพ่วงคันที่เกิดเหตุ กำลังขับมุ่งหน้ามา จึงขับแซงขวาเข้าไปก่อนลดกระจกบอกให้หยุดตรวจสอบ แต่รถบรรทุกไม่ยอมจอด ขับด้วยความเร็ว เจ้าหน้าที่จึงแซงไปอยู่ด้านหน้า เปิดไซเรน พยายามบอกให้ชะลอรถจอดริมทาง แต่คนขับเร่งเครื่องขับด้วยความเร็ว คล้ายกับจะชนรถเจ้าหน้าที่ จนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ จึงพยายามไล่กวดให้จอด ก่อนเกิดการเฉี่ยวชน ด้วยความที่รถบรรทุกมาด้วยความเร็ว จึงเบรกไม่อยู่ ก่อนพุ่งชนต้นไม้และชาวบ้านบาดเจ็บ ส่วนคนขับรถพ่วงเปิดประตูอีกฝั่งวิ่งหลบหนีไป

นายชาญชัย เฟื่องถิ่น หัวหน้าสถานีตรวจสอบน้ำหนักไทรน้อย

ต่อมาเวลา 19.00 น. หลังนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลแล้ว จึงมีการชั่งน้ำหนักยานพาหนะ ซึ่งช่วงเกิดเหตุมีการตักดินออกจากรถบรรทุก เพราะต้องเร่งเคลื่อนย้ายรถออกมาจากจุดเกิดเหตุ เพราะกีดขวางการจราจร ทำให้การชั่งดินจึงต้องตักดินกลับไปในรถบรรทุก ก่อนชั่งน้ำหนัก ปรากฎว่าน้ำหนักบรรทุกเกินอัตรา แล้วเจ้าหน้าที่จึงอายัดรถพ่วงคันดังกล่าว ก่อนนำมาที่ สภ.บางเลน พร้อมเข้าแจ้งความ

จากเหตุการณ์นี้ทำให้เจ้าหน้าที่รู้สึกขวัญเสีย ส่วนรถกระบะของเจ้าหน้าที่ฝั่งซ้ายถูกชนเสียหายทั้งหมด โชคดีที่เจ้าหน้าที่ปลอดภัย ซึ่งพฤติกรรมของคนขับรถบรรทุกนั้น ตนมองว่าเหมือนพยายามจะฆ่า เพราะทั่วไปแล้ว เมื่อเจอรถบรรทุก ทุกคันจะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบน้ำหนักรถไม่มีพฤติกรรมขับหนีเช่นนี้

นายนที ป้อมน้อย หรือ เก่ง คนขับรถบรรทุก

ด้านนายนที ป้อมน้อย หรือ เก่ง อายุ 26 ปี คนขับรถบรรทุกพ่วงคันที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ขณะที่ตนกำลังขับรถบรรทุกดินไปที่หน้างานซึ่งอยู่ที่จุดเกิดเหตุ จนกระทั่งก่อนถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร มีรถกระบะสีเทาสี่ประตูขับมาเบียดรถพ่วงของตน ก่อนจะพยายามขับปาดหน้า ซึ่งขณะนั้นตนยอมรับว่าขับรถมาด้วยความเร็ว ประกอบกับตกใจจึงหักหลบเบรกไม่ทัน ก่อนพุ่งชนต้นไม้ที่จุดเกิดเหตุ ก่อนทับมือซ้ายของนายแดง อายุ 60 ปี ชาวบ้านที่กำลังมาตัดไม้บริเวณดังกล่าว

โดยนายนทียังบอกอีกว่า ในระหว่างที่รถกระบะของเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงไล่หวดรถของตนนั้น ตนไม่ทราบว่าเป็นรถใคร เนื่องจากไม่มีการแสดงตนขณะปฏิบัติงาน ไม่มีการโบกให้จอด ไม่มีเปิดไฟสัญญาณใด ๆ ตนจึงไม่ได้จอดให้ตรวจหรือชั่งน้ำหนัก อีกทั้งกลัวว่าจะเป็นคู่อริ เนื่องจากตนเคยมีคู่อริเป็นคนขับรถพ่วงด้วยกัน ที่เพิ่งมีเรื่องมีราวกันไป ส่วนกรณีที่หลังเกิดเหตุ ตนกระโดดลงจากรถนั้น ขอยืนยันว่าไม่ได้หลบหนี เพียงแต่หน้าอกกระแทกรุนแรง จึงวิ่งลงจากรถไปหาญาติเพื่อไปหาหมอ อีกทั้งยืนยันว่าขณะขับรถไม่มีอาการเมาสุราหรือสิ่งเสพติดแต่อย่างใด

นางอังคณา สามเกษร เจ้าของบริษัทรถพ่วง

ขณะที่นางอังคณา สามเกษร อายุ 35 ปี เจ้าของบริษัทรถพ่วง เปิดเผยว่า ตนเห็นเหตุการณ์ มองว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่เหมาะสม ไม่มีการแสดงตัวขอตรวจสอบน้ำหนักรถ แต่กลับใช้วิธีขับเบียดปาดหน้าให้จอด ทั้งที่เป็นย่านชุมชนจนทำให้มีคนบาดเจ็บ

นอกจากนี้ ตนเป็นเจ้าของแบคโฮที่นำมาใช้ตักดินออกจากรถพ่วง เนื่องจากหัวรถเสียหลักลงไปที่คลอง ส่วนลูกพ่วงขวางทางจราจรบนถนน ไม่สามารถดึงขึ้นมาได้ จึงต้องตักดินออกจากรถพ่วง เพื่อให้สามารถลากรถขึ้นมาได้ และไม่ให้กีดขวางการจราจร ส่วนกรณีที่มีการถอดป้ายทะเบียนและไฟหน้ารถออกนั้น เนื่องจากขณะที่ลากรถขึ้นมา อาจทำให้แผ่นป้ายทะเบียนและหลอดไฟเสียหาย จึงต้องถอดออกระหว่างดำเนินการ โดยไม่มีเจตนาอื่นแต่อย่างใด

สภาพรถบรรทุก

ทั้งนี้ กรณีที่เจ้าหน้าที่ระบุว่ารถพ่วงบรรทุกน้ำหนักเกินนั้น ตนยืนยันว่าไม่จริงและมั่นใจว่ารถบรรทุกดินไม่เกินน้ำหนักที่กฎหมายกำหนด ซึ่งการชั่งน้ำหนักของเจ้าหน้าที่เหมือนพยายามยัดเยียดให้ตนมีความผิดน้ำหนักเกิน เพราะนำดินที่ตักออกจากรถพ่วงครั้งแรกขณะลากรถขึ้นมาจากจุดเกิดเหตุ ตักกลับไปที่รถพ่วง มีทั้งเศษไม้ ดินเปียกน้ำ จึงทำให้น้ำหนักรถตนเกิน ไม่ใช่เพราะบรรทุกเกินแต่แรก

นายแดง ยันทองใหญ่ ผู้บาดเจ็บ

นอกจากนี้ นายแดง ยันทองใหญ่ อายุ 60 ปี คนเจ็บที่ถูกรถบรรทุกชนอัดกับต้นไม้ เปิดเผยว่า ขณะที่ตนกำลังตัดต้นไม้อยู่ที่บริเวณดังกล่าว ได้ยินเสียงคล้ายรถเฉี่ยวชนกัน จากนั้นตนเห็นรถกระบะคล้ายกับพยายามไล่กวดเบียดรถบรรทุกมา จนกระทั่งรถกระบะพุ่งเข้ามาจอดด้านข้างตน แล้วรถบรรทุกพุ่งเข้ามาอย่างแรงทำให้หลบไม่ทัน จนกระทั่งด้านหน้ารถบรรทุกชนมือซ้ายอัดกับต้นไม้ที่จุดเกิดเหตุ จนได้รับบาดเจ็บ มีเลือดออกจำนวนมาก จากนั้นตนพยายามเรียกบอกให้รีบนำรถบรรทุกออก เนื่องจากไม่สามารถเอามือออกมาได้ อดทนความเจ็บกว่า 20 นาที จึงสามารถเอามือออกมาได้ก่อนลูกสาวนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งสภาพมือขณะนั้น ปลายนิ้วกลางขาด กระดูกแตก ผ่าตัดแล้ว 1 ครั้ง ซึ่งยังต้องพักรักษาตัวและคอยดูอาการที่โรงพยาบาล

สภาพนายแดงในที่เกิดเหตุ

นอกจากนี้ นายแดงเชื่อว่าปีนี้เป็นปีชงของตน แต่ยังโชคดีที่รถบรรทุกไม่ชนร่างของตนอัดกับต้นไม้ ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุตนเชื่อว่าที่ปลอดภัยไม่ถึงแก่ชีวิต เป็นเพราะแขวนเหรียญ “หลวงพ่อเขียว” เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี และเหรียญครุฑจึงแคล้วคลาดปลอดภัย

keyboard_arrow_up