“น้องอั้ม” เฮี้ยน! โผล่ร่างโชกเลือด ขอเพื่อนช่วยถูกรถแบคโฮฝังดิน 4 ปี – คนขับโต้ไม่จริง (คลิป)

กรณีที่ด.ช.ธนวรรชน์ แก้วตา หรือ อั้ม วัย 5 ขวบ ได้หายไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2559 หลังจากน้องอั้มได้เดินไปดูคนใช้แบคโฮขุดสระวง ห่างจากบ้านประมาณ 500 เมตร จนขณะนี้เป็นระยะเวลากว่า 3 ปี ยังไม่พบเบาะแสนั้น

จุดเกิดเหตุ (ก.พ. 61)
จุดเกิดเหตุ (13 พ.ค. 62)

วันที่ 13 พ.ค.62 ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ บ้านหัวขัว ต.เปือยน้อย อ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น นางสมหวัง ปะระกัง อายุ 59 ปี ยายของน้องอั้ม เปิดเผยว่า วันที่น้องอั้มหายตัวไป วันที่ 25 ก.พ. 59 สามีตนได้ไปรับน้องอั้มมาจากโรงเรียน หลังจากนั้นน้องอั้มก็ขอเดินไปที่สระวง เพื่อไปดูรถแบคโฮขุดรอบสระ สมัยนั้นในสระไม่มีน้ำ ทำให้เดินได้สะดวก ระยะทางจากบ้านประมาณ 500 เมตร จากนั้น เวลาประมาณ 17.00 น. น้องอั้มจะต้องกลับถึงบ้าน แต่วันดังกล่าวกลับไร้วี่แวว ตนจึงตามหาน้องอั้มแต่ก็ไม่พบ

นางสมหวัง ปะระกัง ยายของน้องอั้ม

หลังจากนั้น ผ่านมาประมาณ 2 ปี ทราบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีพยานที่อยู่กับน้องอั้มในวันเกิดเหตุ คือ ด.ช.กุ้ง เป็นเพื่อนร่วมห้องของน้องอั้ม ตำรวจเล่าคำให้การของด.ช.กุ้งว่า น้องกุ้งกับน้องอั้มไปเล่นแถวสระวง แล้วคนขับรถแบคโฮก็เหวี่ยงที่ตักดินไปถูกหัวน้องอั้ม น้องอั้มกลิ้งตกลงไปด้านล่างที่ลานดิน แล้วฝังร่างน้องอั้มลงไปในดิน ส่วนสภาพจิตใจด.ช.กุ้ง ช่วงนั้นแย่มากถึงขั้นร้องไห้ และพูดเรื่องราวตรงแบบเดิมทุกครั้ง

ด.ช.ธนวรรชน์ แก้วตา หรือ อั้ม ผู้สูญหาย

นางสมหวัง ยอมรับว่า ตอนแรกที่ฟังเรื่องราวตนไม่เชื่อ หลังเกิดเหตุตนก็ไปหาหมอดู หมอดูก็พูดแบบเดิมว่าน้องอั้มเสียชีวิตภายในสระวง จนล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจมาให้ข้อมูลและลงพื้นที่สูบน้ำจากในสระดังกล่าว ซึ่งตนก็มีความหวังว่าจะเจอร่างของหลาน ทั้งนี้ คิดว่าคนที่ทำร้ายน้องอั้มก็คือคนขับรถแบคโฮ แต่ทราบว่าคนขับรถแบคโฮให้การปฏิเสธ อ้างว่าไม่มีเหตุให้ทำ เพราะเขาก็มีลูกอายุเท่าน้องอั้ม ทั้งนี้ ส่วนตัวตนก็โทษตัวเองถึงทุกวันนี้ ที่ปล่อยหลานไป และดูแลไม่ดี

นายจอม (นามสมมติ) พ่อด.ช.กุ้ง พยานที่เห็นเหตุการณ์

นายจอม (นามสมมติ) พ่อของ ด.ช.กุ้ง พยานที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนไปทำงานจึงไม่ทราบว่าลูกไปไหน ช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น ลูกก็เล่าว่าออกไปกับน้องอั้มที่สระวง เพื่อไปดูรถแบคโฮ แต่รถแบคโฮได้ทับน้องอั้มตาย ตอนที่ได้ยิน ตนก็ไม่ได้ใส่ใจ และไม่เชื่อในสิ่งที่ลูกพูด เพราะยังไม่ทราบข่าวที่น้องอั้มหายตัวไป จากนั้น ช่วงเย็นในวันดังกล่าวตำรวจก็มาหาที่บ้าน พร้อมกับเชิญลูกไปที่ สภ.เปือยน้อย เพื่อไปให้ปากคำ ตอนนั้นลูกก็ให้ปากคำกับตำรวจว่าได้ไปเล่นปาดินกับน้องอั้มที่สระวง แล้วน้องอั้มถอยหลังไป แต่ไม่เห็นรถแบคโฮที่อยู่ด้านหลัง เป็นจังหวะที่รถแบคโฮเหวี่ยงที่ตักดินมาชนน้องอั้มพอดี แต่เมื่อคนขับเห็นน้องอั้มล้มลงไปเลือดไหลเต็มหน้า คนขับแบคโฮจึงขุดดินให้ลึก แล้วตักดินฝังกลบร่าง ก่อนที่จะขับรถแบคโฮไปเหยียบจุดที่ฝังร่าง โดยคำให้การนี้ ลูกตนพูดเหมือนเดิมตลอดระยะเวลา 4 ปี

ภาพจำลองเหตุการณ์

นายจอม ยืนยันว่า ลูกตนไม่ได้กุเรื่องขึ้นมา เพราะตอนช่วงที่เกิดเรื่องลูกตนก็เด็กมาก และเชื่อว่าภาพคงติดตาลูก และหลังเกิดเรื่องลูกก็เคยเห็นน้องอั้มมาหาที่บ้านเพื่อขอข้าว ขอน้ำ แล้วขอไปให้ที่จุดเกิดเหตุ ทั้งนี้ ช่วงเกิดเหตุใหม่ ๆ ลูกตนก็ผวา ไม่กล้าออกไปไหน ซึ่งอาการลูกเพิ่งมาดีขึ้นช่วงปีนี้ จึงไม่อยากให้ใครมาพูดเรื่องดังกล่าวกับลูกอีก

นายพล (นามสมมติ) คนขับรถแบคโฮ

ด้าน นายพล (นามสมมติ) คนขับรถแบคโฮ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. ตนกับเพื่อนอีกคนขับรถแบคโฮที่จุดเกิดเหตุคนละคัน ตอนนั้นตนได้ทำงานแต่งขอบสระอยู่ด้านบน ส่วนเพื่อนก็ทำอยู่ด้านล่าง ก็เห็นเด็กมาดูรถแบคโฮ และมีชาวบ้านยืนอยู่ด้านหลังรถตนเป็นจำนวนมาก เพราะวันนั้นมีตลาดนัด ตนจึงมั่นใจว่าไม่เกิดเหตุอะไรกับเด็ก หลังจากนั้นเวลาประมาณ 17.00 น. ตนก็เดินทางกลับ โดยที่ไม่ทราบว่าเด็กหายไปไหน และไม่เห็นเด็กตกไปในบ่อสระ

นายพล ยืนยันว่า ตนไม่ได้เหวี่ยงรถแบคโฮไปถูกศีรษะเด็ก และหากตนทำจริง ก็คงไม่พ้นสายตาคนอื่น ทั้งนี้ ตนรู้สึกเสียใจที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตน ซึ่งไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตนได้อย่างไรเพราะไม่มีหลักฐาน รวมถึงคำให้การของพยานอีกฝ่ายก็ให้การไม่ตรงกัน บางคนก็บอกว่าเจอเด็กตอนเย็นช่วง 18.30 น. แต่ตนเลิกงาน 17.30 น. ทั้งนี้ อยากให้เจ้าหน้าที่ปูพรมค้นหาและสูบน้ำในสระให้หมด เนื่องจากตนไม่สบายใจที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย อีกทั้งตนก็ให้ข้อมูลกับตำรวจ ไม่เคยคิดหนี และถ้าหากตนไม่ได้กระทำผิด ตกเป็นแพะ ก็คงจะได้รับเพียงคำขอโทษ

keyboard_arrow_up