สาวพิการถูกฉกลอตเตอรี่ เชื่อก๊วนเพื่อนไม่สมประกอบตีเนียนฉกทรัพย์ – ด้านสหายท้าสาบานพิสูจน์ความจริง (คลิป)

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 62 น.ส.พิกุล หินกอง อายุ 30 ปี ชาวบ้านหมู่ 2 ต.นากว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี แม่ค้าลอตเตอรี่แขนขาพิการ เข้าแจ้งความหลังถูกคนร้ายขโมยลอตเตอรี่ 500 ใบ เงินสด 15,000 บาท สร้อยคอทองคำพร้อมจี้รวมน้ำหนัก 50 สตางค์ และเอกสารไป ขณะแขวนไว้กระเป๋าไว้บนรถวีลแชร์ เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าวันที่ 8 พ.ค. 62 น.ส.พิกุลเล่าว่า หลังจากซื้อลอตเตอรี่จำนวน 500 ใบ ตนก็ได้ไปนอนเล่นบ้านนางจินตนา ขณะนั้นภายในบ้านอยู่ด้วยกันทั้งหมด 7 คน บางคนนอนหลับ บางคนทำงานบ้าน บางคนนั่งจับคู่เย็บลอตเตอรี่ชุดอยู่ไม่ได้สนใจกัน กระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. ตนกำลังจะกลับบ้าน จึงเรียกใช้ให้นายฮอตนำกระเป๋าสะพายของตน ซึ่งมีลอตเตอรี่และกระเป๋าเงินใส่ไว้ไปแขวนไว้ที่ด้านหลังรถเข็นวีลแชร์ จากนั้นเวลาผ่านไปประมาณ 20 นาที นางจินตนาได้ชักชวนตนให้นำลอตเตอรี่มาจับคู่เป็นชุด โดยอาสาไปหยิบกระเป๋าที่แขวนอยู่หลังรถวีลแชร์ของตนมาให้ แต่เมื่อนำกระเป๋าจากหลังรถวีลแชร์กลับมาเปิดดู ปรากฏว่าลอตเตอรี่จำนวน 500 ใบได้หายไป พร้อมกับเงินสดจำนวน 15,000 บาท และสร้อยคอทองคำหนัก 50 สตางค์ มูลค่าประมาณ 12,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่หายไปจำนวน 67,000 บาท ตนตกใจมาก จึงรีบออกไปดูและค้นหาแต่ไม่พบ ซึ่งมั่นใจว่าของทั้งหมดถูกขโมยไป ไม่ได้ทำหล่นหายแน่นอน

น.ส.พิกุล หินกอง ผู้เสียหาย

หลังเกิดเหตุตนพยายามประนีประนอม พูดอ้อนวอนขอความเห็นใจจากคนที่อยู่ในบ้านว่า หากใครนำลอตเตอรี่ไปขอให้นำกลับมาคืน เพราะตนสูญเสียรายได้ สูญเสียเงินทุน โดยคนที่ตนสงสัยคือนางจินตนา, นายฮอต และนายอะเดช เนื่องจากนางจิตนาและนายฮอตเป็นคนที่ได้จับกระเป๋า ส่วนนายอะเดชขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดหน้าบ้านใกล้รถเข็นวีลแชร์ ก่อนที่นำกระเป๋ามาเปิดดูแล้วลอตเตอรี่ที่หายไป

น.ส.พิกุลบอกว่า ตนพิการอยู่แล้ว ยังมาตัดแขนขาทำมาหากินตนอีก ตนยอมรับว่าเสียใจที่ไม่มีรายได้ไปจุนเจือครอบครัว เงินที่จะพาลูกพิการวัย 5 ขวบไปหาหมอก็ไม่มี ซึ่งค่าใช้จ่ายซื้อผ้าอ้อม นม เดือนละ 6,000 บาท และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในบ้านที่ตนต้องรับผิดชอบจำนวนมาก จึงวอนขอให้คนที่ขโมยลอตเตอรี่ไป นำกลับมาคืน ส่วนเงินสดและสร้อยทองตนยกให้ ทั้งนี้ หากการสืบสวนไม่คืบหน้า ไม่สามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้นั้น ตนจะพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเชิญทุกคนที่อยู่ภายในบ้านไปร่วมสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หากใครเอาไปขอให้มีอันเป็นไปใน 3 วัน 7 วัน เพราะชีวิตตนขณะนี้ลำบากมาก

นายสมพงศ์ นามวงศ์ หรือ ฮอต ผู้ต้องสงสัย

ด้านนายสมพงศ์ นามวงศ์ หรือ ฮอต อายุ 22 ปี ยืนยันว่าไม่ได้หยิบลอตเตอรี่และทรัพย์สินของ น.ส.พิกุลไป แม้ว่าวันเกิดเหตุตนจะเป็นคนนำกระเป๋าของ น.ส.พิกุลไปแขวนไว้ที่รถเข็นวีลแชร์ แต่ขณะนั้นตนเดินออกมาพร้อมกับนางพาน เพราะเป็นจังหวะเดียวกับที่นางพานจะกลับบ้านพอดี ภายหลังจากแขวนกระเป๋าเสร็จ ตนจึงเดินออกไปหน้าหมู่บ้าน ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ออกไปร้านค้าแล้วกลับเข้ามา ตนจึงทราบว่าทรัพย์สิน น.ส.พิกุลได้หายไป ยอมรับว่าตกใจมาก โดยที่ผ่านมาตนมักจะช่วย น.ส.พิกุล ถือกระเป๋าอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่เคยคิดขโมยหรือเอาทรัพย์สินเลยแม้แต่ครั้งเดียว

นางจินตนา บุระพุทธ ผู้ต้องสงสัย

ขณะที่นางจินตนา บุระพุทธ อายุ 53 ปี ผู้ต้องสงสัย และเป็นเจ้าของบ้านหลังที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ตัวเองเป็นแม่นายฮอต วันเกิดเหตุตนนั่งอยู่ภายในบ้านกับ น.ส.พิกุล ภายหลังจากนายฮอตนำกระเป๋าไปแขวนไว้ที่ด้านหลังรถเข็นวีลแชร์ ผ่านไป 20 นาทีตนจึงอาสาเดินไปหยิบกระเป๋าที่แขวนอยู่เพื่อมาช่วยจับคู่ลอตเตอรี่ ขณะที่เดินออกไปหยิบกระเป๋าที่รถเข็น ตนสังเกตเห็นนายอะเดชขี่จักรยานยนต์มาจอดไว้ใกล้รถเข็นวีลแชร์ ห่างไป 2 เมตรและเปิดใต้เบาะรถจักรยานยนต์คล้ายกำลังเก็บของหรือหยิบอะไรบางอย่าง แต่ไม่ทันได้สังเกต จากนั้นเมื่อนำกระเป๋าเข้ามาเปิดดู จึงทราบว่าลอตเตอรี่และทรัพย์สินหายไปจำนวนมาก เมื่อเดินออกมาดูรถเข็นอีกรอบ นายอะเดชก็ปิดใต้เบาะรถจักรยานยนต์แล้ว ตนเองยืนยันว่าไม่ได้ขโมยลอตเตอรี่ของ น.ส.พิกุลอย่างแน่นอน

นายอะเดช นามวงศ์ หรือ เดช ผู้ต้องสงสัย

ส่วนนายอะเดช นามวงศ์ หรือ เดช อายุ 54 ปี ผู้ต้องสงสัยอีกราย ยืนยันว่าไม่ได้ขโมยลอตเตอรี่และทรัพย์สินของ น.ส.พิกุล 1,000 เปอร์เซ็นต์ และพร้อมให้สอบปากคำเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ โดยวันที่เกิดเหตุ ตนขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปจอดหน้าบ้านหลังที่เกิดเหตุ เพื่อไปตามหาแม่ของตนซึ่งนอนเล่นอยู่ในบ้านหลังที่เกิดเหตุ โดยก็ไม่ทันสังเกตว่ามีกระเป๋าแขวนอยู่ด้านหลังรถเข็นวีลแชร์ ส่วนกรณีที่ตนเปิดใต้เบาะรถจักรยานยนต์นั้น เนื่องจากว่า ตนเปิดเอาบุหรี่ออกมาสูบ ซึ่งใต้เบาะรถจักรยานยนต์มีกระติบข้าว เสื้อผ้าและบุหรี่เท่านั้น ไม่ได้นำลอตเตอรี่หรือทรัพย์สินอื่น ๆ มาซ่อนหรือขโมยตามที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย ในขณะเดียวกันเมื่อตนเดินเข้าไปในบ้านจึงทราบว่าลอตเตอรี่หายไป ตนก็ช่วยค้นหาแต่ไม่พบ ตนกล้าสาบานว่าไม่ได้ขโมยลอตเตอรี่ และท้าว่าหากทำจริง ขอให้มีอันเป็นไป

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ. สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก. สภ.เมืองอุดรธานี ระบุว่า ขณะนี้ได้เรียกตัวนายฮอตและนายอะเดช ผู้ต้องสงสัยทั้งสองรายมาสอบปากคำแล้ว เบื้องต้นยังไม่ตัดผู้ต้องสงสัยรายใดทิ้ง และคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในหมู่บ้านคนพิการ และจากการสอบปากคำยังไม่พบหลักฐานยืนยันความผิด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ในระหว่างการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยเตรียมเรียกพยานแวดล้อมเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม และรวบรวมหลักฐาน เพื่อติดตามตัวคนผิดมาดำเนินคดี

keyboard_arrow_up