‘เด็กไถลมาอยู่ใต้ท้องรถเอง…’ คนขับ ปอ.23 ยืนยันไม่ได้ขับรถทับน้องทั้ง 2 คน (คลิป)

กรณีอุบัติเหตุรถเมล์ ขสมก. สาย 23 ประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ จนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องกลายเป็นผู้พิการ คนขับ ขสมก. ออกมายืนยันแล้วว่าไม่ได้เฉี่ยวชน หรือขับรถทับ หรือ เป็นต้นเหตุทำให้รถจักรยานยนต์ประสบอุบัติเหตุ และที่ผ่านมาก็เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บมาแล้ว ไม่ได้ทอดทิ้ง

ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี เดินทางเข้าพบตัวแทนองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. พูดคุยกรณีที่เกิดขึ้นกับคุณธนบูรณ์ ดอนทองคำ อายุ 58 ปี พนักงานขับรถเมล์ ปอ. 23 คันเกิดเหตุ วันที่ 6 ก.ย.59 เขาเล่าว่า ขับรถเมล์มา 22 ปี วันเกิดเหตุก็ปฏิบัติหน้าที่ขับรถตามปกติ ช่วงที่เดินทางมาถึงจุดลงทางด่วนเพชรบุรี มุ่งหน้าแยกราชเทวี สังเกตุเห็นรถจักรยานยนต์ของน้องบูม หรือนายธนบดี สิทธิภา ที่มีน้องจุ๊บแจง หรือ นางสาวธัญชนก จอมพล อายุ 19 ปี นั่งซ้อนท้ายมา ไถลมาจากเลนฝั่งตรงข้าม คุณธนบูรณ์จึงตัดสินใจหักหลบเพื่อไม่ให้รถทับน้องทั้ง 2 คน รถเมล์จึงพุงเข้าชนเสาข้างทางและปีนขึ้นทางเท้า ส่งผลให้รถยกสูงขึ้น รถจักรยานยนต์จึงไถลเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถ ทันทีที่หยุดรถได้แล้ว ก็เดินลงมาดูคนเจ็บ ก่อนจะโทรแจ้งฝ่ายอุบัติเหตุของ ขสมก.

ส่วนสาเหตุที่รถเมล์อยู่ในเลน 2 ไม่อยู่ซ้ายสุดนั้น คุณธนบูรณ์ บอกว่า ตอนนั้นมีรถแท็กซี่จอดรอลูกค้าอยู่ตลอดแนวถนน จึงต้องขยับมาอยู่ช่องทางถนัดมา เพื่อให้รถเคลื่อนตัวได้

คุณธนบูรณ์ บอกว่า วันเกิดเหตุหลังดำเนินการเรื่องต่างๆ เสร็จแล้ว ก็เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลราชวิถี แต่น้อง 2 คนอยู่ในห้องไอซียู จึงไม่ทราบอาการ และได้เดินทางไปเยี่ยมหลังออกจากห้องไอซียูด้วย กระทั่งวันที่ 10 ตุลาคม 2559 นัดเจรจาไกล่เกลี่ยครั้งที่ 2 คุณย่าน้องจุ๊บแจง เรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 4 ล้านบาท คุณธนบูรณ์ยอมรับว่าตกใจกับจำนวนเงินดังกล่าว แต่เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง ที่ไม่ได้ทำน้องทั้ง 2 คนพิการจึงขอสู้คดี

ส่วนกรณีที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา ขับรถประมาท แค่ตนเพียงคนเดียวนั้น ยอมรับว่า กังวลพอสมควร กลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม แม้ฝ่ายตนจะมีพยานยืนยันว่ารถน้องบูม ไปเฉี่ยวชนกับรถสามล้อก่อนจะเสียหลักพุ่งมาหารถ ปอ. 23 ก็ตาม

ขณะที่ นายสมควร นาสนม ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ 1 ยืนยันว่า รถทุกคันของ ขสมก. มีประกันและ พรบ. คุ้มครองตามกฎหมาย หากคนขับผิดจริง ก็มีการชดเชยเยียวยาอย่างแน่นอน ส่วนการเรียกค่าเสียหาย 38,000 บาทนั้น เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายคดีแพ่ง เพราะทรัพย์สินเสียหาย บริษัทประกันก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งได้ฟ้องกับน้องบูม ไม่ใช่น้องจุ๊บแจง โดยคดีจะหมดอายุความในวันที่ 6 กันยายน 2560 นี้แล้ว โดยทาง ขสมก. ก็ไม่ได้กังวลในเรื่องนี้ เพราะเข้าใจในความเดือดร้อนของทุกฝ่าย

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายังให้นายธนบูรณ์ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เพราะยังไม่มีการชี้ชัดถูก-ผิด โดยได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงกับนายธนบูรณ์ด้วย และล่าสุดตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายธนบูรณ์แล้ว ทาง ขสมก. กำลังพิจารณาว่าจะให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่คนขับรถ ไปทำงานจุดอื่นก่อนจนกว่าคดีจะสิ้นสุด

ซึ่งวันนี้ตัวแทน ขสมก. จะเดินทางไปเยี่ยมน้องบูมที่บ้าน และเตรียมประสานขอไปเยี่ยมน้องจุ๊บแจง ที่จังหวัดราชบุรีด้วย.

keyboard_arrow_up