เพื่อนเผยมือฆ่ายกครัว 7 ศพ แค้นโดนด่า “ขี้คุก” เชื่อยิงหัวลูก 2 ศพ เพราะรัก อยากเอาไปอยู่ด้วย (คลิป)

จากกรณีที่นายสุชีพ ศรสังข์ อาย 41 ปี ผู้ก่อเหตุยิงแม่ยายและคนอื่นในครอบครัวรวมถึงตนเองเสียชีวิตรวม 7 ศพ ในคืนวันสิ้นปี ที่ 31 ธ.ค. 61 ที่ผ่านมา วันนี้ (2 ม.ค. 62) ทีมข่าวอัมรินทร์จึงได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านที่เกิดเหตุ เป็นตึกแถวชั้นเดียวสองคูหา บ้านเลขที่ 86 หมู่ 8 ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร (อ่าน : เปิดใจเมีย “สุชีพ” มือฆ่ายกครัว เผยผัวหึงโหดเคยไล่ยิง – ขู่ฆ่า รับญาติไม่ปลื้ม เพราะไม่ทำงาน)

รายชื่อผู้เสียชีวิต คดีฆ่ายกครัว 7 ศพ

วันที่ 2 ม.ค. 62 ที่วัดน้ำผุด ตำบลวังใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร มีการจัดพิธีทางศาสนา ให้กับนายวิจิตร นาคลอด อายุ 50 ปี ผู้ถูกนายสุชีพยิงเสียชีวิตเป็นคนแรก

นางนุสบา นาคลอด อายุ 54 ปี พี่สาวของนายวิจิตร

ซึ่ง นางนุสบา นาคลอด อายุ 54 ปี พี่สาวของนายวิจิตร เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุมีลางสังหรณ์บางอย่างเกี่ยวกับนายวิจิตร คือในวันสิ้นปี (31 ธ.ค. 61) นายวิจิตรกลับมาที่บ้าน เพื่อมาเยี่ยมพ่อ และได้เข้าไปกราบพ่อ ซึ่งนายวิจิตรเป็นลูกชายคนสุดท้องของครอบครัว และเป็นที่รักของพี่น้องทุกคน

นอกจากนี้ ตนยังได้ขอให้น้องชายนอนกับพ่อก่อน เพราะพ่ออยากอยู่ด้วย แต่ภรรยาใหม่ของนายวิจิตร บอกว่าให้นอนไม่ได้ จะต้องพานายวิจิตรไปทำธุระ โดยก่อนจะกลับไป นายวิจิตรยังได้นำพวงมาลัยและน้ำอัดลมไปกราบอัฐิของแม่ คล้ายกับจะเป็นการบอกลาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะกลับไปที่บ้านที่เกิดเหตุ และมาทราบข่าวอีกทีก็รู้ว่านายวิจิตรถูกยิงเสียชีวิตไปแล้ว

พิธีบำเพ็ญกุศลศพ ครอบครัวอ่อนมุกข์ ทั้ง 5 ราย

จากนั้น ที่วัดปะติมะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร งานบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนา ผู้เสียชีวิต 5 ศพ ประกอบด้วย นางงุด อ่อนมุกข์ (แม่ยาย), นางสาวผกามาศ อ่อนมุกข์ (พี่สาวภรรยา), นางรัชพร อ่อนมุกข์ (พี่สาวภรรยาและภรรยาของนายวิจิตร), เด็กหญิงชนัญธิดา ศรสังข์ (ลูกสาว) และเด็กชายกษิเดช ศรสังข์ (ลูกชาย)

นางสาวบุญญานุช ศรสังข์ ภรรยาของผู้ก่อเหตุ

โดย นางสาวบุญญานุช ศรสังข์ ภรรยาของผู้ก่อเหตุ เดินทางกลับมาถึงบ้านที่จังหวัดชุมพรแล้ว พร้อมเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับตนเป็นอย่างมาก ส่วนกรณีที่มีข่าวออกไปว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะครอบครัวของตนกดดันนายสุชีพนั้น ตนยืนยันว่า คนภายนอกอาจเห็นว่านายสุชีพเป็นคนดี ชอบช่วยเหลือคน อีกทั้งยังเป็นคนอ่อนน้อม แต่ที่จริงกลับตรงกันข้าม

นายสุชีพ ศรสังข์ ผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิต

ตนอยู่กินกับอีกฝ่ายมานับ 10 ปี จึงทราบว่านิสัยของนายสุชีพนั้น เป็นคนขี้หึงอย่างรุนแรง มักคอยโทรศัพท์หาตนตลอดเวลา นอกจากนี้นายสุชีพยังเคยทำใช้อาวุธปืนไล่ยิงและเคยทำร้ายร่างกายตนถึงขนาดต้องหามส่งโรงพยาบาลมาแล้ว อีกทั้งยังเคยชกตนจนม่านตาฉีก และทุกครั้งที่ตนบอกว่าฟ้องหย่า นายสุชีพก็จะเอาลูกมาต่อรอง ตนก็ต้องอ่อนใจทุกครั้งเพราะสงสารลูก แต่ทั้งนี้ ตนทนกับพฤติกรรมของนายสุชีพไม่ไหว กระทั่งต้องหนีออกจากบ้านไป ทำให้นายสุชีพโกรธแค้นหนัก และโทรศัพท์มาขู่ฆ่าตนและครอบครัว

นางสาวบุญญานุช ยอมรับว่า ครอบครัวไม่มีใครชอบนายสุชีพ เนื่องจากไม่สนใจที่จะช่วยเหลือที่บ้าน แม้กระทั่งค่าเลี้ยงดูลูกทั้งสองคน ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นคาดว่า นายสุชีพอาจจะโกรธที่ตนไม่กลับบ้านวันปีใหม่ และได้ยินเสียงบ่นจากคนในครอบครัว เชื่อว่าหากวันนั้นตนเองอยู่ด้วย ศพแรกที่นายสุชีพจะยิงต้องเป็นตนอย่างแน่นอน

นายเชือบ ทองยอด ลุงของนายสุชีพ

ขณะที่ศพของนายสุชีพ ญาตินำไปทำพิธีทางศาสนา ณ วัดเลา ม.2 ต.นาเหรง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช โดย นายเชือบ ทองยอด ลุงของนายสุชีพ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุไม่นานนายสุชีพ หลานชาย เคยมาปรึกษาตนเกี่ยวกับปัญหาเรื่องครอบครัวฝั่งภรรยา รวมกระทั่งตัวภรรยา ไม่ยอมรับที่เป็นคนขี้คุก พยายามกีดกันทุกอย่างแม้กระทั่งเรื่องลูก จนดูเหมือนเป็นคนน่ารังเกียจ

ขณะนั้นตนจึงบอกกับหลานชายไปว่า หากไม่สบายใจก็ให้หลานกลับมาอยู่บ้านตน แต่นายสุชีพ ได้ให้เหตุผลว่า ต้องรับผิดชอบหลายเรื่อง รวมุึงต้องทำงานหาเงินมาเลี้ยงลูก 2 คน

นายเชือบ ยังกล่าวว่า ส่วนที่เป็นข่าวว่าหลานชายตนไม่ทำอะไรเลยนั้น เรื่องนี้ หลานชายเคยบอกตนว่าบ้านภรรยาเปิดเป็นร้านเสริมสวย แล้วจะให้หลานไปช่วยทำอะไรได้ จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับหลานชายด้วย เพราะแม้จะเป็นผู้ก่อเหตุ แต่ก็อย่างน้อยให้สังคมรู้ว่าข้อเท็จจริง

นางสาวจารุวรรณ ประกอบปราณ เพื่อนบ้าน

ด้าน นางสาวจารุวรรณ ประกอบปราณ อายุ 24 ปี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า ตนเกิดและโตที่นี่ บ้านสร้างพร้อมกัน โดยเห็นป้างุด (นางงุด) และป้าจุ๋ม (นางสาวผกามาศ) มาตั้งแต่เด็ก เห็นว่าครอบครัวนี้อัธยาศัยดี เวลาที่ตนไปทำผมกับที่ร้าน ป้าทั้ง 2 เคยระบายเรื่องของลูกเขยและน้องเขยคนนี้ให้ฟังอยู่บ้างว่า บางครั้งรู้สึกกังวลและไม่ค่อยสบายใจ เนื่องจากครอบครัวดังกล่าวอาศัยอยู่กัน 4 คน มีแต่ผู้หญิงและเด็ก จึงไม่สบายใจที่นายสุชีพมาอาศัยอยู่ด้วย เนื่องจากบางครั้งนายสุชีพดื่มแอลกอฮอล์ เกิดอาการมึนเมา กังวลว่าเกิดเรื่องไม่ดี

นายต้น เพื่อนของนายสุชีพ

ขณะที่ นายต้น เพื่อนของนายสุชีพ กล่าวว่า จากที่ได้ทำงานร่วมกัน ตนเห็นว่านายสุชีพทำงานดี มีความขยันและอดทน ไม่เคยเอาเปรียบเพื่อนร่วมงาน นอกจากนี้พบว่า อีกฝ่ายเคยมาระบายให้ฟังเกี่ยวกับปัญหาในครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องแม่ยายไม่ยอมรับในตัวของนายสุชีพ เนื่องจากเคยติดคุกมาก่อน ขณะนั้นตนจึงแนะนำให้อีกฝ่ายออกไปเช่าบ้านอยู่เอง แต่นายสุชีพต้องการอยู่กับลูก เพราะหากออกไปอยู่ข้างนอก แม่ยายคงไม่ยอมให้นายสุชีพนำลูกไปอยู่ด้วย ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่า นายสุชีพ ต้องการอยู่กับลูกมาก จนกระทั่งเลือกวิธีดังกล่าว

นายต้น กล่าวเพิ่มเติมว่า รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างมาก เนื่องจากรู้จักกับนายสุชีพมาแล้วหลายเดือน ไม่คิดว่าจะก่อเหตุที่โหดร้ายขนาดนี้

keyboard_arrow_up