เปิดใจเมีย “สุชีพ” มือฆ่ายกครัว เผยผัวหึงโหดเคยไล่ยิง – ขู่ฆ่า รับญาติไม่ปลื้ม เพราะไม่ทำงาน (คลิป)

จากกรณี เหตุยิงกันตายหลายศพที่ห้องแถวชั้นเดียวขนาดสองคูหาที่ หมู่ที่ 8 ตำบลพะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตจำนวน 7 ราย รวมถึงผู้ก่อเหตุ ทั้งหมดเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน โดยในจำนวนนี้มี เด็กวัย 6 ขวบ และ 9 ขวบรวมอยู่ด้วย ทุกศพถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม. และมีผู้รอดชีวิต คือ นายทินกร อ่อนมุกข์ ล่าสุด ล่าสุด ครอบครัวผู้ตายจัดงานบำเพ็ญกุศลของสมาชิกในครอบครัวทั้ง 5 ที่สำนักสงฆ์ปะติมะ  (อ่าน : สุดเศร้าเรียง 5 โลง สวดศพเหยื่อเขยคลั่งยิงยกครัว เผยนาทีลั่นไก ยิงหัวทีละคน)

นางสาวบุญญานุช ศรสังข์ ภรรยาของผู้ก่อเหตุ

วันที่ 2 ม.ค. 62 นางสาวบุญญานุช ศรสังข์ ภรรยาของผู้ก่อเหตุ เดินทางกลับมาถึงบ้านที่จังหวัดชุมพรแล้ว พร้อมเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับตนเป็นอย่างมาก  ส่วนกรณีที่มีข่าวออกไปว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะครอบครัวของตนกดดันนายสุชีพนั้น ตนยืนยันว่า คนภายนอกอาจเห็นว่านายสุชีพเป็นคนดี ชอบช่วยเหลือคน อีกทั้งยังเป็นคนอ่อนน้อม แต่ที่จริงกลับตรงกันข้าม

นายสุชีพ ศรสังข์ ผู้ก่อเหตุ

ตนอยู่กินกับอีกฝ่ายมานับ 10 ปี จึงทราบว่านิสัยของนายสุชีพนั้น เป็นคนขี้หึงอย่างรุนแรง มักคอยโทรศัพท์หาตนตลอดเวลา ทั้งที่รู้ว่าอาชีพของตนต้องพบปะลูกค้า ทำงานไม่เป็นเวลา นอกจากนี้นายสุชีพยังเคยทำใช้อาวุธปืนไล่ยิงและเคยทำร้ายร่างกายตนถึงขนาดต้องหามส่งโรงพยาบาลมาแล้ว อีกทั้งยังเคยชกตนจนม่านตาฉีก และทุกครั้งที่ตนบอกว่าฟ้องหย่า นายสุชีพก็จะเอาลูกมาต่อรอง ตนก็ต้องอ่อนใจทุกครั้งเพราะสงสารลูก ไม่อยากให้ครอบครัวแตกแยก แต่ทั้งนี้ ตนทนกับพฤติกรรมของนายสุชีพไม่ไหว กระทั่งต้องหนีออกจากบ้านไป ทำให้นายสุชีพโกรธแค้นหนัก และโทรศัพท์มาขู่ฆ่าตนและครอบครัว

พิธีบำเบ็ญกุศลศพ ครอบครัวอ่อนมุกข์ ที่สำนักสงฆ์ปะติมะ

นางสาวบุญญานุช ยอมรับว่า ครอบครัวไม่มีใครชอบนายสุชีพ เนื่องจากไม่สนใจที่จะช่วยเหลือที่บ้าน แม้กระทั่งค่าเลี้ยงดูลูกทั้งสองคน ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นคาดว่า นายสุชีพอาจจะโกรธที่ตนไม่กลับบ้านวันปีใหม่ และได้ยินเสียงบ่นจากคนในครอบครัว เชื่อว่าหากวันนั้นตนเองอยู่ด้วย ศพแรกที่นายสุชีพจะยิงต้องเป็นตนอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ตนขออโหสิกรรมให้ เพื่อว่าจะได้ไม่ต้องมาเจอกันอีก

นายสมปอง ยมสุขขี เพื่อนบ้าน

ด้าน นายสมปอง ยมสุขขี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า นายสุชีพเป็นคนอัธยาศัยดี ดูแล้วไม่มีพิษมีภัยอะไร อีกทั้งยังเป็นคนรักลูก บางครั้งตนจะเห็นอีกฝ่ายนั่งสอนการบ้าน หรือส่งลูกไปโรงเรียนเป็นประจำ ไม่คิดว่าจะก่อเหตุนี้ขึ้นมาได้

นายสุชีพ เป็นกรรมการงานแข่งเรือในหมู่บ้าน ก่อนเกิดเหตุ

โดยก่อนเกิดเหตุ ตนชวนนายสุชีพไปร่วมกิจกรรมแข่งเรือในหมู่บ้าน โดยนายสุชีพทำหน้าที่เป็นกรรมการอยู่บริเวณเส้นชัยในการแข่งเรืออย่างสนุกสนาน ก่อนที่ช่วงเย็นอีกฝ่ายจะขอตัวกลับ จากนั้นตนจึงไม่เห็นนายสุชีพอีก กระทั่งทราบข่าวเรื่องเหตุการณ์ฆ่ายกครัว

นายวิม เพื่อนของนายสุชีพ

ขณะที่ นายวิม เพื่อนของนายสุชีพ และเคยทำงานรับจ้างตัดแต่งกิ่งสวนผลไม้ด้วยกัน ยืนยันว่า นายสุชีพเป็นคนทำงานดี ขยัน ไม่เคยเอาเปรียบเพื่อนร่วมงาน รวมถึงเป็นคนที่มีความอดทนสูง แต่ก็มีบางครั้งที่นายสุชีพมาระบายปัญหาของครอบครัวให้ฟัง ว่าทางแม่ยายไม่ค่อยยอมรับ

นอกจากนี้ บางครั้งมีคนบอกว่านายสุชีพเป็นคนขี้คุก อีกฝ่ายก็จะเครียดและซึม เนื่องจากสงสารลูกไม่อยากให้ใครว่าลูกตัวเองว่ามีพ่อเป็นคนขี้คุก ครั้งหนึ่งอีกฝ่ายถึงกับมาระบายกับตนว่า “ถ้าเค้าไม่อยากให้อยู่ก็จะไม่อยู่ให้เห็นหน้า” ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าคำพูดดังกล่าวจะเป็นชนวนในการก่อเหตุครั้งนี้หรือไม่

โดยในวันที่เกิดเหตุ ตนอยู่กับนายสุชีพเป็นคนสุดท้าย พบว่า อีกฝ่ายไม่มีอาการบ่งบอกว่าจะก่อเหตุเช่นนี้ อีกทั้ง วันนั้นนายสุชีพอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ร้องรำทำเพลง แจกเงินให้เด็ก ๆ แถวบ้านหลายคน คนละอารมณ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

keyboard_arrow_up