ชาวบ้านยอมอภัยชายรุมโทรมเด็ก 13 เชื่อกลับใจเป็นคนดี สงสารเห็นร่ำไห้สำนึกกอดแม่ (คลิป)

จากกรณีเยาวชนและวัยรุ่นชายรวม 7 คน อายุตั้งแต่ 14-22 ปี ได้ล่อลวง ด.ญ.เอ (นามสมมติ) วัย 13 ปี ไปรุมโทรมในห้องน้ำโรงเรียน ซึ่งหนึ่งในผู้ต้องหา เด็กผู้ชาย อายุ 16 ปี ที่เป็นคนแชตล่อลวงนั้น เป็นแฟนของ ด.ญ.เอ (อ่าน : เดนทรชน! พ่อแฉเองลูกชายลวงเด็ก 13 รุมโทรมทั้งที่เมียเพิ่งคลอด – แม่เหยื่อช้ำ คนด่าลูกร่าน)

บริเวณห้องน้ำที่เกิดเหตุ

วันที่ 1 ม.ค. 62 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ ต.บ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บ้านของผู้ก่อเหตุ 4 คน คือ นายเบนซ์ นายแมว นายต้น และนายเวท ซึ่งยังเป็นเยาวชน และบ้านอยู่บริเวณเดียวกันหมด พบว่าบ้านทุกหลังยังคงปิดเงียบ และไม่มีใครอยู่

นางยา (นามสมมติ) เพื่อนบ้านของผู้ก่อเหตุ

โดย นางยา (นามสมมติ) เพื่อนบ้านนายต้น ผู้ก่อเหตุ อายุ 20 ปี เปิดเผยว่า ตนเป็นเพื่อนบ้าน ทราบว่าวันที่นายต้นได้รับการประกันตัว นายต้นเสียใจ และร้องไห้อย่างหนัก เมื่อถึงบ้านก็เข้าโผกอดแม่ พร้อมพูดขอโทษแม่ตลอดเวลา เมื่อตนเห็นอย่างนั้นก็รู้สึกสงสาร และคิดว่าคงสำนึกผิดจริง ๆ โดยนายต้นยอมรับกับแม่ว่าทำไปเพราะไม่ได้คิดถึงสิ่งที่ตามมา ขณะนั้นตนสังเกตเห็นพ่อแม่ของนายต้นเสียใจอย่างหนัก วินาทีที่ตนเห็นนายต้นกอดแม่แล้วร้องไห้ ยอมรับว่าตนถึงกับน้ำตาไหลเพราะความสงสาร โดยหลังการประกันตัว นายต้นยังบอกกับตนอีกว่า “ผมจะไม่ทำอีกแล้ว” ซึ่งเขาก็ดูเสียใจมากจริง ๆ อีกทั้งครอบครัวเขาก็เป็นคนหาเช้ากินค่ำ ก็ไม่รู้ว่าชดใช้ค่าเสียหายไหวหรือไม่

ตนเห็นนายต้นตั้งแต่เด็ก ก็รู้นิสัยใจคอว่าเขาเป็นคนใจดี ยอมรับว่าตกใจและเสียใจที่นายต้นมาก่อเหตุรุมโทรมแบบนี้ ตนคิดว่าผู้ก่อเหตุทั้งหมดคงจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์

นายเปรม (นามสมมติ) ชาวบ้านในพื้นที่

ขณะที่ บ้านของนายพันนา ผู้ก่อเหตุ อายุ 21 ปี ซึ่งได้รับการประกันตัว นายเปรม (นามสมมติ) ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า หลังรู้เรื่องการข่มขืน ตนรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก เพราะในพื้นที่หมู่บ้านนี้ไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อน เมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้ว คนในหมู่บ้านก็เสียใจมาก ไม่คิดว่าเด็กในหมู่บ้านจะกล้าทำเรื่องแบบนี้

นายเปรม กล่าวว่า กลุ่มเยาวชนที่กระทำไม่ได้เป็นเด็กเกเร และเป็นคนทำมาหากินทุกคน ซึ่งหลังเกิดเหตุ ตนก็สังเกตเห็นว่าผู้ก่อเหตุที่ได้รับการประกันตัวก็รู้สึกเสียใจ และสำนึกผิดแล้ว อีกทั้งเรื่องดังกล่าวนี้สร้างความเสื่อมเสียกับหมู่บ้าน เพราะจริงแล้วคนในหมู่บ้านเป็นคนดีทุกคน ซึ่งคนก็อยากให้มองที่การกระทำของคนกลุ่มหนึ่ง ไม่ควรมองว่าหมู่บ้านไม่ดี ซึ่งคนในหมู่บ้านก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าคนในหมู่บ้านคงให้อภัย และสั่งสอนผู้ก่อเหตุทั้ง 7 คน ให้กลับมาเป็นคนดีของสังคม และคิดว่าเขาคงกลับตัวได้ แต่หากคิดอีกมุม ตนก็รู้สึกสงสารเด็กผู้หญิงที่ต้องมาเจอเหตุแบบนี้

 

keyboard_arrow_up