กรีดรถทนายดังคาโรงพัก หลังช่วยหนุ่มถูกตร.ล้อมยิงมั่วเจ็บ – เหยื่อลั่นเอาผิดยกชุด (คลิป)

จากกรณีที่มีผู้เสียหายได้นำหลักบานเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากทนายเกิดผล แก้วเกิด ว่าเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยมีกลุ่มตำรวจใช้อาวุธปืนกราดยิงที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง บริเวณแยงบางคูวัด จนผู้เสียหายถูกลูกหลง ต้องเข้ารับการผ่าตัดแต่เมื่อนำหลักฐานเข้าร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับทำได้แค่ลงบันทึกประจำวัน เพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอ ผู้เสียหายจึงต้องดิ้นรนหาพยานหลักฐานเอง

ล่าสุด 6 กรกฎาคม 2560 นายบรรทกรณ์ อัศววงศ์อารยะ ผู้เสียหาย ได้เล่าเรื่องราวผ่านรายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศเวลา 18.45 น. ว่า วันเกิดเหตุได้เดินทางมาทานอาหารที่ศูนย์การค้า แยกบางคูวัด จ.ปทุมธานี ขณะมาถึงและยังนั่งอยู่บนรถ ซึ่งรถคันดังกล่าวตนได้ขายต่อให้เพื่อนไปแล้ว

นายบรรทกรณ์เล่าเหตุการณ์

ระหว่างนั้นเกิดเหตุคนยิงปืนใส่รถ ด้วยความตกใจจึงขับรถเลี้ยวออกไปซ้าย แต่ถูกยิงใส่จากด้านหน้า จึงเลี้ยวหักหลบกลับมา แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ยิงใส่เหมือนทั้งหัวและท้าย และได้รับบาดเจ็บที่แผ่นหลัง หากถามว่าทำไมจึงไม่ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ในขณะนั้น นายบรรทกรณ์บอกว่า “หากเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจก็คงอุ่นใจ แต่หากทางเจ้าหน้าที่ยิงปืนใส่ก็คงอุ่นใจไม่ได้ เพราะไม่มีการแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ” พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาที่ตำรวจจับกุมได้ในคืนนั้นแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่ไม่ได้นำรถซึ่งเป็นหลักฐานเข้ามอบให้กับเจ้าหน้าที่ เพราะตนยังติดต่อเพื่อนที่เป็นเจ้าของรถยังไม่ได้ ส่วนที่เพื่อนตนไม่เข้าแจ้งความเพราะเห็นว่าแค่เรื่องของตนก็ยังไม่มีความคืบหน้าเลย

บรรทกรณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากไม่ได้รับความเป็นธรรมก็จะขอฟ้อง เพราะไม่ยอมเจ็บฟรี และถ้าเจ้าหน้าที่จะมาขอโทษก็อยากให้รีบทำอย่ามัวช้า “กล้าทำก็ต้องกล้ารับ อย่าสู้เพื่อให้ตัวเองถูก ผมยืนยันว่าผมไม่ได้ผิด ผมไม่ได้ทำอะไร”

ขณะที่ นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ บอกว่า การเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสถ.เมืองปทุมธานี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง เพื่อหาแนวทางในการคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียหาย พร้อมกับจะโพสต์ข้อความขอโทษตำรวจเอกภาคภูมิ ทับเคลียว หลังมีการโพสต์พาดพิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการไม่รับแจ้งความในคดี

พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร ผู้กำกับสภ.เมืองปทุมธานี

พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร ผู้กำกับสภ.เมืองปทุมธานี เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีได้วางแผนเข้าจับกุมกลุ่มผู้ครอบครองยาเสพติด ทันทีที่คนร้ายเข้ามาในพื้นที่เป้าหมาย ตำรวจในเครื่องแบบใช้ปืนยิงสกัดจริง แต่ไม่ได้ยิงเพื่อหวังเอาชีวิต ซึ่งวันนั้นสามารถควบคุมผู้ต้องหาได้ 1 คน รถฟอร์จูนเนอร์อีก 1 คัน พร้อมยาบ้า 198 เม็ด อาวุธปืนพร้อมกระสุน 5 นัด โดยผู้ต้องหาอยู่ระหว่างดำเนินคดี

รอยกระสุนภายในร้านรับล้างรถ

นอกจากนี้ ภายในร้านรับล้างรถซึ่งอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ ยังพบรอยกระสุนปืนจากเหตุการณ์ดังกล่าวหลงเหลืออยู่ โดยเจ้าของร้านบอกว่า วันเกิดเหตุทุกคนต่างพากันหลบอยู่ด้านหลังกำแพง เพระกลัวโดนยิง จนช่วงเช้าเข้ามาตรวจสอบจึงบพว่า กระสุนยิงเข้ามาที่ร้าน 3 นัด โชคดีที่ไม่มีคนได้รับบาดเจ็บ ตนก็ไม่ติดใจเอาความ แต่ก็กังวลว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำอีก

อย่างไรก็ตาม วันนี้ (7 ก.ค.) หลังจากที่ทนายเกิดผล พานายบรรทกรณ์ ผู้เสียหายเข้าขอความเป็นธรรมที่สภ.เมืองปทุมธานีแล้ว จึงได้เดินทางมาที่สถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี เพื่อเข้าร่วมรายการต่างคนต่างคิด ซึ่งเมื่อมาถึงปรากฏว่า รถเก๋งป้ายแดงของตน ถูกมือดีกรีดบริเวณด้านข้างฝั่งคนขับเป็นรอยยาวตั้งแต่ช่วงล้อหน้าจนถึงประตูที่นั่งเบาะหลัง และบริเวณฝากระโปรงรถด้วย

สภาพรอยกรีดที่รถของทนายเกิดผล

ทนายดังยืนยันว่าร่องรอยดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่รถยังจอดอยู่ที่สภ.เมืองปทุมธานี และความเกี่ยวข้องกับคดีที่ตนนำผู้เสียหายเข้าร้องขอความเป็นธรรม ซึ่งหลังจากเห็นสภาพรถ ตนได้มีโอกาสได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับนายสิระ เจนจาคะ ประธานคณะกรรมการการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี ทำให้ทราบข้อมูลว่า กล้องวงจรปิดซึ่งติดอยู่ในจุดที่ตนจอดรถภายในสภ. ถูกถอดออกไปซ่อมก่อนที่ตนจะนำรถไปจอดได้ไม่นาน โดยในช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้ (7 ก.ค.) จะเดินทางเข้าแจ้งความที่สภ.เมืองปทุมธานี

keyboard_arrow_up