นายกฯมอบนโยบาย กอ.รมน. เน้นย้ำต้องการให้บ้านเมืองสงบ-ปชช.อยู่ดีกินดี

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานและกล่าวมอบนโยบายในงานสรุปผลการปฏิบัติงานประจำปี 2561 และแถลงแผนการปฏิบัติงาน ประจำปี 2562 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พร้อมขับเคลื่อนประเทศในทุกด้านตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

วันนี้ (11 ธันวาคม 2561) เวลา 09.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบนโยบายงานสรุปผลการปฏิบัติงานประจำปี 2561 และแถลงแผนการปฏิบัติงาน ประจำปี 2562 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยมีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หัวหน้าส่วนราชการ ด้านความมั่นคงจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานด้วย

โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้กอ.รมน.เร่งสร้างความเข้าใจ  สร้างหลักคิดที่ถูกต้อง ให้ประชาชนเข้าใจว่า รัฐบาลต้องให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย มีการพัฒนาควบคู่กับความมั่นคงที่ยั่งยืน ซึ่งความมั่นคงพิเศษ คือ การทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีรายได้ที่ดีขึ้น

ซึ่งหลังจากนายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายในงานสรุปผลการปฏิบัติงานประจำปี 2561 และแถลงแผนการปฏิบัติงาน ประจำปี 2562 แล้ว ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “การดำเนินงานในปีงบประมาณ 2562 ให้เน้นขับเคลื่อนประเทศภายใต้ วิสัยทัศน์ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยการบูรณาการกับทุกส่วนราชการ ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และจังหวัด รวมทั้งดำเนินการตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยร่วมมือกันทุกภาคส่วนให้เกิดผลสัมฤทธิ์และขยายผลสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน พร้อมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ สร้างความปรองดองและสมานฉันท์ ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด ถือว่าเป็นความสำคัญเร่งด่วน ที่ก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ

ผู้นำทุกบทบาทต้องรับทราบปัญหาของชุมชนและประชาชนในท้องถิ่น ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทั้งปัญหาหลัก ปัญหารอง พร้อมทั้งให้ทุกภาคส่วนติดตามสถานการณ์โลกด้วย เพราะมีความเชื่อมโยงด้านตลาดการค้า และความต้องการสินค้าในตลาดโลก  พร้อมเร่งรัดแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ ซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้างอย่างรวดเร็วและมีความรุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน สามารถสร้างความเสียหายทั้งในระดับบุคคลและระดับประเทศ

พร้อมกล่าวขอบคุณสำหรับความตั้งใจในการดำเนินงานที่ผ่านมาและขอให้ทุกภาคส่วน ร่วมมือกันผลักดันประเด็นสำคัญ และเร่งแก้ปัญหา เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันและความผาสุกของประชาชนชาวไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

keyboard_arrow_up