ตร. แจงคลิปล็อกคอหนุ่มขี่จยย. ไม่ติดป้ายทะเบียน ทำตามยุทธวิธี เหตุเมาโวยวาย ท้าชกเจ้าหน้าที่

วันที่ 27 พ.ย. 61 โลกโซเชียลได้มีการแชร์คลิปวิดีโอ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นเหตุการณ์ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น พยามเข้าควบคุมตัวชายวัยรุ่นที่จอดรถจักยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บริเวณถนนหน้าร้านสะดวกซื้อ สาขาเปือยน้อย ต.เปือยน้อย อ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น ซึ่งจากคลิปจะเห็นว่า ชายคนดังกล่าวได้โทรศัพท์ไปหาเพื่อนที่เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ เพื่อให้นำหลักฐานมาแสดงความเป็นเจ้งของรถจักรยานยนต์ มายืนยัน พร้อมกับมีการใช้คำพูดที่ไม่สุภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมตัว

ภายหลังจากที่คลิปนี้ถูกส่งต่อในโลกออนไลน์ ทำให้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น และวิพากษ์วิจารณ์ถึงการปฏิบัติหน้าที่ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่

ภาพจากคลิปเหตุการณ์

ล่าสุด พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ พูลเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเปือยน้อย จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 01.00 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่า มีวัยรุ่นจับกลุ่มอยู่บริเวณถนนด้านหน้าร้านสะดวกซื้อ เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกำลังจึงได้เข้าตรวจสอบ พบวัยรุ่นขับรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาจอด จึงเข้าไปแสดงตัวเพื่อขอตรวจสอบ ปรากฎว่าพบชายไทยทราบชื่อในภายหลังว่านายจรัญ การประไพ อายุ 30 ปี โวยวายไม่ยอมให้ตรวจสอบ ไม่แสดงใบอนุญาตขับขี่ ไม่แสดงหลักฐานทางทะเบียน และมีกิริยาอาการคล้ายคนเมาสุรา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินเข้าไปหาเพื่อจะพูดคุยชี้แจงทำความเข้าใจ แต่นายจรัญเอะอะโวยวายส่งเสียงดัง ไม่ยอมให้ความร่วมมือ และใช้วาจาไม่สุภาพ ท้าชกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กลิ่นแอลกอฮอล์ขณะเข้าใกล้ จึงได้ขอเชิญตัวเพื่อจะนำมาพักระงับสติอารมณ์ แต่นายจรัญได้ดิ้นรนขัดขืน ไม่ให้ความร่วมมือ จึงใช้ยุทธวิธีเข้าควบคุม

พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ พูลเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเปือยน้อย จ.ขอนแก่น

จากนั้นจึงได้นำตัวไป สภ.เปือยน้อย และตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ ผลการตรวจวัดปริมาณแอกอฮอล์ได้ 164มก. % จึงได้ดำเนินคดีในข้อหา 1.เป็นผู้ขับรถขณะเมาสุรา 2.นำรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาใช้ในทางเดินรถ 3.ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาต (ไม่มีใบขับขี่) ต่อมาพนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องศาลจังหวัดพล ในข้อหาเป็นผู้ขับขี่ในขณะเมาสุรา ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 61 ให้ลงโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 3,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี ให้คุมประพฤติ 1 ปี รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ 4 ครั้ง และบริการสังคม 24 ชั่วโมง

keyboard_arrow_up