บิ๊กไบค์รุมแทงหนุ่มไส้ไหล ตร.ให้ไกล่เกลี่ย โวยคดีอืดคาดลูกน้องคนมีสี (คลิป)

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟชบุ๊กชื่อ “ไม่มีชื่อ สงวนนามสกุล” โพสต์คลิป ระบุว่า คลิปดังกล่าวเป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง กำลังนั่งบนรถจักรยานยนต์ หน้าร้านสะดวกซื้อปากซอยหทัยราษฎร์ 3 ก่อนกลุ่มรถจักรยานยนต์ประมาณ 20-30 คันขับผ่านและจอดเทียบและทำร้ายร่างกาย ทำให้กลุ่มจักรยานยนต์ที่จอดอยู่วิ่งหนีกระจายไปคนละทิศทาง หนึ่งในผู้ที่ถูกทำร้ายโดนมีดแทงชายโครงฝั่งขวาจนไส้ไหล ต้องผ่าตัดไต ซ่อมปอด และกลับมาดำเนินชีวิตได้ไม่เหมือนเดิม เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่คืนวันที่ 24 กรกฎาคม 2558 จนถึงปัจจุบันแล้วแต่คดีความยังไม่คืบหน้าแต่อย่างใด

ข้อความจากเฟซบุ๊ก ไม่มีชื่อ สงวนนามสกุล

ล่าสุด 25 มิถุนายน 2560 นายจีระพงษ์ จินดา อายุ 19 ปี หนึ่งในผู้ที่ถูกแทงจนบาดเจ็บสาหัส เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนและเพื่อน 5 คน ขับรถกลับบ้านก่อนแวะมาจอดซื้อของหน้าร้านสะดวกซื้อบริเวณซอยหทัยราษฎร์ 3 จู่ๆมีกลุ่มบิ๊กไบค์ประมาณ 20-30 คัน ขับมาจอดก่อนตะโกนถามว่า”เพื่อนมึงมองหน้ากูทำ…ไร” ฝั่งตนก็ตอบว่าไม่ได้มอง จากนั้นทางฝั่งบิ๊กไบค์ก็เข้ามาทำร้ายตนและเพื่อน ก่อนที่ตนจะขับหนี แต่ทางกลุ่มบิ๊กไบค์ได้ขับตามและรุมทำร้าย

ภาพขณะที่นายจิระพงษ์ได้รับบาดเจ็บหลังถูกคู่กรณีแทง

จากนั้นตนได้ย้อนกลับมาหาเพื่อนที่จุดเกิดเหตุ แต่ได้สวนทางกับทางคู่กรณี ทางคู่กรณีได้เข้ามาขับรถดักด้านหน้าและด้านหลัง และทำร้ายอีกครั้ง ก่อนเอาปืนไทยประดิษฐ์จ่อหัว ตอนนั้นตนก็ยกมือไหว้ขอให้อย่ายิงตน แต่ทางคู่กรณีไม่ฟังและจะยิง ตนเอามือปัดทำให้ปืนลั่น แต่ก็โดนเอาปืนฟาดหัวและโดนมีดแทงและบิดที่ชายโครงจนล้มลง

นายจีระพงษ์ จินดา หนึ่งในผู้ที่ถูกแทงจนบาดเจ็บสาหัส

นายจีระพงษ์ เปิดเผยว่า ตนยืนยันว่าไม่เคยรู้จักหรือไปมองหน้าฝั่งคู่กรณีมาก่อน เจอครั้งแรกที่เกิดเหตุ ตนพอทราบคร่าวๆว่าคนกลุ่มนี้เป็นแก๊งทวงหนี้ในพื้นที่และค่อนข้างมีอิทธิพล ที่ผ่านมาได้แจ้งความไว้ที่ สน.มีนบุรี แต่คดีความไม่คืบหน้า หลังจากถูกแทงก็ทำให้ต้องผ่าตัดไตออก ซ่อมปอด ทำอะไรก็เหนื่อยง่ายไม่เหมือนแต่ก่อนเก่า

นายเนติพงษ์ คชชะ อาสามูลนิธิกู้ภัยร่มไทร

นายเนติพงษ์ คชชะ อายุ 21 ปี  อาสามูลนิธิกู้ภัยร่มไทร เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนได้รับแจ้งว่ามีเหตุวัยรุ่นถูกทำร้ายจึงรีบเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ  น้องที่ถูกแทงสภาพค่อนข้างหนัก เนื่องจากถูกมืดแทงเข้าที่ชายโครงขวาและมีดได้บิดจนไส้ไหลทะลักออกมา ทางมูลนิธิกู้ภัยจึงเร่งปฐมพยาบาล เบื้องต้นได้นำส่งโรงพยาบาล ส่วนคนอื่นก็มีบาดแผลต่างๆกันไปมีเพียงคนนี้ที่หนักสุด

นางอริยา จินดา อายุ 46 ปีมารดาของนายจีระพงษ์

นางอริยา จินดา อายุ 46 ปีมารดาของนายจีระพงษ์ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุ ได้เข้าแจ้งความแล้ว ส่วนเรื่องคดีตอนแรกทางฝั่งผู้เสียหายได้ส่งคนกลางเข้ามาพูดคุยเพื่อไกล่เกลี่ย ตนก็เรียกค่าเสียหายไป 5 แสน แต่ทางคู่กรณีกลับเงียบหาย ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีนบุรีและฝ่ายสืบสวน ได้เข้ามาพูดคุย แต่ตอนนั้นเป็นทางคุณตาที่อยู่บ้านไม่ได้เรียกค่าเสียหาย เพราะตอนนั้นน้องอยู่ในขั้นตอนการรักษาอาการบาดเจ็บ ทางเจ้าหน้าที่ต้องการให้ไกล่เกลี่ยคดีกันมากกว่า โดยบอกว่าทางคู่เสียหายมีเจ้าหน้าที่ทหารยศระดับ พลเอกคอยช่วยเหลือ

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ให้คุณตา และเพื่อนของน้องที่ถูกทำร้ายร่างกายไปดูภาพคนร้าย แต่เมื่อทางเจ้าหน้าที่ให้ทางหนึ่งในผู้เสียหายชี้ตัว ทางญาติหนึ่งในผู้เสียหายกลับไม่กล้าชี้เนื่องจากเกรงกลัว จนคดีความเงียบ แต่ตอนนี้ตนไม่กลัวอะไรอีกแล้วเพราะต้องการทวงถามความยุติธรรมให้ลูกตนจนถึงที่สุด

ทีมข่าวสอบถามข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจมีนบุรี

ด้าน ร.ต.อ.ผดุง หล่อนิล ร้อยเวรที่รับผิดชอบคดีดังกล่าว แจงข้อเท็จจริงว่า  สาเหตุที่ทางคดีดังกล่าวล่าช้าเนื่องจากกลุ่มผู้เสียหายไม่มายืนยันตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ได้เรียกตัวหนึ่งในผู้เสียหายเข้ามาชี้ผู้ต้องหาแล้ว แต่หนึ่งในผู้เสียหายไม่ยอมชี้ตัวคนทำร้าย ทางเจ้าที่ตำรวจไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินใจแทนผู้เสียหาย จึงทำให้คดีดังกล่าวล่าช้า หากผู้เสียหายเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม และยืนยันตัวผู้เสียหายทางเจ้าหน้าที่ก็จะออกหมายเรียกทันที เพราะทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่อยากให้คดีค้างอยู่นานเช่นกัน

ขอบคุณเฟชบุ๊กชื่อ “ไม่มีชื่อ สงวนนามสกุล”

keyboard_arrow_up