หลับให้สบายนะ…! ‘ภรรยา’ เผย ‘พลทหารคชา’ เข้าฝันบอกลาก่อนสิ้นลมหายใจ

“ภรรยา” เผยก่อนได้รับข่าว “พลทหารคชา” เสียชีวิต ได้ฝันถึงสามีมานอน มาเล่นด้วยพูดคุย เหมือนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ หลังจากนั้นไม่นานก็เห็นชายมีอายุ เดินเข้ามาเรียกสามี แล้วพูดว่า “ให้รีบไปกันเถอะเดี๋ยวจะไม่ทัน”

จากกรณีพลทหารคชา พะชะ อายุ 22 ปี ทหารเกณฑ์สังกัดหน่วยทหารแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี ซึ่งญาติเผยว่า ถูกพลทหารรุ่นพี่ 3 คนซ่อมจนหมดสติ และน็อคไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา เข้ารับรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลอานันทมหิดล และต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งแพทย์ระบุว่า มีโอกาสรอดมีแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ และให้ทำใจ หากฟื้นมาแล้วจะไม่เหมือนเดิมนั้น

ความคืบหน้าที่เฟซบุ๊ก Rejecttime Yok ได้เผยแพร่ภาพญาติจับมือกับพลทหารคชา พะชะ พร้อมระบุข้อความว่า “เข้มสู้เต็มที่แล้ว เข้มจากเราไปแล้วตอน 05.45 น. น้องทำดีที่สุดแล้ว” ขณะที่เฟซบุ๊กของภรรยาพลทหารเข้ม ได้ระบุว่า “เค้ารู้อ้วนเหนื่อยมามากแล้ว อ้วนก็สู้ถึงที่สุดแล้ว หลับให้สบายนะอ้วน”

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้สัมภาษณ์นางวรรณิสา บุญตา ภรรยาของพลทหารคชาว่า พลทหารคชาเสียชีวิตแล้ว โดยแพทย์ได้แจ้งกับญาติ เมื่อเช้านี้ หลังจากสัญญาณชีพจากเครื่องช่วยหายใจได้ลดต่ำลงเรื่อยๆ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (13 ก.ย.) ซึ่งถือเป็นวันคล้ายวันเกิด อายุครบ 23 ปีอีกด้วย ทางครอบครัวได้ไปทำบุญวันเกิดให้ และ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ครอบครัวมีความหวังส่วนหนึ่ง แต่ก็ทำใจไว้บ้าง สุดท้ายไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น และเชื่อว่า พลทหารคชา ต่อสู้ และเข้มแข็งมากที่สุดแล้ว และเชื่อว่าพลทหารคชา จะอยู่เคียงข้างเห็นครอบครัวมีชีวิตเพื่อลูกอย่างมีความสุข

อย่างไรก็ดี เมื่อช่วงเช้าได้บอกกับพลทหารคชา ที่นอนอยู่บนเตียงพยาบาลว่า ขอให้หมดห่วง ขอให้ดวงวิญญาณจงไปสู่สุคติ แม้ในชีวิตจริงที่บ้านจะไม่มีพลทหารคชาอยู่ด้วย แต่ทุกคนมีความรู้สึกจะมีพลทหารคชาอยู่เคียงข้างเสมอ และเมื่อช่วงเวลา 05.00 น. ยังได้ฝันถึงพลทหารคชา มานอนด้วย มาเล่นด้วยพูดคุยด้วยเหมือนตอนที่พลทหารคชามีชีวิตอยู่ หลังจากนั้นไม่นานในความฝัน เธอเห็นชายมีอายุ 3 คน ใส่ชุดขาว มีหนวด เครายาว เดินเข้ามาเรียก พลทหารคชา แล้วพูดว่า “ให้รีบไปกันเถอะเดี๋ยวจะไม่ทัน” เธอจึงตกใจตื่น จากนั้นไม่นาน แพทย์มาแจ้งกับครอบครัวว่า พลทหารคชาสิ้นลมหายใจแล้ว

อย่างไรก็ดี หลังจากแพทย์ส่งมอบร่างพลทหารคชาให้กับครอบครัวแล้ว  ครอบครัวจะนำส่งสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ กรุงเทพมหานคร เพื่อชันสูตรพลิกศพ จากนั้นจะเคลื่อนศพพลทหารคชา ไปจัดพิธีบำเพ็ญศล ที่วัดบ้านเกิดในจังหวัดบุรีรัมย์

ส่วนในเรื่องของคดีกับรุ่นพี่พลทหาร 3 นายซ้อมพลทหารคชาจนหมดสติ ครอบครัวขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ เพราะมั่นใจหลังผลการดำเนินการของพนักงานสอบสวน มีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้กระทำความผิด ในข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น โดยมีการส่งสำนวนเสนออัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 13 โดยผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำ และสุดท้าย ครอบครัวพลทหารคชา ขอให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับครอบครัวเขาเป็นครอบครัวสุดท้าย.

keyboard_arrow_up