รวบเพิ่ม! ผู้รับเหมาก่อสร้างเอี่ยวเงินทอนวัด พบตีซี้เจ้าอาวาส รับงาน – แบ่งเงินบูรณะ

วันที่ 3 ส.ค.61 ที่กองบังคับการปราบปราม  พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป.นำกำลัง เข้าจับกุม นายเจษฎา วงศ์เมฆ อายุ 38 ปี อาชีพรับเหมาก่อสร้าง ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ 102/2561 ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2561 ในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือโดยทุจริต และสนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต จับกุมได้ที่ร้านดังกล่าว

นายเจษฎา วงศ์เมฆ อายุ 38 ปี อาชีพรับเหมาก่อสร้างถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว

ต่อมาพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.เดินทางมายัง บก.ป.เพื่อร่วมประชุมคณะทำงานติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีในความรับผิดชอบของ บช.ก.โดย พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวว่า สำหรับคดีเงินทอนวัดตนได้กำชับให้คณะทำงานทั้งในส่วนของ บก.ปปป.และ บก.ป.เร่งรัดดำเนินการด้วยความละเอียดรอบคอบ ส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ได้มอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีเพื่อให้คดีนี้มีความสมบูรณ์ ขั้นตอนที่ผ่านมาเร่งดำเนินการตลอด แต่อาจจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานไปก่อน

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.

พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวต่อว่า คดีที่เกิดขึ้นและผู้ต้องหาที่มีการจับกุมตัวได้แล้วนั้น เราจะทำให้เป็นแบบอย่างว่าเจ้าหน้าที่รัฐ หรือผู้ที่คิดกระทำการทุจริต ไม่ว่าจะสังกัดกระทรวง ทบวง กรมไหน ก็ต้องตระหนัก และจัดการกับปัญหาเหล่านี้ โดยคดีนี้จะเป็นกรณีศึกษา สิ่งที่ไม่ถูกไม่ควรจะต้องถูกจัดการจากนี้ไป ส่วนการจับกุมนายเจษฎา ในวันเดียวกันนี้ ทางเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานชัดเจนจึงขออำนาจศาลออกหมายและจับกุมตัวมาดำเนินคดี ส่วนรายละเอียดว่าเกี่ยวข้องในประเด็นไหน อย่างไร ขอยังไม่เปิดเผย รวมทั้งการดำเนินการหลังจากนี้ไม่ว่าจะเป็นการขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม ซึ่งคณะทำงานจะพิจารณาไปตามพยานหลักฐานที่พบ หากเชื่อมโยงถึงผู้ใดไม่ว่าเป็นพระสงฆ์หรือไม่ ก็จะดำเนินคดีทั้งหมด

รายงานข่าว สำหรับพฤติการณ์ของ นายเจษฎา โดยคดีเงินทอนวัดที่เจ้าตัวถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุมนั้นมาจากการที่ได้เข้าไปตีสนิทกับทางเจ้าอาวาสวัดต่างๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราชจำนวน 4 วัด เพื่อขอให้บริษัทตัวเองได้รับงานซ่อมแซมบูรณะวัด ซึ่งตกลงกับทางวัดว่าจะแบ่งเงินเปอร์เซ็นให้ จากนั้นก็ให้ทางวัดทำหนังสือขอรับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักพุทธฯ วัดละ 3 ล้านบาท กระทั่งงานเสร็จแล้วก็ได้แบ่งเงินให้วัดดังกล่าว

 

keyboard_arrow_up