“ฟาง” ดีใจทอมโหดโดนจับ คู่รักใจเด็ดอึ้ง คนดูพรึบแต่ไม่ช่วย (คลิป)

จากกรณีที่สาวทอม ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.กาญจนา สินประเสริฐ อายุ 27 ปี ใช้หมวกกันน็อกฟาดศีรษะ น.ส.พิมพ์พิไล ปักษี หรือ น้องฟาง แฟนสาว จนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่หอพักแห่งหนึ่งในซอยรัชดาภิเษก 36 เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา (อ่าน :“น้องฟาง” เหยื่อทอมโหดทืบสาหัส แฉความแสบ ย่องขอวงจรปิด ยันไม่โกรธ แต่ไม่ยอมความ)

ภาพวงจรปิดในวันเกิดเหตุ
แขกรับเชิญร่วมพูดในรายการต่างคนต่างคิด

วันที่ 23 ก.ค. 61 “รายการต่างคนต่างคิด” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.20 น. ได้เชิญ คุณพิมพ์พิไล ปักษี หรือ ฟาง ผู้เสียหาย, คุณทิฆัมพร พิมให้ผล พี่สาวของฟางผู้เสียหาย, คุณอุบล สังเกตุใจ ป้าของฟางผู้เสียหาย, คุณปรัชญ์ เกษมสันติธรรม ผู้ที่ถ่ายคลิปตอนเกิดเหตุ, คุณแพรวดาว ศิวภูวดลพิทักษ์ สาวชุดดำที่เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย และนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ มาร่วมพูดคุยในรายการ

คุณทิฆัมพร พิมให้ผล พี่สาวของฟาง ผู้เสียหาย

โดยคุณทิฆัมพร พี่สาวของฟาง ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตอนนี้อาการของน้องฟาง ฐานรองกระดูดใต้ตาแตก ฟันแตก และทั้งซีกหน้าก็มีอาการชา ซึ่งหมอบอกว่าน่าจะเกิดจากกระดูกที่แตกแล้วกดทับเส้นประสาท ซึ่งต้องพักอีกเดือนครึ่ง ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ทั้ง 2 คน ไม่เคยทะเลาะกันหนักขนาดนี้ แต่สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ อาจเกิดจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ และอาจเป็นเพราะสาวทอมโดนน้องฟางตบหน้า จึงทำให้โกรธ รวมถึงอาจจะไม่ชอบให้เช็กโทรศัพท์ จึงทำให้โมโห สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ตนยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะรับไม่ได้กับภาพที่เห็น ซึ่งในตอนนั้นมี รปภ. เสื้อสีขาวจะเข้าไปช่วย แต่สาวทอมกลับขู่มาว่าอย่าเข้ามายุ่ง ซึ่งหลังเกิดเรื่องสาวทอมเข้ามาขอโทษแต่ตนไม่ได้คุยด้วย แต่เมื่อตนเผลอสาวทอมก็ไปขอคืนดีน้องฟางและเอาน้ำไปป้อน แต่ตนได้สั่งห้ามไม่ให้ยุ่งกับน้องฟาง ซึ่งตอนไปไกล่เกลี่ย ฝั่งสาวทอมได้เสนอเงิน 5 หมื่นบาท เพื่อจะขอจบเรื่องนี้แต่ทางครอบครัวของตนก็ไม่ยอมแล้ว

คุณอุบล สังเกตุใจ ป้าของฟาง ผู้เสียหาย

คุณอุบล ป้าของฟางผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ในตอนแรกตนก็ไม่คิดว่าจะเอาเรื่องกับสาวทอม แต่พอเห็นภาพวงจรปิดก็รู้สึกรับไม่ได้ และจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ซึ่งตนได้เจอกับสาวทอมหลังเกิดเหตุ สาวทอมก็มาขอโทษ แต่ตนไม่ได้มองหน้า และไม่อยากคุยด้วย

คุณปรัชญ์ เกษมสันติธรรม ผู้ที่ถ่ายคลิปตอนเกิดเหตุ

คุณปรัชญ์ ผู้ที่ถ่ายคลิปตอนเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ขณะที่กำลังจอดรถตนได้ยินเสียงการทะเลาะกันและได้ยินคำว่า “ช่วยหนูด้วย” จึงเดินตามหาเสียงจนพบ และตะโกนผ่านตะแกรงหลังตึก ถามไปว่า “ทะเลาะกันทำไม ทำไมไม่คุยกันดี ๆ” ซึ่งขณะนั้นมีคนอื่น ๆ ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ด้วย

คุณแพรวดาว ศิวภูวดลพิทักษ์ สาวชุดดำที่เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย

คุณแพรวดาว สาวชุดดำที่เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ก่อนที่เข้าไปช่วย ตนกับแฟนก็ได้ปรึกษากันว่าจะเข้าไปช่วย ตนจึงบอกให้แฟนเป็นคนถ่ายวิดีโอ และตนจะเป็นคนเข้าไปพูดคุยเอง เพราะแฟนตนเป็นคนใจร้อน หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็กลัวว่าจะตกเป็นคดี และกลัวว่าเรื่องจะบานปลายไปมากกว่านี้ อีกทั้งต้องดูก่อนว่าสาวทอมมีอาวุธหรือไม่ ซึ่งในตอนนั้นตนได้ถามสาวทอมว่า “ทำไมต้องทำแรงขนาดนี้” สาวทอมก็หันมาขอโทษ และก็ขี่มอเตอร์ไซค์หนีไป และในขณะที่ตนเข้าไปช่วย น้องฟางก็กราบตน ตนจึงบอกว่าอย่าเพิ่งขยับ เพราะกลัวว่าจะมีส่วนกระทบกระเทือนร่างกาย จากนั้นสาวทอมได้ขี่มอเตอร์ไซค์กลับมา มีคนตรงนั้นถามสาวทอมว่า “ทำไมต้องทำแรงขนาดนี้” แต่สาวทอมกลับตอบมาว่า “ไม่ได้แรงนะ”

ทนายเกิดผล แก้วเกิด

ด้าน ทนายเกิดผล เปิดเผยว่า สำหรับ 3 คนที่ไม่เข้าไปช่วยน้องฟาง ตามกฎหมายมาตรา 374 เมื่อพบเห็นบุคคลที่ต้องได้รับอันตรายและสามารถช่วยได้ โดยไม่ควรจะกลัวอันตราย แต่ไม่ช่วย จะเป็นความผิด โทษจำคุก 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท แต่ถ้าทั้ง 3 คน กลัวว่าจะได้รับอันตรายจากการเข้าไปช่วย ก็ถือว่าไม่ผิดกฎหมาย

คุณพิมพ์พิไล ปักษี หรือ ฟาง ผู้เสียหาย

คุณพิมพ์พิไล ผู้เสียหาย เผยว่า อาการตอนนี้ยังระบมปากตรงที่เย็บไหม และสำหรับตนจะไม่ใจอ่อนและไม่ยอมสาวทอมแล้ว ยิ่งได้เห็นคลิป ตนก็ตัดสินใจเลยว่าจะฟ้องให้ถึงที่สุด แม้สาวทอมจะมาดูแล แต่ก็ไม่คุ้มกับสิ่งที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าจะไม่กลับไปคบกันอีก แม้ในตอนแรกตนจะให้อภัยที่เขามาขอโทษ นอกจากนี้ ตนขอขอบคุณพี่เอิร์นที่เข้ามาช่วย เพราะถ้าเขาไม่เข้ามาช่วย ก็ไม่รู้ว่าตนจะเป็นอย่างไร เพราะตนรู้ตัวแล้วว่าตอนที่โดนลากขึ้นรถ ถ้าตนยอมไปด้วย ตนก็คงไม่รอด ซึ่งตนรู้ตัวตลอดในตอนโดนกระทำ ตนพยายามเกร็งคอตอนที่โดนเอาหัวโขกพื้น ซึ่งตอนที่กราบเท้าพี่เอิร์น ตนเริ่มมองไม่เห็นและเริ่มเบลอ แต่ได้ยินเสียงของคนที่มาช่วย จึงอยากขอบคุณมาก ๆ นอกจากนี้ ตนไม่ได้ติดใจที่คนอื่น ๆ ยืนดูแล้วกลัว และไม่ได้เข้ามาช่วย และขอขอบคุณ รปภ. ชาวเมียนมา ที่โทรแจ้งตำรวจให้

คุณพิมพ์พิไล ยังบอกอีกว่า หลังจากวันเกิดเหตุสาวทอมได้มาช่วยทำแผล และได้ขอโทษตน และพูดกับตนว่าทุกอย่างอยู่ที่ตน ถ้าตนไม่เอาเรื่องทุกอย่างก็จบ ซึ่งสาวทอมอ้างกับแม่ของตนว่า เท้าของตนไปโดนหน้าตอนทะเลาะกัน จึงทำให้โกรธ เพราะแม่ก็ยังไม่เคยทำกับตัวเองแบบนี้ หลังกลับจาก สน. สาวทอมก็อ้างว่าจะกลับต่างจังหวัด แต่สาวทอมได้ไปเอาภาพวงจรปิดที่คอนโด

คุณทิฆัมพร กล่าวว่า ตนคิดว่าสาเหตุที่สาวทอมไปเอาภาพกล้องวงจรปิด เพราะว่าสาวทอมจะได้เตรียมตัวจะตอบคำถาม ซึ่งตนไม่เชื่อแล้วว่าคำขอโทษจะจริงใจ เพราะเมื่อตนไปที่คอนโดเพื่อเอาภาพวงจรปิดมาเป็นหลักฐาน ก็พบสาวทอมอยู่ที่คอนโดแล้ว

สำหรับเรื่องที่ไปพบสาวทอมที่คอนโด ตอนไปเอาภาพกล้องวงจรปิด ทนายเกิดผล บอกว่า กรณีนี้ตนไม่เข้าใจเจตนาของสาวทอมเหมือนกัน แต่ถ้าคนร้ายทั่วไปก็อาจจะมีเจตนาไปลบภาพวงจรปิด เพราะจะทำให้พยานบุคคลอ่อนลง แต่เมื่อมีภาพจากกล้องวงจรปิด พฤติกรรมทั้งหมดก็ค่อนข้างชัดเจน

คุณปรัชญ์และคุณแพรวดาว พลเมืองดีที่เข้าไปช่วยน้องฟาง

ช่วงท้ายของรายการ คุณปรัชญ์ กล่าวว่า หากจะเข้าไปช่วยในเหตุการณ์แบบนี้ ควรดูความหนักเบาของเหตุการณ์ และอาวุธที่เขามี รวมถึงดูท่าทีว่าจะหยุดหรือไม่ ถ้ามีอาวุธหนักก็ควรไปแจ้งคนมาช่วย แต่อาจจะทำอะไรที่เป็นจิตวิทยาเพื่อดึงดูดความสนใจให้คนร้ายรู้ว่าไม่ได้อยู่ลำพังกับผู้ถูกกระทำ นอกจากนี้ คุณแพรวดาว ยังบอกอีกว่า ที่ตนไม่ยอมเพิกเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะนาทีนั้น ตนรู้ตัวว่าทิ้งน้องไว้ไม่ได้ เพราะน้องต้องแย่แน่ ๆ

สุดท้าย คุณทิฆัมพร ได้กล่าวว่า ขอบคุณคนที่เข้าไปช่วย เพราะถ้าตอนนั้นไม่มีใครเข้าไปช่วย ตนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับน้องของตน

คุณทิฆัมพร พิมพ์ให้ผล พี่สาวของฟางผู้เสียหาย ให้สัมภาษณ์หลังรายการต่างคนต่างคิด

นอกจากนี้ คุณทิฆัมพร พิมพ์ให้ผล พี่สาวของฟางผู้เสียหาย ได้เปิดเผยภายหลังจบรายการต่างคนต่างคิดว่า ตนสนิทกับฟางมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากบ้านอยู่ติดกัน อายุไล่เลี่ยกัน และเรียนที่เดียวกันด้วย ตนทราบดีที่ทั้งสองคนคบกัน เพราะด้วยความสนิท ทำให้ทุกวันสำคัญ ทั้งวันเกิด หรือวันวาเลนไทน์ ตนจะอยู่ด้วยเสมอ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ทั้งสองคบกัน ทั้งคู่ดูรักกันดีมาก ทุกวันวาเลนไทน์ฟางจะนำดอกไม้ไปมอบให้กับผู้ก่อเหตุเสมอ และก็มีบ้างที่สาวทอมมอบดอกไม้ให้กับฟาง แต่ทั้งสองมักหยอกล้อกันรุนแรง เช่น ต่อย เตะ ผลักหัว จนบางครั้งเกิดมีรอยเขียวช้ำ

ส่วนกรณีที่มีการแชร์กันล่าสุด ที่สาวทอมผู้ก่อเหตุโพสต์ภาพ เผยเห็นในห้องนอนตกแต่งผนังห้องด้วยรูปที่ถ่ายคู่กัน แปะไว้เป็นรูปหัวใจ และมีภาพในตู้เสื้อผ้าที่ผ้าถูกพับไว้อย่างเรียบร้อย พร้อมระบุข้อความและแท็กชื่อน้องฟางว่าเป็นคนทำให้ โดยแพรวบอกว่าฟางเคยเล่าให้ฟัง ว่ามีการจัดห้อง ซักผ้า พับผ้าให้กับทอม โดยจะทำเป็นปกติอยู่แล้ว ส่วนฝ่ายทอมเองก็มีบ้างที่ซักผ้า พับผ้าให้กับน้องฟาง

น.ส.กาญจนา สินประเสริฐ ผู้ก่อเหตุทำร้ายแฟนสาว ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

จากการติดต่อ น.ส.กาญจนา สินประเสริฐ ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ โดยระบุว่า ไม่สะดวกที่จะพูดคุย เมื่อถามว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธินได้ติดต่อเพื่อเรียกเข้าสอบปากคำหรือยัง ทาง น.ส.กาญจนา เผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อถามว่า ได้มีการติดต่อ ทางน้องฟาง แฟนสาว หรือไม่ ทาง น.ส.กาญจนา เงียบไปสักครู่ ก่อนจะตอบกลับว่าไม่สะดวก แล้ววางสายไป

น.ส.กาญจนา สินประเสริฐ ผู้ก่อเหตุทำร้ายแฟนสาว

ล่าสุด พ.ต.ท.ประดล สำคัญ รองผกก.สส.สภ.บ้านแก่ง อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เดินทางไปที่บ้าน น.ส.กาญจนา สินประเสริฐ สาวทอมคนดังกล่าว เพื่อพูดคุยกับผู้ปกครอง พร้อมขอเชิญตัวไปยังโรงพัก ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดย น.ส.กาญจนา กล่าวกับเจ้าหน้าที่ว่า หลังเกิดเหตุไม่ได้คิดจะหลบหนีไปไหน เพียงขอเวลามาเก็บของ เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายจับให้ทราบ และควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เพื่อดำเนินคดีต่อไป

คุณพิมพ์พิไล ปักษี หรือ น้องฟาง ผู้เสียหาย

ด้าน คุณพิมพ์พิไล ปักษี หรือ น้องฟาง ผู้เสียหาย เปิดใจหลังทราบข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมฝ่ายคู่กรณีได้ว่า ตนดีใจมาก และหลังจากนี้จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และจะไม่ยอมเจรจากับคู่กรณี ส่วนตัวได้ย้อนกลับไปดูคลิปของตัวเอง เห็นทุกครั้งก็รู้สึกเจ็บ ทั้งกายและใจ ยอมรับว่าโกรธจนเลือดขึ้นหน้า หลายครั้งก็ยังแอบร้องไห้ ว่าทำไมตนต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ตอนที่ตนถูกทำร้าย ก็คิดว่าตัวเองอาจจะต้องตาย หากตนไม่มีสติ ไม่พยายามช่วยตัวเอง คงตายไปตั้งแต่โดนหมวกกันน็อกฟาดแล้ว ทั้งนี้ ยอมรับว่าสะเทือนใจ และส่วนตัวไม่มีอะไรจะพูดกับคู่กรณีแล้ว เพียงอยากรู้ว่าทำไมถึงทำตนหนักขนาดนี้ เพราะที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีอะไรโกรธแค้นต่อกัน

ส่วนอาการตอนนี้ ตนเตรียมเข้าห้องผ่าตัด วันที่ 26 ก.ค. นี้ เนื่องจากต้องนำแผ่นกระดูกเทียมไปทดแทนส่วนที่แตกร้าว ซึ่งอยู่บริเวณใต้ดวงตาขวา แพทย์ระบุว่า อาการค่อนข้างหนัก ทั้งนี้ ตนกังวลเรื่องการผ่าตัด และไม่รู้หลังผ่าตัดจะกลับมาเหมือนเดิมหรือไม่ พร้อมยืนยันว่า จะไม่ให้อภัยคู่กรณี ไม่คิดจะเดินทางไปเจอหน้า เพราะไม่อยากเจอ และขอให้กฎหมายจัดการจนถึงที่สุด

keyboard_arrow_up