นักอนุรักษ์ ร่อน จม.เปิดผนึก กรณีฟื้นฟูถ้ำหลวง ชี้ระบบนิเวศละเอียดอ่อน แนะคำนึงถึงผลกระทบ

สืบเนื่องจากกระแสข่าวที่หลายหน่วยงานภาครัฐออกมาเสนอให้ผลักดันถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ เนื่องจากเหตุการณ์ช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมนักฟุตบอลที่ผ่านมา ทำให้เมืองไทยและสถานที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ซึ่งต่อมา หมอหม่อง – นายแพทย์รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Rungsrit Kanjanavanit โดยมีความตอนหนึ่งระบุว่า…ขอความกรุณา อย่ามีใคร หรือหน่วยงานใด อุตริ คิดเปลี่ยนแปลงสภาพภายในถ้ำ เพื่อการท่องเที่ยวที่ไม่ยั่งยืนหรือกิจกรรมอื่นใด (อ่านเพิ่มเติม : หมอหม่อง โพสต์วอน อย่าเปลี่ยนถ้ำหลวงเป็นที่ท่องเที่ยว เพื่อเลี่ยงปัญหาในอนาคต)

นอกจากนี้ ทางฝั่งเพจเฟซบุ๊ก คนอนุรักษ์ ได้ออกจดหมายเปิดผนึกถึงผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอง (ศอร.) โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องการฟื้นฟูระบบนิเวศถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ซึ่งมีเนื้อหาดังต่อไปนี้…

จดหมายเปิดผนึกเรื่องการฟื้นฟูระบบนิเวศถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

12 กรกฎาคม 2561

เรียน ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอง (ศอร.)
สำเนาถึง อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้เชี่ยวชาญ และอาสาสมัครทั้งชาวไทยและต่างชาติ ได้ร่วมมือร่วมใจกันช่วยเหลือเยาวชนนักฟุตบอล และครูฝึก ทีมหมูป่าอะคาเดมี ทั้ง ๑๓ คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จนภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เป็นที่ประจักษ์แลชื่นชมต่อสายตาชาวโลกผ่าน สื่อต่างๆ จำนวนมาก

เพื่อจะช่วยเหลือทีมหมูป่าทั้ง ๑๓ คน จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ช่วยเหลือต้องปฏิบัติการซึ่งกระทบกับระบบนิเวศของถ้ำหลวงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการขุดเจาะในจุดต่างๆ การเบี่ยงเบนทางน้ำในถ้ำหลวงและบริเวณใกล้เคียง วัสดุแปลกปลอมจากธรรมชาติ รวมทั้งการที่มีบุคลากรจำนวนมากเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแผนการปรับปรุงถ้ำหลวงให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งต้องมีการปรับปรุงสภาพพื้นที่อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี ระบบนิเวศแบบถ้ำนั้น เป็นระบบนิเวศที่พิเศษ ต่างจากระบบนิเวศภายนอก เนื่องจากเป็นระบบค่อนข้างปิด ถูกตัดขาดจากสิ่งรบกวนภายนอก จึงเป็นระบบนิเวศที่เปราะบาง และมีความยืดหยุ่นต่ำ สิ่งมีชีวิตภายในถ้ำต้องมีวิวัฒนาการให้สามารถอาศัยอยู่ในความมืด ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับการรบกวนโดยฝีมือมนุษย์ได้ง่ายนัก การเปลี่ยนแปลงทางน้ำ หรือแสงสว่างภายในถ้ำหลวง จึงอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตต่างๆ เช่น นกแอ่น และปลาที่อาศัยในถ้ำ อย่างไรก็ตามในขณะนี้ ประเทศไทยมีข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของถ้ำต่างๆ โดยเฉพาะถ้ำหลวงน้อยมากเนื่องจากไม่เคยมีการสำรวจจริงจังมาก่อน จึงไม่อาจประเมินผลกระทบดังกล่าวได้ถูกต้องแม่นยำ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องไม่ทำความเสียหายเพิ่มเติมแก่ถ้ำหลวงโดยที่ยังไม่รู้ผลกระทบแน่ชัด

ทางเครือข่ายองค์กรและนักอนุรักษ์ จึงประสงค์จะแสดงความห่วงใยต่อระบบนิเวศของถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน และใคร่เรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า

(1) เมื่อปฏิบัติการช่วยชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมีสำเร็จลงแล้ว ควรมีการประเมินผลกระทบจากกิจกรรมช่วยชีวิตต่อถ้ำหลวงโดยละเอียด และให้มีการหารือกันเรื่องการฟื้นฟูระบบนิเวศของถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนให้กลับคืนสู่สภาพเดิม ทั้งโพรงที่ขุดเจาะ และทางน้ำที่ถูกเบี่ยง ทั้งภายในและภายนอกถ้ำ ควรได้รับการแก้ไขซ่อมแซมต่อไป โดยการแก้ไขซ่อมแซมนั้น ต้องเป็นไปให้ใกล้เคียงกับสภาพธรรมชาติมากที่สุด

(2) ในอนาคต การวางแผนพัฒนาถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ให้สถานที่ท่องเที่ยวนั้น การดำเนินการจำเป็นอย่างยิ่งต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศของถ้ำหลวงด้วย

ทางเครือข่ายขอแสดงความชื่นชมเป็นอย่างยิ่งต่อปฏิบัติการและแผนการของ ศอร. และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยเฉพาะนโยบายในการฟื้นฟูเส้นทางน้ำไหลให้เป็นปกติ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการฟื้นฟูนั้นจะขยายไปสู่การฟื้นฟูจุดอื่น

ทั้งนี้เพื่อรักษาระบบนิเวศถ้ำ ให้ยังคงอยู่เพื่อรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ขอแสดงความนับถือ
เครือข่ายองค์กรและนักอนุรักษ์

keyboard_arrow_up