ทนายดังโต้ ‘นักสิทธิฯ’ อย่าโทษ ‘สังคม-สภาพแวดล้อม’ ชี้เป็นที่สันดานฆาตกร

สืบเนื่องจากกรณีที่ นางสมศรี หาญอนันทสุข กรรมการสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน มูลนิธิเพื่อนหญิง อีกทั้งยังเป็นสมาชิกปัจจุบัน และอดีตประธานองค์กรสิทธิมนุษยชน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า คดีฆ่าหั่นศพที่เกิดขึ้นไม่ต่างจากคดีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงคดีอื่น ๆ เพราะผลที่เกิดขึ้นคือเหยื่อเสียชีวิตเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างถึงคดีของ นพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ อดีตสูตินารีแพทย์ ที่ฆ่าหั่นศพภรรยาของตนเอง แล้วก็ใช้ชีวิตตามปกติอย่างแนบเนียน จนกระทั่งตำรวจสามารถจับกุมตัวได้ โดยระหว่างที่ถูกจำคุก นพ.วิสุทธิ์ ปฏิบัติตัวดีและทำประโยชน์มาโดยตลอด จนกระทั่งได้ออกจากเรือนจำ และเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ตนจึงมองว่าผู้กระทำผิดไม่ได้เป็นอาชญากรโดยกำเนิด แต่เพราะหึงหวงจึงกระทำผิด ซึ่งเป็นอารมณ์ชั่ววูบ (อ่านเพิ่มเติม : อดีตแอมเนสตี้ ชี้ “วุธ”หั่นศพมีโอกาสกลับใจ ยก “หมอวิสุทธิ์” ประหารไม่ใช่ทางออก (คลิป))

ล่าสุด ทนายความเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยกล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า…

ผมได้ยิน NGO ด้านสิทธิมนุษยชน , นักวิชาการอาชญาวิทยา รวมถึง แอมเนสตี้ พูดถึงเรื่องนี้บ่อยมาก หลายท่านบอกว่า คนเกิดมาเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีใครถือ มีด หรือ ปืน ออกมาจากครรภ์มารดา เพื่อเกิดมาฆ่าคน บางท่านโทษสังคม และ สภาพแวดล้อม

ผมก็นึกไม่ออกว่า ทำไม นักสิทธิฯ เหล่านี้ ถึงไม่คิดว่า เป็นที่สันดานของฆาตกรบ้าง ไม่มีพ่อแม่คนไหน สอนลูกให้เป็นฆาตกรตั้งแต่เกิด

อย่าไปโทษสังคมเลย คนไฝ่ดีก็ย่อมเดินทางดี แสวงหาสิ่งที่ดีงาม คนไฝ่ชั่ว อยู่ที่ไหนก็คิดหา และ ทำ แต่สิ่งที่ชั่วช้า ลูกชาวนา ยังสามารถเป็นเศรษฐีได้ ถ้าไฝ่ดี เด็กวัด ก็เป็นโจรได้ ถ้าไฝ่ชั่ว

หมาขี้เรื้อน นอนตรงไหน มันก็เกาตัวมันจนเป็นแผล แม้มันจะย้ายที่นอน ต่อให้นอนในห้องทองคำ มันก็ยังเกาขี้เรื้อนของมัน ไม่สำคัญว่า จะนอนที่ไหน ..

keyboard_arrow_up