
รักซ้อนซ่อนพิษ! เปิดข้อหาและบทลงโทษขั้นสุดของข้าราชการทำผิดศีลธรรม เมื่อความรักผิดที่ผิดทาง ต้องแลกด้วยอาชีพ สู่การสิ้นสุดอายุราชการ
ประเทศไทยมีชื่อและสถิติการนอกใจคู่ครองของตนเองเป็นอันดับต้นๆ ของโลก จากข้อมูลที่รวบรวมจากหลายแหล่ง เช่น Bedbible, World Population Review พบว่าในปี 2025 ประเทศไทยยังคงเป็นอันดับหนึ่ง คนไทยที่แต่งงานแล้ว ยอมรับว่านอกใจคู่ของตนเองสูงกว่า 50% แซงหน้าประเทศอื่น ๆ เช่น เดนมาร์ก เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ง่ายขึ้นคือโลกออนไลน์และแอปพลิเคชันหาคู่
และจากประเด็นข่าวดรามารับต้นปี 2569 กรณีล่าสุดสาวท้อง 8 เดือน เปิดใจในรายการดัง เล่าด้วยความขมขื่นใจว่าสามีนายสิบ นอกใจไปคบชู้ครูสาวนานกว่า 5 เดือน ขณะที่ตนกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่ 2 และมีภาวะตกเลือดนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยจับได้จากประวัติการโทรใน Line Out และพบแชทที่ฝ่ายหญิงเรียกฝ่ายชายว่าบี๋ และมีการพาครูสาวไปเปิดตัวกับครอบครัวฝ่ายชายที่ต่างจังหวัด โดยทางภรรยาหลวงประกาศจะขอดำเนินเรื่องให้ถึงที่สุดเพื่อให้ทั้งคู่ออกจากราชการ เพราะมองว่าขัดต่อศีลธรรมและเกียรติศักดิ์ศรีของอาชีพ
โดยเฉพาะเมื่อ ครู ที่เป็นเสมือนแม่พิมพ์ของชาติ ผู้เป็นต้นแบบที่จะปั๊มหรือหล่อหลอมเยาวชนให้เติบโตออกไปเป็นทรัพยากรที่สมบูรณ์ของสังคม กลับกระทำการผิดจริยธรรมเสียเอง จากข้อมูลเกี่ยวกับวินัยและจรรยาบรรณวิชาชีพของข้าราชการครูจาก คุรุสภา และ สำนักงาน ก.ค.ศ. มีความเข้มงวดสูง โดยเฉพาะในเรื่อง "ชู้สาว" ซึ่งถูกระบุว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์อย่างร้ายแรง ผิดทั้งมาตรฐานวินัยและจรรยาบรรณ
ตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 94 วรรคหนึ่ง ระบุว่า ข้าราชการครูต้องรักษาชื่อเสียงไม่ให้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว ขณะที่ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 กำหนดให้ ครูต้องมีวินัยในตนเอง และไม่ประพฤติผิดทางชู้สาวหรือล่วงละเมิดทางเพศ
เมื่อมีการร้องเรียนและสอบสวนพบความผิด จะมีการลงโทษแยกเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้
ส่วนที่ 1 โทษทางวินัย โดยหน่วยงานต้นสังกัด หากพิสูจน์ได้ว่า ชู้สาว เป็นสาเหตุให้ครอบครัวผู้อื่นแตกแยก จะถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง มีโทษตั้งแต่
ส่วนที่ 2 โทษทางจรรยาบรรณ โดยคุรุสภา คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาด ดังนี้
จากข้อมูลในรอบปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2566 – 30 กันยายน 2567 คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) ได้พิจารณากรณี ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาถูกกล่าวหา/กล่าวโทษที่ประพฤติผิดทางจรรยาบรรณของวิชาชีพ รวม 166 ราย โดยวินิจฉัยชี้ขาดแล้ว 159 ราย
จากรายงานพบว่ารายที่ได้รับโทษสูงสุด จำนวน 43 ราย มักมาจากพฤติกรรมที่ขัดต่อศีลธรรมอย่างรุนแรงจนไม่สามารถให้ทำหน้าที่ครูต่อไปได้ ได้แก่
ตัวเลขการเพิกถอน 43 รายจาก 166 ราย แสดงให้เห็นว่าคุรุสภาเปลี่ยนมาใช้ไม้แข็ง กับกรณีที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของเด็กและศีลธรรมอันดีของสังคมอย่างจริงจัง และจากกรณีเหตุการณ์ดังกล่าวที่เป็นประเด็นอยู่ในสังคม อาจมีจุดจบที่การถูกลงโทษวินัยขั้นเด็ดขาด และนำไปสู่การสิ้นสุดอายุราชการ หมดอนาคตในเส้นทางนี้ได้
Advertisement