
รู้จักไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) ที่โผล่กลับมาระบาดอินเดียในรอบ 2 ทศวรรษ รู้วิธีดูแลตัวเองให้รอดจากไวรัสสมองอักเสบ
กำลังกลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสนใจ สำหรับข่าวการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) ในรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นการกลับมาระบาดในพื้นที่นี้ครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี หลังทางการอินเดียระบุว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 รายเมื่อต้นสัปดาห์นี้ เพิ่มจากผู้ติดเชื้อเดิม 2 ราย ซึ่งเป็นพยาบาลชาย 1 ราย และหญิง 1 ราย ที่ตรวจพบเชื้อก่อนหน้านี้ พยาบาลทั้งสองทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในเมืองบาราซัต ใกล้กับเมืองหลวงโกลกาตา โดยทางสำนักข่าวเพรสทรัสต์ออฟ อินเดียรายงานว่าผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
ไวรัสนิปาห์ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2542 จากการระบาดในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในประเทศมาเลเซีย และได้รับการตรวจพบในบังกลาเทศในปี 2544 และมีการระบาดเกือบทุกปีในประเทศนั้นนับตั้งแต่นั้นมา
ไวรัสนิปาห์เป็นเชื้อในกลุ่ม Zoonosis โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีช่องทางการติดต่อหลัก 3 ทาง ดังนี้
จากการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ที่มีเชื้อ เช่น ค้างคาวแม่ไก่ ซึ่งเป็นพาหะธรรมชาติ หรือ สุกร ที่ได้รับเชื้อจากค้างคาวผ่านทางสารคัดหลั่ง อย่างน้ำลาย หรือปัสสาวะ
การรับประทานผลไม้หรือผลิตภัณฑ์จากพืช เช่น น้ำอินทผลัมสด ที่ปนเปื้อนน้ำลายหรือปัสสาวะของค้างคาวที่มีเชื้อ
ติดต่อผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย ปัสสาวะ หรือเลือด มักพบการระบาดในหมู่ญาติผู้ดูแลหรือบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาล
การติดเชื้อในมนุษย์มีตั้งแต่ไม่มีอาการ ไปจนถึงการติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน และภาวะสมองอักเสบที่อาจถึงแก่ชีวิตได้
ผู้ติดเชื้อจะเริ่มมีอาการในระยะแรก ได้แก่ ไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน และเจ็บคอ ต่อมาอาจมีอาการเวียนศีรษะ ง่วงซึม สติสัมปชัญญะเปลี่ยนแปลง และมีอาการทางระบบประสาทที่บ่งชี้ถึงภาวะสมองอักเสบเฉียบพลัน บางคนอาจมีอาการปอดอักเสบผิดปกติและปัญหาทางเดินหายใจรุนแรง รวมถึงภาวะหายใจลำบากเฉียบพลัน ในกรณีที่รุนแรง อาจเกิดภาวะสมองอักเสบและชักได้ และอาจเข้าสู่ภาวะโคม่าภายใน 24-48 ชั่วโมง
เชื่อกันว่าระยะฟักตัว (ช่วงเวลาตั้งแต่ติดเชื้อจนถึงเริ่มมีอาการ) อยู่ระหว่าง 4 ถึง 14 วัน อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าระยะการฟักตัวของเชื้ออาจยาวนานถึง 45 วันได้ด้วย
คนส่วนใหญ่ที่รอดชีวิตจากโรคไข้สมองอักเสบเฉียบพลันจะหายเป็นปกติ แต่ก็มีรายงานว่าผู้รอดชีวิตบางรายอาจมีภาวะทางระบบประสาทเรื้อรังได้ ประมาณ 20% ของผู้ป่วยจะมีผลกระทบทางระบบประสาทหลงเหลืออยู่ เช่น โรคลมชักและการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพ และผู้ป่วยจำนวนน้อยที่หายดีแล้วอาจกลับมาเป็นซ้ำหรือเกิดโรคไข้สมองอักเสบแบบค่อยเป็นค่อยไปในภายหลัง
อัตราการเสียชีวิตจากโรคนี้คาดการณ์อยู่ที่ 40% ถึง 75% อัตรานี้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละการระบาด ขึ้นอยู่กับศักยภาพในพื้นที่สำหรับการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาและการจัดการทางคลินิก
ปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาจำเพาะ สำหรับไวรัสนิปาห์ การรักษาจึงเป็นการประคับประคองตามอาการ แต่วิธีการดูแลและป้องกันตัวเองเบื้องตน สามารถทำได้ดังนี้
ที่มา : World Health Organization (WHO)
Advertisement