
กินอะไรดีให้หายไว? เปิดโพย 15 อาหารใกล้ตัว เสริมเกราะกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ร่างกายชนะหวัดได้เร็วขึ้น เพื่อการฟื้นตัวที่รวดเร็ว
สถานการณ์ไข้หวัดในปี 2568 ที่ผ่านมา ถือว่าอยู่ในสถานการณ์ค่อนข้างรุนแรงและมีจำนวนผู้ป่วยสูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบหลายปี ซึ่งเชื้อหวัดมีมากกว่า 200 สายพันธุ์ เมื่อเราติดสายพันธุ์ใหม่ ร่างกายต้องเริ่มนับหนึ่งในการสร้างภูมิคุ้มกันใหม่ทั้งหมด กระบวนการนี้มักใช้เวลา 7-10 วัน เป็นอย่างน้อย อาหาร ถือว่ามีความสำคัญมากในการรักษาอาการป่วยจากหวัด แม้ว่าอาหารจะไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง แต่เปรียบเสมือนคลังเสบียงและวัตถุดิบ ที่ร่างกายต้องใช้ในการทำสงครามกับเชื้อโรค เพื่อช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ต่อสู้กับเชื้อไวรัส ให้พลังงานแก่ร่างกาย และบรรเทาอาการต่างๆ
1. ซุปไก่
เมื่อคุณเป็นหวัด ซุปเป็นแหล่งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่ดี ในทางวิทยาศาสตร์มีงานวิจัยรองรับว่าซุปไก่มีคุณสมบัติที่ช่วยให้ร่างกายรับมือกับหวัดได้ดีกว่าน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มร้อนอื่นๆ
มีงานวิจัยชิ้นสำคัญที่ตีพิมพ์ในวารสาร Chest พบว่าซุปไก่ช่วยยับยั้งการเคลื่อนที่ของ นิวโทรฟิล (Neutrophils) ซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดการอักเสบในทางเดินหายใจ ไอร้อนและอุณหภูมิของซุปไก่ช่วยขยายโพรงจมูกและช่วยให้ซิเลีย (Cilia) ในจมูกทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้ร่างกายขับน้ำมูกและเสมหะที่มีเชื้อไวรัสปนอยู่ให้ออกมาได้เร็วขึ้น ในซุปไก่มีเกลือแร่ที่จำเป็นให้ร่างกายสามารถนำสารอาหารไปใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องเสียพลังงานในการย่อยมากนัก นอกจากนี้การเติมผักอื่นๆ เช่น หัวหอม แครอท คึ่นฉ่าย หรือกระเทียม ลงไปด้วย ซึ่งผักเหล่านี้มีสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินที่ช่วยเสริมการทำงานของเม็ดเลือดขาวให้แข็งแรงขึ้น
2. ส้ม
ผลไม้ตระกูลส้ม เช่น ส้ม ส้มโอ ส้มแมนดาริน และมะนาว มีวิตามินซีสูง ซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้ วิตามินซีช่วยเพิ่มการผลิตเม็ดเลือดขาวที่ต่อสู้กับการติดเชื้อ มีงานวิจัยโดยนักวิจัยจาก เครือข่ายความร่วมมือโคเครน (Cochrane Collaboration ) ซึ่งเป็นเครือข่ายนักวิจัยระดับนานาชาติ ชี้ให้เห็นว่าวิตามินซีอาจช่วยลดระยะเวลาของอาการหวัดได้เล็กน้อย นอกจากนี้ในน้ำส้ม ก็มีวิตามินซีในปริมาณสูงเช่นกัน แต่อาจต้องระมัดระวังกรดในน้ำผลไม้ ที่บางครั้งอาจทำให้ระคายเคืองคอที่เจ็บได้
3. อาหารและเครื่องดื่มที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
สารต้านอนุมูลอิสระเป็นสารที่ช่วยป้องกันความเสียหายของเซลล์ อาหารและเครื่องดื่มที่มีสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมากอาจช่วยต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บได้ งานวิจัยจากภาควิชากุมารเวชศาสตร์และโรคติดต่อ มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา พบว่า สารต้านอนุมูลอิสระเควอร์เซติน มีคุณสมบัติดังกล่าวอาจช่วยป้องกันหวัดได้ โดยอาหารที่มีเควอร์เซติน ได้แก่ บลูเบอร์รี่ , บร็อคโคลี่ , แครนเบอร์รี่ , ชาเขียว , ผักคะน้า และ หัวหอมแดง
4. อาหารที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ
มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าอาหารที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ เช่น เบอร์รี่ , ปลา , กระเทียม , ขิง , หัวหอม และขมิ้น อาหารเหล่านี้สามารถช่วยป้องกันและรักษาการติดเชื้อทางเดินหายใจได้ โดยบางชนิดมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ และบางชนิดมีฤทธิ์กระตุ้นการอักเสบ นอกจากจะมีคุณสมบัติต้านการอักเสบแล้ว ยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ต้านไวรัส และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอีกด้วย จึงแนะนำให้รับประทานอาหารต้านการอักเสบเป็นหลักควบคู่ไปกับมาตรการป้องกัน ควบคุมและรักษา
5. พริกชี้ฟ้า
พริกเป็นพืชผักที่รู้จักกันดีว่าช่วยเพิ่มรสชาติให้กับอาหารหลากหลายชนิด นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกหากคุณเป็นหวัด มีงานวิจัยที่พบว่าแคปไซซิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในพริกเผ็ด อาจช่วยลดอาการไอ รวมถึงช่วยทำให้น้ำมูกและเสมหะที่เหนียวข้นจางลง ทำให้ร่างกายขับออกมาได้ง่ายขึ้น ซึ่งช่วยลดอาการไอที่เกิดจากเสมหะติดคอได้
แม้จะมีประโยชน์ แต่ก็มีข้อควรระวัง เนื่องจากแคปไซซินมีความแสบร้อนในตัว ถ้ากำลังเจ็บคออักเสบหนักๆ แนะนำให้เลี่ยงของเผ็ดจัด แล้วเปลี่ยนมาทานซุปอุ่นๆ ที่ใส่พริกไทยหรือขิงแทนก็จะช่วยได้อีกทาง
6. ขิง
ขิงถือเป็นราชาแห่งสมุนไพรสู้หวัด ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ไม่ใช่แค่ภูมิปัญญาชาวบ้าน มีงานวิจัยรองรับถึงสารสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากอาการหวัดได้จริง ในขิงมีสารสำคัญคือจินเจอรอล (Gingerol) และ โชกาออล (Shogaol) ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับยาแก้ปวดลดไข้บางกลุ่ม สารเหล่านี้ช่วยยับยั้งการสร้างสารที่ทำให้เกิดการอักเสบในร่างกาย จึงช่วยลดอาการ เจ็บคอ ปวดหัว และปวดเมื่อยตัว เวลาเป็นหวัดได้ดี
รวมถึงมีคุณสมบัติในการป้องกันการเกาะตัวของไวรัสในระบบทางเดินหายใจ ช่วยกระตุ้นให้เซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจสร้างสารที่ช่วยป้องกันไวรัสไม่ให้เข้าสู่เซลล์ ช่วยต่อสู้กับแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการเจ็บคอได้ โดยสามารถเคี้ยวขิงสดหรือชงชาขิง เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้
7. กระเทียม
กระเทียมมีสารอัลลิซินซึ่งมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ และต้านแบคทีเรีย จึงช่วยบรรเทาอาการหวัด และลดความเสี่ยงและระยะเวลาของการเจ็บป่วยได้ แต่ไม่ใช่ยาที่รักษาหวัดให้หายขาดได้ทันที และควรรับประทานอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ระคายเคืองกระเพาะอาหาร
8. ชาคาโมมายล์
ชาคาโมมายล์ เป็นชาที่ทำจากดอกคาโมมายล์ ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรที่ขึ้นชื่อว่ามีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายและส่งเสริมการนอนหลับ แต่ขณะเดียวกันชาคาโมมายล์ก็สามารถบรรเทาอาการหวัด อาการเจ็บคอได้เช่นกัน จากสารต้านอนุมูลอิสระและสารประกอบที่อาจช่วยลดการอักเสบ
9. น้ำผึ้ง
น้ำผึ้งมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อจุลินทรีย์ที่อาจช่วยรักษาการติดเชื้อได้ จากการศึกษาวิจัยพบว่าน้ำผึ้งมีประสิทธิภาพมากกว่าส่วนผสมในยาแก้ไอสำหรับเด็กที่จำหน่ายทั่วไป น้ำผึ้งอาจช่วยบรรเทาอาการไอได้ดีกว่าการไม่รักษา ช่วยลดระยะเวลาการไอได้ดีกว่ายาหลอกและซัลบูทามอล และข้อควรระวังที่สำคัญคือ ห้ามให้น้ำผึ้งแก่ทารกที่มีอายุต่ำกว่า 12 เดือนเด็ดขาด
10. ขมิ้น
ขมิ้นมีสารเคอร์คูมิน (Curcumin) ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ สามารถยับยั้งการเข้าเซลล์และการแบ่งตัวของไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ อีกทั้งยังช่วยลดการอักเสบในทางเดินหายใจ บรรเทาอาการเจ็บคอและไอ ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น ลดโอกาสติดเชื้อ ลดอาการจาม คัดจมูก น้ำมูกไหล สามารถรับประทานแบบสดๆ หรือแบบผงโรยลงบนอาหารที่ชื่นชอบได้
11. เชอร์รี่
เชอร์รี่มีวิตามินซีสูง ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงมีไฟโตนิวเทรียนท์ และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น การดื่มน้ำเชอร์รี่รสเปรี้ยว (Tart Cherry) อาจช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นจริง เนื่องจากมีสารสำคัญคือ เมลาโทนิน ฮอร์โมนควบคุมการนอนหลับ และ ทริปโตเฟน กรดอะมิโนที่ช่วยสร้างเมลาโทนิน ทำงานร่วมกันช่วยส่งเสริมวงจรการนอนหลับให้ดีขึ้น ซึ่งการนอนหลับอย่างเพียงพอในขณะที่คุณป่วยสามารถช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้
12. แครอท
แครอทเป็นผักที่รู้จักกันดีว่ามีสารเบต้าแคโรทีน ที่สามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ ซึ่งจะไปช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้ระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันการติดเชื้อ ปกป้องเซลล์ร่างกาย และมีวิตามินซี ซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดการติดเชื้อ และยังมีสรรพคุณช่วยขับเสมหะ บรรเทาอาการไอได้ด้วย
13. ผักใบเขียว
ผักใบเขียวต่างๆ ที่รวมถึงผักโขม คะน้า เหล่านี้มีวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่าโพลีฟีนอล ซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและปกป้องเซลล์จากความเสียหาย โดยสามารถเพิ่มผักใบเขียวลงในสมูทตี้หรือซุป หรือรับประทานเดี่ยวๆ ก็ได้
14. กีวี
ในกีวีมีวิตามินซี วิตามินอี วิตามินเค โฟเลต โพแทสเซียม ทองแดง วิตามินเค และโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก จากการศึกษาหนึ่งพบว่าเด็กก่อนวัยเรียน (อายุ 2-5 ปี) ที่บริโภคกีวีสีทองเป็นประจำ มีโอกาสเป็นหวัดหรือไข้หวัดใหญ่น้อยลง ผลลัพธ์นี้ชี้ให้เห็นว่ากีวีสีทองสามารถปรับระบบภูมิคุ้มกันในเชิงบวก และการบริโภคสามารถช่วยให้สุขภาพดีขึ้นโดยการลดอาการและการเกิดโรคหวัดและไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มที่มีสถานะภูมิคุ้มกันที่อาจทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อเหล่านี้
15. ปลาที่มีไขมันสูง
เช่น ปลาแซลมอน , ปลาทูน่า , ปลาซาร์ดีน , ปลาแมคเคอเรล , ปลาทู , ปลาอินทรี , ปลาช่อน , ปลาจะละเม็ดขาว , และปลาสวาย เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเมื่อคุณป่วย ในปลาเหล่านี้อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ซึ่งช่วยลดการอักเสบเสริมภูมิคุ้มกันและบำรุงสุขภาพโดยรวม ไม่ได้รักษาหวัดโดยตรง แต่สารอาหารเหล่านี้ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ต่อสู้กับหวัดได้ดีขึ้น
1. คาเฟอีน การบริโภคคาเฟอีนมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อระบบภูมิคุ้มกันของคุณ
2. แอลกอฮอล์ สามารถทำให้ร่างกายขาดน้ำและทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงได้
3. อาหารแปรรูป โดยทั่วไปมักมีน้ำตาล ไขมัน หรือเกลือมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบและทำให้รู้สึกอ่อนเพลียได้
4. อาหารแข็งหรือกรุบกรอบ อาจทำให้ระคายเคืองคอได้
5. อาหารรสจัดหรือมีกรดสูงมาก อาจทำให้เกิดการอักเสบ ระคายเคือง และก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารในบางคนได้
Advertisement