Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวีแจกใหญ่ส่งท้ายปี ดูทั้งวันแจกทุกวันLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
อดทนจนกว่าจะแลนด์ รอโบนัสก่อนค่อยออก ต้นทุนสุขภาพที่จ่ายโดยไม่รู้ตัว

อดทนจนกว่าจะแลนด์ รอโบนัสก่อนค่อยออก ต้นทุนสุขภาพที่จ่ายโดยไม่รู้ตัว

7 ม.ค. 69
15:35 น.
แชร์

อดทนจนกว่าจะแลนด์ โบนัสออกค่อยลาออก รู้จักภาวะ "การกดอารมณ์เรื้อรัง" ทำสมองทำงานหนักโดยไม่รู้ตัว

ในช่วงปลายปีของชีวิตการทำงาน คนจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่าตนเองกำลัง “นับวันรอเวลา” มากกว่านับเป้าหมายในงาน ความรู้สึกอยากลาออกมีอยู่เต็มอก แต่ยังไม่เกิดขึ้นจริง เพราะมีเหตุผลสำคัญเพียงข้อเดียวคือ โบนัสประจำปี ปรากฏการณ์นี้พบได้บ่อยจนกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมการทำงาน และนำไปสู่ภาพที่องค์กรคุ้นชิน คือการ “ลาออกเป็นคลื่น” หลังโบนัสออกไม่นาน

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังการตัดสินใจที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเงิน กลับซ่อนต้นทุนด้านสุขภาพจิตที่ค่อยๆ สะสมตลอดทั้งปี โดยที่หลายคนไม่ทันตระหนักว่าสุขภาพของตนเองกำลังถูกใช้เป็นเครื่องแลกกับความมั่นคงทางการเงินระยะสั้น

ความเครียดที่ไม่ได้เกิดจากงานหนัก แต่เกิดจากการฝืนอยู่

ความเครียดจากงาน ไม่ได้เกิดจากปริมาณงานเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความรู้สึกไม่สอดคล้องระหว่างสิ่งที่ทำกับสิ่งที่ใจต้องการ เมื่อคนทำงานรู้สึกว่างานไม่ตอบโจทย์ ไม่ว่าจะเป็นเนื้องาน วัฒนธรรมองค์กร หรือคุณค่าที่ขัดแย้งกับตัวตน แต่ยังจำเป็นต้องอยู่ต่อ สมองจะเข้าสู่ภาวะขัดแย้งภายในอย่างต่อเนื่อง

ภาวะนี้แตกต่างจากความเครียดระยะสั้น เพราะไม่มีเส้นชัยที่ชัดเจน ร่างกายและจิตใจต้องอยู่ในโหมดอดทนเป็นเวลานาน การ “รอโบนัสก่อนออก” จึงไม่ใช่แค่การรอเงิน แต่เป็นการบังคับให้ตนเองกดทับความรู้สึกไม่พอใจ ความเหนื่อยล้า และความผิดหวังเอาไว้ทุกวัน

การกดอารมณ์เรื้อรัง สมองทำงานหนักโดยไม่รู้ตัว

ในเชิงจิตวิทยา การฝืนทำงานต่อทั้งที่ไม่อยากทำ เข้าข่ายภาวะการกดอารมณ์เรื้อรัง สมองส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมเหตุผลและการตัดสินใจต้องทำงานหนักขึ้นตลอดเวลา เพื่อบอกตัวเองให้ “ทนอีกนิด” ขณะที่สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเครียดและความกลัวถูกกระตุ้นซ้ำๆ

ผลลัพธ์คือ ระบบประสาทอัตโนมัติอยู่ในโหมดตื่นตัวสูงอย่างต่อเนื่อง ร่างกายไม่สามารถเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายได้อย่างแท้จริง คนจำนวนมากจึงรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งที่ไม่ได้ใช้แรงกายมาก รู้สึกหมดพลังตั้งแต่เช้า เบื่อหน่ายกับสิ่งเดิมๆ และเริ่มเฉยชาต่อสิ่งที่เคยมีความหมาย

ภาวะหมดไฟที่ค่อยๆ กัดกินแรงใจ

ภาวะหมดไฟจากการทำงานหรือ Burnout มักไม่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่จะค่อยๆ ซึมเข้ามาในชีวิตประจำวัน เริ่มจากความรู้สึกไม่อินกับงาน ทำไปตามหน้าที่ ไม่รู้สึกภูมิใจในผลงาน และค่อยๆ พัฒนาไปสู่ความรู้สึกไร้คุณค่าในตนเอง

งานวิจัยด้านสุขภาพจิตชี้ชัดว่า Burnout ไม่ใช่แค่ความเหนื่อย แต่เป็นภาวะที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวลอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่รู้สึกว่าตนเอง “ไม่มีทางเลือก” และต้องทนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่บั่นทอนจิตใจ

การรอโบนัสจึงกลายเป็นช่วงเวลาที่ภาวะหมดไฟถูกเร่งให้รุนแรงขึ้น เพราะเป็นการยืดเวลาของความไม่สุขออกไป โดยมีเงินก้อนในอนาคตเป็นสิ่งปลอบใจเพียงอย่างเดียว

ความคิดวนซ้ำและปัญหาการนอนหลับ

หนึ่งในสัญญาณเตือนที่พบบ่อยในคนที่อยู่ในช่วงรอเวลา คือปัญหาการนอนหลับ ความคิดเกี่ยวกับงาน ความไม่แน่นอนหลังลาออก และความกังวลเรื่องอนาคต มักปรากฏชัดในช่วงก่อนนอน ทำให้นอนหลับยาก หลับไม่ลึก หรือสะดุ้งตื่นกลางดึก

การนอนที่ไม่มีคุณภาพส่งผลโดยตรงต่อสมอง ทำให้สมาธิลดลง อารมณ์แปรปรวน และความสามารถในการจัดการความเครียดถดถอย วงจรนี้จะยิ่งตอกย้ำภาวะหมดไฟ ทำให้การฟื้นฟูจิตใจยากขึ้น แม้ในวันหยุดก็ยังรู้สึกไม่สดชื่น

สุขภาพจิตที่ถูกใช้เป็นต้นทุนโดยไม่รู้ตัว

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดของปรากฏการณ์นี้ คือ คนจำนวนมากไม่รู้ว่าตนเองกำลังจ่ายต้นทุนด้านสุขภาพจิต เพราะยังสามารถทำงานได้ตามปกติ ยังไม่ล้ม ยังไม่พัง ภาพภายนอกจึงดูเหมือนเข้มแข็ง

แต่ภายในกลับสะสมความเครียด ความเหนื่อยล้า และความสิ้นหวังทีละน้อย จนเมื่อถึงวันที่โบนัสออกและตัดสินใจลาออก สุขภาพจิตอาจถูกบั่นทอนไปแล้วในระดับที่ต้องใช้เวลาฟื้นฟูนานกว่าที่คิด

งานวิจัยด้านอาชีวอนามัยพบว่า คนที่เผชิญความเครียดจากงานเรื้อรัง มีแนวโน้มเลื่อนการดูแลสุขภาพ เลื่อนการพบผู้เชี่ยวชาญ และละเลยสัญญาณเตือนของร่างกายและจิตใจ เพราะรู้สึกว่า “ขอผ่านช่วงนี้ไปก่อน” ซึ่งช่วงเวลานั้นอาจยาวนานหลายเดือนหรือเป็นปี

ผลกระทบลูกโซ่หลังการลาออกเป็นคลื่น

เมื่อโบนัสออกและพนักงานจำนวนมากลาออกพร้อมกัน คนที่ยังอยู่มักต้องแบกรับภาระงานเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ความเครียดจึงไม่จบลงที่คนลาออก แต่กระจายไปสู่ทีมที่เหลืออยู่ ส่งผลให้เกิดภาวะล้าเรื้อรัง ความตึงเครียดในทีม และบรรยากาศการทำงานที่ถดถอย

ในเชิงสุขภาพองค์กร ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าการใช้โบนัสเป็นเครื่องมือถ่วงเวลา อาจช่วยลดอัตราการลาออกชั่วคราว แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาสุขภาวะของคนทำงานได้อย่างแท้จริง

บทเรียนด้านสุขภาพจากการรอโบนัส

การรอโบนัสก่อนลาออก ไม่ใช่เรื่องผิด และไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นการตัดสินใจภายใต้ระบบแรงงานที่ผูกผลตอบแทนกับเวลา อย่างไรก็ตาม ในมุมสุขภาพ สิ่งสำคัญคือการตระหนักว่า เงินก้อนหนึ่งอาจแลกมาด้วยต้นทุนทางจิตใจที่สูงกว่าที่คิด

การประเมินงานและชีวิตการทำงาน จึงไม่ควรดูเพียงรายได้หรือโบนัส แต่ควรรวมถึงภาระทางอารมณ์ ความเครียด และผลกระทบต่อสุขภาพจิตในระยะยาว เพราะสุขภาพที่เสียไป ไม่สามารถฟื้นคืนได้ทันทีแม้จะเปลี่ยนงานหรือได้เงินก้อนใหม่

ในสังคมที่พูดถึงสุขภาพมากขึ้น ปรากฏการณ์ “ลาออกเป็นคลื่นหลังโบนัส” อาจไม่ใช่แค่เรื่องแรงงานหรือการบริหารบุคคล แต่เป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่า สุขภาพจิตของคนทำงานกำลังถูกใช้เป็นต้นทุนเงียบๆ ในระบบการทำงานที่เราคุ้นชิน

อ้างอิง : wiley.com/ apa.org

Advertisement

แชร์
อดทนจนกว่าจะแลนด์ รอโบนัสก่อนค่อยออก ต้นทุนสุขภาพที่จ่ายโดยไม่รู้ตัว