กรมทางหลวงชวนม่วนชื่นที่บึงกาฬ

หลง รัก บึงกาฬ เมืองที่น่าเที่ยวจนคุณคิดไม่ถึง
ภูทอกแหล่งพระธรรม ค่าล้ำยางพารา งามตาแก่งอาฮง บึงโขงหลงเพลินใจ น้ำตกใสเจ็ดสี ประเพณีแข่งเรือ เหนือสุดแดนอีสาน นมัสการหลวงพ่อใหญ่ ศูนย์รวมใจศาลสองนาง คำขวัญประจำจังหวัดบึงกาฬ จังหวัดที่ 76 ของประเทศไทย เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนสุดของประเทศไทย อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร 765 กิโลเมตร

จังหวัดบึงกาฬ เป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยว หลายรูปแบบ มีน้ำตก ภูเขา มีพื้นที่ติดต่อกับแม่น้ำโขง และแขวงบริคำไชย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว บึงกาฬเพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นให้เป็นจังหวัดได้ไม่นาน นับเป็นจังหวัดใหม่ที่น่าสนใจ ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงศิลปะและวัฒนธรรม จังหวัดบึงกาฬ แบ่งการปกครองออกเป็น ๘ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอปากคาด อำเภอโซ่พิสัย อำเภอศรีวิไล อำเภอพรเจริญ อำเภอเซกา อำเภอบึงโขงหลง และอำเภอบุ่งคล้า

การเดินทาง สามารถใช้รถยนต์ ในทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธิน จาก นั้นเปลี่ยนมาใช้ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพและจากนั้นก่อนเข้าสู่ตัวเมืองเปลี่ยนมาใช้ทางหลวง 212 เข้าสู่จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งนักเดินทางสามารถเดินทางได้อย่างอุ่นใจ ปลอดภัยไปกับกรมทางหลวง โดยสามารถ สอบถามข้อมูลการเดินทางได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 โทรฟรี 24 ชม.

สถานที่ท่องเที่ยว ที่น่าสนใจ
ภูลังกา บนภูลังกา เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุภูลังกา ภูทอก เป็นที่ตั้งของวัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก) ซึ่งเป็นภูเขาหินทราย ประกอบด้วย ภูทอกใหญ่ และภูทอกน้อย มีพุทธวิหาร และสามารถเดินชมทัศนียภาพสวยงามรอบๆ ภูทอกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว มีจุดชมวิวสวยๆ และน้ำตกอีกหลายแห่ง อย่างเช่น น้ำตกเจ็ดสี ซึ่งเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดบึงกาฬ น้ำตกถ้ำพระ น้ำตกถ้ำฝุ่น

บึงโขงหลง และ หาดคำสมบูรณ์ บึงโขงหลงคือทะเลสาบขนาดใหญ่ ในช่วงหน้าหนาวน้ำลด จะมีหาดทรายที่เรียกกันว่าหาดคำสมบูรณ์ ซึ่งให้บรรยากาศคล้ายริมทะเล จึงเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวบึงกาฬตลาดลาว เป็นตลาดนัดของอำเภอเมืองบึงกาฬ มีเฉพาะวันอังคารและวันศุกร์ ที่เรียกว่าตลาดลาวเนื่องจากมีแม่ค้าจากฝั่งลาวนำของมาขายเป็นจำนวนมากทั้งพืชผัก อาหารแห้ง และอาหารสด

วัดสว่างอารมณ์ (วัดถ้ำศรีธน) ตั้งอยู่บริเวณลานหินเนินเขา ร่มรื่นด้วยต้นไม้และลำธารเล็กๆ ไหลผ่าน บริเวณใต้โขดหินใหญ่ ภายในวัดประดิษฐานพระนอน ส่วนบนโขดหินมีอุโบสถทรงระฆังคว่ำ หากขึ้นไปถึงด้านบนสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ไกลจนถึงฝั่งลาว

แก่งอาฮง (อำเภอเมืองบึงกาฬ) เป็นแก่งหินกลางลำน้ำโขง บริเวณหน้าวัดอาฮงศิลาวาส บ้านอาฮง ตำบลไคสี ถือว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุดไม่สามารถวัดความลึกได้ กระแสน้ำบริเวณแก่งอาฮงจะไหลเชี่ยวมากในฤดูน้ำหลาก และมีกระแสน้ำไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็น “สะดือแม่น้ำโขง” แม่น้ำโขงบริเวณแก่งอาฮงมีความกว้างประมาณ 300 เมตรในฤดูน้ำลด และมีความกว้างราว 400 เมตรในฤดูน้ำหลาก และจะสามารถมองเห็นแก่งได้ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมของทุกปี และกลุ่มหินที่ปรากฏบริเวณแก่งอาฮงจะมีชื่อเรียกตามลักษณะของหิน เช่น หินลิ้น นาค หินปลาเข้ ถ้ำปลาสวาย นอกจากจะเป็นแหล่งพักผ่อนและสถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอเมืองบึงกาฬแล้ว ยังเป็นหนึ่งในสถานที่เกิดปรากฏการณ์ “บั้งไฟพญานาค” ในช่วงประเพณีออกพรรษาจะมีนักท่องเที่ยวมาพักเที่ยวชมบั้งไฟพญานาคบริเวณบ้านอาฮงเป็นจำนวนมาก จะมีมากในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ที่ปฏิทินไทยกับปฏิทินประเทศลาวตรงกัน และชาวบ้านโดยรอบยังอาศัยทำการประมงด้วย

หนองกุดทิง (อำเภอเมืองบึงกาฬ) แหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่ชุ่มน้ำที่ยังความเป็นธรรมชาติไว้อย่างแท้จริง ด้วยมีพื้นที่เชื่อมต่อแม่น้ำโขง ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีความหลากหลายทางชีวภาพจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระดับโลก (พื้นที่แรมซาร์) แห่งที่ 11 ของประเทศไทย หนองกุดทิง มีพื้นที่ราว 22,000 ไร่ มีสัตว์น้ำอาศัยอยู่มากกว่า 250 สายพันธุ์ มีปลาที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลกถึง 20 สายพันธุ์ มีนกพันธุ์ต่างๆกว่า40 ชนิด เหมาะสำหรับการมาพักผ่อน ชื่นชมธรรมชาติในวันสบาย ๆ

หินสามวาฬ อันเป็นไฮไลท์ของ ภูสิงห์ ที่ได้ชื่อว่า “หินสามวาฬ” นั้นไม่ต้องแปลกใจ เพราะก้อนหินที่เรายืนอยู่นี้ มองปราดเดียวก็บอกได้เลยว่ารูปร่าง เหมือนวาฬจริงๆ แถมยังเป็นวาฬ พ่อแม่ลูกสามตัวอยู่เคียงข้างกัน ตัวพ่อใหญ่สุดอยู่ตรงกลางขนาบข้างด้วยแม่และลูกน้อย ยิ่งถ้ามองมาจากบนฟ้าก็จะเห็นก้อนหินวาฬทั้งสามแหวกว่ายอยู่กลางป่า ทิวทัศน์เมื่อมองออกไปเบื้องหน้านั้น สวยงามยิ่งนัก ชมวิวได้รอบทิศโดยไม่มีอะไรบดบัง ด้านล่างเป็นสวนยางพาราเขียวขจี ส่วนด้านหน้ามองไปไกลๆ จะเห็นแม่น้ำโขงโค้งตัวทอดยาวอยู่ลิบๆ มองเลยไปอีกจะเห็นทิวเขาของฝั่ง สปป.ลาว ลมเย็นปะทะใบหน้าสดชื่นที่หินสามวาฬยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามมากอีกด้วย โดยดวงอาทิตย์จะขึ้นตรงด้านหน้าเลย ถ้ามาถูกช่วงถูกเวลาก็จะได้พบกับความงามยามเช้า และหากสภาพอากาศเป็นใจก็จะเห็นสายหมอกลอยบนทิวเขาเพิ่มความงามยิ่งขึ้นไปอีก

จังหวัดบึงกาฬมีอาหารชวนชิมหลากหลายเมนู ทั้งอาหารไทย อาหารอีสาน และเนื่องจากอยู่ติดแม่น้ำโขง เมนูที่แนะนำจึงเป็นเมนูปลาแม่น้ำต่างๆ ทั้งทอด นึ่ง แกง ผัด ต้มยำ ฯลฯ

นอกจากนี้ในอนาคตจังหวัดบึงกาฬ จะมีการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) ซึ่งสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) มีจุดเริ่มต้นโครงการที่บริเวณจุดตัดทางหลวงหมายเลข 222 (กม.123+430) อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ และจุดสิ้นสุดโครงการที่กม.16+340.580 (จุดตัดถนนสาย 13) เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยกระตุ้นการขยายตัวด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และท่องเที่ยวระหว่างไทยกับลาว รวมถึงทำให้การขนส่งสินค้าจากไทยไปสู่ตลาดจีนตอนใต้คล่องตัวขึ้น โดยเฉพาะ “ยางพารา” ที่เป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดบึงกาฬรวมทั้งเปิดเส้นทางท่องเที่ยว 3 ประเทศ ใน 1 วัน “ไทย-ลาว-เวียดนาม” หลังการคมนาคมเชื่อมโยงถึงกันได้อีกด้วย เรียกว่าใครมาจะหลงรักบึงกาฬเลย

ทุกเส้นทางได้รับการดูแลอย่างดี จากแขวงทางหลวงบึงกาฬที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้อย่าง สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เดินทางอุ่นใจ ปลอดภัยไปกับกรมทางหลวง สายด่วนกรมทางหลวง 1586 โทรฟรี 24 ชม.

keyboard_arrow_up