เปิดสเปก Lamborghini Aventador ซูเปอร์คาร์มูลค่า 27 ล้านของ “หมอกฤษฎ์ คอนเฟิร์ม” ที่ DSI มีคำสั่งอายัด

จากกรณีที่ นายศุกฤษฎ์ ปทุมศรีวิโรจน์ หรือ หมอกฤษฎ์ คอนเฟิร์ม หมอดูชื่อดัง พร้อมด้วย นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ดีเอสไอ โดยมี พ.ต.จรัล แสงหิรัญ รอง ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้รับคำร้อง ภายหลังดีเอสไอมีคำสั่งอายัด และได้มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์คันดังกล่าวว่าเป็น Lamborghini Aventador (ลัมโบร์กีนี อะเวนตาโดร์) ที่มีมูลค่าสูงถึง 27 ล้านบาท และเจ้าตัวยืนยันว่าซื้ออย่างถูกต้องจากโชว์รูมตัวแทนจำหน่ายลัมโบร์กีนีประจำประเทศไทย ลัมโบร์กีนี อะเวนทาดอร์ (Lamborghini Aventador) เป็นรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง เครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) 2 ประตู 2 ที่นั่ง ผลิตโดยบริษัทรถยนต์สัญชาติอิตาลี ลัมโบร์กีนี เปิดตัวครั้งแรกในงาน เจนีวา มอเตอร์ โชว์ ปี ค.ศ. 2011 อะเวนตาโดร์ ออกแบบมาเพื่อแทนที่ ลัมโบร์กีนี มูร์เซียลาโก ที่มีประวัติบนถนนมานาน […]

“ปลากัด” สัตว์น้ำประจำชาติของไทย และกลายเป็นสายพันธุ์รุกรานต่างถิ่นในออสเตรเลีย

คงไม่มีใครปฏิเสธความสวยงาม และทางท่าอันดุดันของ ปลากัด (Siamese fighting fish) ปลาน้ำจืดขนาดเล็ก ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 และมันยังกลายเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ที่ได้รับความสนใจจากนักเลี้ยงปลาทั่วโลกเป็นอย่างมาก แต่ก็เช่นเดียวกับปัญหาเอเลี่ยนสปีชีย์ที่เกิดขึ้นในบ้านเรา ที่เกิดจากผู้เลี้ยงไร้ความรับผิดชอบ นำสัตว์น้ำต่างถิ่นไปโยนทิ้งในคลองหลังบ้าน และหวังว่ามันจะโดนธรรมชาติลงโทษไปเอง แต่กลับกลายเป็นว่าเหล่าสิ่งมีชีวิตที่ปล่อยเอาตัวรอดเองเหล่านั้น ได้ขยายพันธุ์จนกลายเป็นภาระต่อระบบนิเวศดั้งเดินไปโดยปริยาย และเจ้าปลากัดไทยที่ถูกส่งออกไปยังออสเตรเลีย ก็กลายเป็นตัวปัญหาในฐานะสายพันธุ์รุกรานต่างถิ่นเช่นกัน อาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อที่ปลาตัวเล็กๆ เหล่านี้จะกลายเป็นปัญหาต่อสภาพแวดล้อมอันดิบเถื่อนของออสเตรเลียได้ แต่จากการลงพื้นที่สำรวจแหล่งน้ำในเมืองเล็กๆ อย่าง Adelaide River ของ Dr. Michael Hammer ผู้เชี่ยวชาญด้านปลาและสัตว์น้ำของพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ของนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี พบว่ามีปลากัดไทยจำนวนมากแพร่พันธุ์ออกลูกออกหลานเป็นจำนวนมาก และเชื่อว่าพวกมันอาจถูกปล่อยทิ้งโดยเจ้าของที่ขาดความรับผิดชอบ หรืออาจจะหลุดออกมาพร้อมกับตอนเกิดน้ำท่วมในเมือง แม้จะยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าปลากัดเหล่านี้ส่งผลอย่างไรต่อระบบนิเวศพื้นฐานของออสเตรเลียบ้าง แต่การพบพวกมันมากกว่า 1,000 ตัวในการลงพื้นสำรวจนั้น ก็สร้างความหวาดวิตกให้เขาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะดด้วยจำนวนขนาดนี้ แปลว่าปลาต้องมีอาหารการกินที่ดีพอสมควร จึงมีความเป็นได้ที่ปลากัดจะแย่งอาหารของปลาท้องถิ่น อีกทั้งในระบบนิเวศที่มีนักล่าขนาดใหญ่อย่างจระเข้นั้น ยังกลายเป็นการป้องกันปลากัดไปในตัว เพราะจระเข้ขนาดใหญ่ไม่ค่อยสนใจเหยื่อตัวเล็กๆ อย่างปลากัด แถมบริเวณที่พบปลาพวกนี้กระจายตัวอยู่ ยังมีพืชขึ้นปกคลุมหนาแน่นจนยากที่นักล่าจะเข้าถึงตัวพวกมันได้ รวมถึงนักวิจัยที่พยายามจะจับพวกมันออกมาด้วย

M.COHEN เครื่องประดับสไตล์ยูนิเซ็กส์ ที่ฮอตในเหล่านักแสดงฮอลลีวูด แลนดิ้งสู่ไทย!

ฉีกกรอบการแต่งกายให้โดดเด่นอย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยเครื่องประดับที่เหล่านักแสดงชื่อดังระดับโลกต่างเลือกสวมใส่ แบรนด์ “เอ็ม.โคเฮน” (M.COHEN) เครื่องประดับสไตล์ยูนิเซ็กส์แบรนด์ยอดนิยมจากมหานครลอสแอนเจลิส พร้อมให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าชาวไทยได้สนุกกับการมิกซ์แอนด์แมทช์อย่างไม่รู้จบแล้ววันนี้ หากพูดถึงไอเทมการแต่งกายที่จะสามารถสร้างคาแรคเตอร์ของบุคคลให้ชัดเจนขึ้นได้ แน่นอนว่าเครื่องประดับมักเป็นสิ่งแรกๆ ที่หลายคนจะต้องนึกถึง เพราะด้วยดีไซน์ที่มีความหลากหลายง่ายต่อการเลือกสรรและสวมใส่ โดยเฉพาะเครื่องประดับสไตล์ยูนิเซ็กซ์ซึ่งมีเสน่ห์อยู่ที่งานออกแบบที่สามารถประยุกต์ให้เข้ากับสไตล์ทั้งของผู้ชายและผู้หญิงได้อย่างลงตัว ล่าสุด เจได-ไตรนุภาพ จิระไตรธาร และ โด๊ด-ธนภัทร ลีละผลิน กรรมการบริหารบริษัท โคบอลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัทผู้นำด้านแฟชั่นที่คัดสรรค์สุดยอดแบรนด์ดังจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าชาวไทยได้สนุกกับการอัพเดทเทรนด์ล้ำๆ กันแบบไม่ซ้ำใคร ได้จัดงานเปิดตัวแบรนด์ “เอ็ม.โคเฮน” (M.COHEN) เครื่องประดับชื่อดังจากมหานครลอสแอนเจลิสที่เหล่าคนดังระดับโลกต่างเลือกสวมใส่ ด้วยแรงบันดาลใจหลักจากความหลากหลายทางวัฒนธรรม รวมไปถึงเอกลักษณ์แห่งความแตกต่างของเชื้อชาติ สะท้อนสู่คอนเซปต์การดีไซน์เครื่องประดับที่สามารถสร้างสรรค์เลเยอร์ของวัสดุที่แตกต่างตามความพึงพอใจของผู้สวมใส่ สร้างบุคลิกที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์ได้อย่างไม่ซ้ำใคร M.COHEN แบรนด์เครื่องประดับยอดนิยมจากมหานครลอสแอนเจลิส ที่ก่อตั้งขึ้นโดยชาวอิสราเอลนามว่า Maor Cohen ผู้หลงใหลในคุณค่าของงานฝีมืออันประณีตบรรจง และได้หยิบยกเรื่องราวทางวัฒนธรรมอันหลากหลาย รวมถึงเอกลักษณ์ที่น่าสนใจบนความแตกต่างทางเชื้อชาติ มาหลอมรวมให้เกิดเป็นคอนเซปต์งานดีไซน์สุดล้ำที่เปรียบเสมือนเป็นผลงานศิลปะชิ้นเอกของช่างผู้เชี่ยวชาญ ที่ได้บรรจงคัดเลือกวัสดุคุณภาพสูงและประกอบออกมาอย่างพิถีพิถัน ถ่ายทอดสู่เครื่องประดับชิ้นเยี่ยมที่สามารถเผยถึงเสน่ห์และรสนิยมของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี และด้วยจุดเด่นนี้จึงส่งผลให้แบรนด์โด่งดังในระดับสากลได้ในระยะเวลาเพียงไม่นาน อีกทั้งยังได้รับความนิยมในกลุ่มคนดังที่พร้อมใจกันเลือก M.COHEN ให้เป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องประดับสุดโปรด อาทิ Johnny Depp, Gerard Butler, Chris Hemsworth, Jared […]

รับมือ ‘ความเครียด’ อย่างถูกวิธี แนะเคล็ดลับสร้างทัศนคติเชิงบวก กับไลฟ์สไตล์คนเมือง

 ‘ความเครียด’ สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย อาจจะเกิดขึ้นในช่วงระยะสั้นๆ หรืออยู่กับเราเป็นเวลานาน อันจะส่งผลเสียต่อร่างกาย และจิตใจ ความเครียดจะไม่ใช่เรื่องน่าหนักใจ ถ้าเรารู้จักวิธีบริหารจัดการความเครียดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม การเรียนรู้ที่จะผ่อนคลายร่างกายและจิตใจถือเป็นการเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่ต้องพบเจอในชีวิตเป็นอย่างดี ‘ธัญ’ (THANN) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ร่วมกับ ไลฟ์โค้ช จอย- สุนันท์ษา นิธิวาสิน จัดกิจกรรมสร้างทัศนคติเชิงบวกกับการใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ ที่ต้องเผชิญกับความเร่งรีบ การแข่งขัน รวมถึงปัญหาต่างๆ ที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิต จอย – สุนันท์ษา นิธิวาสิน ไลฟ์โค้ชชื่อดังกล่าวถึงปัญหาความเครียด พร้อมแนะวิธีจัดการอย่างถูกวิธีว่า ความเครียดนั้นเป็นสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค ทั้งโรคทางกายและทางใจ เวลาที่เรารู้สึกเครียดมากๆ จะส่งผลให้ ร่างกายผลิตฮอร์โมนความเครียด หรือ “ฮอร์โมนคอร์ติซอล” (Cortisol) เป็นฮอร์โมนในกลุ่มสเตียรอยด์ที่สร้างและหลั่งจากต่อมหมวกไต มีหน้าที่สำคัญในการตอบสนองต่อการอักเสบในร่างกาย และตอบสนองต่อความเครียด โดยจะไปเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด กระตุ้นการสูบฉีดเลือดและสารอาหารไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น ทำให้สมองและร่างกายอยู่ในภาวะตื่นตัว มีพลัง พร้อมสู้กับปัญหาและความเครียดต่างๆ แม้ว่าคอร์ติซอลจะเป็นฮอร์โมนที่มีความสำคัญต่อร่างกาย แต่หากเราเกิดความเครียดบ่อยๆ จนมีการหลั่งคอร์ติซอลออกมามากเกินไป และหากเรามีความเครียดสะสมเป็นเวลานานจนทำให้เกิดภาวะความเครียดสะสม ก่อให้เกิด “ภาวะต่อมหมวกไตล้า” (Adrenal Fatigue) มักพบได้บ่อยในกลุ่มคนวัยทำงาน หรือวัยเรียน มากถึง 80-90% […]

“Shell dweller” ปลาหมอติดหอยแต่รักเดียวใจเดียว แห่งทะเลสาบทะเลสาบแทนกันยีกา

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ แต่ปลาในวงศ์ปลาหมอสีนั้นสามารถจำแนกย่อยเป็นอย่างน้อย 221 สกุล มีมากกว่า 1,650 ชนิดที่มีการระบุตัวตนแล้ว และอีกว่า 2,000 – 3,000 ชนิดที่ยังไม่ได้รับการจำแนกชนิดออกมา ซึ่งก็มีทั้งปลาขนาดใหญ่โตจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นปลาในกลุ่มนี้ ไปจนถึงปลาขนาดเล็กจิ๋วที่มาพร้อมพฤติกรรมแปลกๆ เช่นการใช้ชีวิตอยู่ในเปลือกหอย อย่างเช่นบรรดา Shell dweller หรือที่คนไทยเรียกกันว่า ปลาหมอหอย ปลาหมอหอย โดยมากเป็นปลาหมอสีขนาดเล็ก ขนาดโดยเฉลี่ยประมาณ 2 นิ้ว (พบใหญ่ที่สุด 6 นิ้ว) จะพบอาศัยอยู่ในทะเลสาบแทนกันยีกา และมีพฤติกรรมชอบอยู่อาศัยและผสมพันธุ์วางไข่ รวมไปถึงการเลี้ยงดูลูกปลาในเปลือกหอย โดยในธรรมชาติปลากลุ่มนี้มักเลือกเปลือกหอยของหอยฝาเดียวชนิด Neothauma tanganyicense ซึ่งเป็นเปลือกหอยที่พบได้มากที่สุดในทะเลสาบแห่งนี้ แม้ปลาส่วนใหญ่จะเปลี่ยนคู่ผสมพันธุ์ไปเรื่อยๆ แต่กับปลาหมอหอย รวมถึงปลาหมอสีส่วนใหญ่แล้ว มักจะจับคู่แบบผัวเดียวเมียและจงรักภักดีต่อคู่ของตัวเองอย่างมาก และเมื่อปลาหมอหอยจับคู่ผสมพันธุ์กัน พวกมันจะเลือกช่วยกันทำความสะอาดเปลือกหอยที่เลือกใช้เป็นรัง และเลือกหอยบริเวณเปลือกหอยที่มันทั้งคู่เอาไว้ใช้หลบภัย ซึ่งโดยมากจะอยู่กองรวมกันกับปลาหมอหอยคู่อื่นๆ เมื่อถึงเวลาวางไข่จะเข้าไปวางไข่อยู่ในเปลือกหอยและคอยเลี้ยงลูกอยู่ในเปลือกหอยจนลูกอายุได้ประมาณ 1 เดือนจึงออกจากเปลือกหอย ในระหว่างที่เฝ้าไข่หรือเลี้ยงลูก ปลาหมอหอยจะคอยว่ายวนเวียนอยู่บริเวณหอยที่อาศัยอยู่ ไม่ให้ปลาตัวอื่นมาใกล้ ถ้าปลาตัวไหนว่ายมาใกล้ ๆ จะทำการขับไล่ไปทันที พฤติกรรมดังกล่าวจึงเสมือนกับว่าหวงเปลือกหอยของตัวเองมาก ปลาหมอหอย มีประมาณ […]

“ผักกูด” พืชตระกูลเฟิร์นกินได้ และเป็นดัชนีชี้วัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ผักกูด (Diplazium esculentum) เป็นชื่อของผักชนิดหนึ่งที่อยู่ในตระกูลเฟิร์นที่อยู่ในวงศ์ Athyriaceae ที่สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้ นอกจากจะนำมาเป็นอาหารได้แล้วยังนำมาเป็นสมุนไพรได้อีกด้วย ผักกูดมักจะขึ้นอยู่ตามริมน้ำหรือพื้นที่ชุ่มน้ำ มากกว่าในป่าทึบ มักพบบ่อยเพราะเป็นช่วงเจริญเติบโตในฤดูฝน มีเหง้าสูงได้ 1 เมตร ใบเป็นแผงรูปขนนก ตอนอายุยังน้อยจะแตกเป็นรูปขนนกชั้นเดียวคู่ขนานกันไปตั้งแต่โคนใบถึงปลายใบ เมื่ออายุมากขึ้นใบจะเปลี่ยนเป็นรูปขนนก 2 ชั้น ยอดอ่อนและปลายยอดม้วนงอแบบก้นหอย พบกระจายพันธุ์ทั่วไปในทวีปเอเชียและโอเชียเนีย ใบของผักกูดใช้ต้มน้ำดื่มหรือกินสด ช่วยแก้ไข้ตัวร้อน, แก้พิษอักเสบ, บำรุงสายตา, บำรุงโลหิต, แก้โลหิตจาง ป้องกันเลือดออกตามไรฟันและขับปัสสาวะเด็ดขาดมาก ลดความดันโลหิตสูง ลดคอเลสเตอรอลในเม็ดเลือด มีสารบีตา-แคโรทีนและธาตุเหล็กสูง ส่วนใหญ่จะนำใบอ่อน ช่ออ่อน ทำแกงกับปลาเนื้ออ่อนน้ำจืด เช่นปลาช่อนหรือลวกจิ้มน้ำพริกชนิดต่างๆ ยำผักกูด, ผักกูดผัดน้ำมันหอย, แกงกะทิกับปลาย่าง, ลวกกะทิ แต่ไม่นิยมกินสดๆ กันเพราะจะมียางเป็นเมือกอยู่ที่ก้าน นอกจากนี้แล้ว ผักกูดยังเป็นดัชนีชี้วัดถึงสภาพแวดล้อมให้ได้รู้ว่า บริเวณไหนอากาศไม่ดี ดินไม่บริสุทธิ์ มีสารเคมีเจือปนอยู่ ผักกูดจะไม่ขึ้นหรือแตกต้นในบริเวณนั้นเด็ดขาด

เปิดเมนูพิสดาร “น้ำยากิ้งกือ” อาหารโบราณที่ปรากฏอยู่ใน “นิราศพระบาท” ของสุนทรภู่

อีกหนึ่งสิ่งมีชีวิตที่มาพร้อมกับความเปียกชื้นในหน้าฝน และหลายๆ คนเป็นต้องอดขนลุกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับมันซะทุกครั้ง นั่นก็คือ กิ้งกือ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีเปลือกตัวแข็ง ลำตัวยาวแบ่งเป็นปล้อง ไม่แบ่งอกหรือท้องให้เห็น ปล้องตามลำตัวจับกันเป็นคู่ตามยาวยืดหดเข้าหากันได้ ทำให้สามารถขดตัวเป็นวงกลมได้เมื่อถูกรบกวน มีจำนวนขามากได้ถึง 240 คู่ จึงเป็นที่มาของภาษาถิ่นทางภาคเหนือที่เรียกพวกมันว่า “แมงแสนตีน” แม้จะมีรู้ร่างไม่น่าคบหามากนัก แต่กิ้งกือทุกชนิดล้วนแต่มีประโยชน์ต่อระบบนิเวศ โดยพวกมันจะทำหน้าที่ย่อยสลายเศษซากพืช ใบไม้ ลูกไม้ ให้กลายเป็นแร่ธาตุอาหารกลับคืนสู่ธรรมชาติโดยมีจุลินทรีย์คอยช่วยเหลือ และยังเป็นบทบาทที่พวกมันทำมาเป็นเวลาหลายล้านปีแล้ว ที่สำคัญ…พวกมันยังถูกนำมาทำเป็นอาหารของมนุษย์ด้วย!! ถึงจะฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่เรื่องแปลกๆ แบบนี้เคนปรากฏอยู่ใน “นิราศพระบาท” ของสุนทรภู่ ซึ่งมีเนื้อหาบรรยายการเดินทางขณะโดยเสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ไปนมัสการพระพุทธบาทสระบุรี (ในจังหวัดสระบุรี ปัจจุบัน) เมื่อวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 3 ปีเถาะ พ.ศ. 2350 และในช่วงหนึ่งของนิราศคำกลอนที่มีความยาวถึง 462 คำกลอนนั้น สุนทรภู่ยังได้กล่าวถึง “น้ำยากิ้งกือ” เอาไว้อีกด้วย โดยมีความว่า… ถึงบางโขมดมีธารตะพานช้าง     บรรลุทางครบร้อยห้าสิบเส้น มีโพธิ์พุ่มชุ่มชื่นระรื่นเย็น     ไม่ว่างเว้นสัปปุรุษเขาหยุดเรียง บ้างขายของสองข้างตามทางป่า     จำนรรจาจอแจออกแซ่เสียง พี่แกล้งไสให้คชสารเคียง     เห็นของเรียงอยู่บนร้านทั้งหวานคาว แต่น้ำยานั้นเขาว่ากิ้งกือกุ้ง     […]

“ลูกจัน” พืชท้องถิ่นของประเทศไทย ที่มีผลกลิ่นหอมหวานเฉพาะตัว

จัน, จันอิน, จันโอ, จันขาว หรือ จันลูกหอม ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นชื่อของต้นไม้ท้องถิ่นของประเทศไทย ที่อยู่ในวงศ์เดียวกับมะพลับและมะเกลือ เปลือกต้นสีน้ำตาลอมดำ ใบเดี่ยว ดอกขนาดเล็ก สีขาวหรือเหลือง และมีความโดดเด่นอยู่ที่ผลสีเหลืองสดใส ซึ่งผลจะมีสองแบบคือ ผลที่มีรอยบุ๋มตรงกลาง เมล็ดลีบหรือไม่มีเมล็ด เรียกลูกจันอิน ส่วนผลที่ไม่มีรอยบุ๋ม มีเมล็ด 2-3 เมล็ดเรียกลูกจันโอ เมื่อยามสุกจะมีรสหวาน และส่งกลิ่นหอมเฉพาะตัว สามารถนำมารับประทานได้ทั้งผลสด หรือนำไปแปรรูปเป็นของหวาน นอกจากนี้ลูกจันยังมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย เนื้อไม้มีรสขมปนหวาน เป็นยาบำรุงประสาท แก้ร้อนใน แก้ไข้ ขับพยาธิ แก่นใช้ต้มรวมกับสมุนไพรอื่น ใช้เป็นยาแก้ไข้ ผลดิบทางภาคอีสานนำไปตำส้มตำ โดยสับทั้งเปลือก ใช้แทนมะละกอ ปรุงรสเปรี้ยวด้วยมะยมและมะเฟือง ต้นจันถือเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมีต้นที่ยืนต้นเก่าแก่อยู่คู่กับวังท่าพระมาช้านาน และยังมีต้นเก่าแก่อีกต้นที่พระตำหนักทับขวัญ พระราชวังสนามจันทร์ และเป็นที่มาของเพลงกลิ่นจัน ปัจจุบันมีการปลูกต้นจันที่วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรีเพิ่มขึ้นด้วย

“โรตี” อาหารที่ถูกเรียกเป็นภาษาถิ่นหลากหลาย และนิยมกินคู่กับแกงเนื้อในอินเดีย

โรตี เป็นอาหารที่ทำจากแป้ง นวดแล้วนำไปทอดหรือปิ้งเป็นแผ่นบางๆ รับประทานเป็นของหวาน หรือรับประทานพร้อมอาหารคาวอื่นๆ ก็ได้ ในประเทศไทยมักจะคุ้นกับโรตีที่ทอดเป็นแผ่นนุ่ม ราดด้วยนมข้นและน้ำตาลทรายเป็นของหวาน โดยทั่วไปแล้ว คำว่า โรตี นั้น อาจหมายถึง ขนมปัง หรือผลิตภัณฑ์จากแป้งหลากหลายชนิด เช่น จปาตี และ ผุลกา ซึ่งผลิตภัณฑ์แป้งหรือขนมปังแต่ละอย่างต่างก็มีชื่อเฉพาะแตกต่างกันไป สำหรับใน ภาษามราฐี มักจะเรียกโรตีว่า จปาตี หรือ โปลี ส่วนใน ภาษาปัญจาบี นั้น โรตีชนิดที่รับประทานอย่างง่ายๆ จะเรียกว่า ผุลกา (Phulka) และมักจะใช้เรียกขนมปัง โดยมากจะใช้คำนี้หมายถึงแป้งแบนกลมๆ ไม่ขึ้นฟู อย่างที่รับประทานกันในอินเดีย โดยเฉพาะในอินเดียทางตอนเหนือที่มักทานโรตีคู่กับแกงเนื้อรสจัดจ้าน ในมาเลเซีย คำว่าโรตีนั้นมีความหมายรวมถึงผลิตภัณฑ์แป้งทุกอย่าง รวมทั้งขนมปังอย่างของตะวันตก และขนมปังดั้งเดิมของปัญจาบีด้วย โรตีนั้นส่วนใหญ่จะทำมาจากแป้งข้าวสาลี ทอดบนกระทะแบนหรือโค้งเล็กน้อย เรียกว่า ตาวา (tawa) โรตีก็เหมือนกับขนมปังอื่นๆ ทั่วโลก คือ เป็นอาหารหลัก รับประทานร่วมกับกับข้าวหรืออาหารอื่น อาจทาด้วยเนยใส หรือโยเกิร์ตขาว ก็มี […]

“Giant African Snail” หอยตัวบิ๊กๆ ที่หลายคนข้าใจผิด เพราะคิดว่ามันเป็นของไทย

เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นตากับเจ้าหอยทากตัวใหญ่ที่มาพร้อมเปลือกสีน้ำตาล ซึ่งมักเห็นคลานไปทั่วในช่วงหน้าฝน จนหลายคนอาจเผลอคิดว่ามันคงเป็นหอยทากของไทยเรานี่แหละ แต่ความจริงหอยที่เราเห็นกันอยู่นั้นมันคือ Giant African Snail หรือ หอยทากยักษ์แอฟริกัน ซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ฝั่งตะวันออกของแอฟริกา และถูกนำเข้ามาในประเทศไทยเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงาม เพราะนักเลี้ยงสัตว์แปลกจำนวนมากชื่นชอบในขนาดที่ใหญ่โตอลังการและลวดลายบนเปลี่ยนของมัน แต่ถึงจะชื่นชอบมากแค่ไหน ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ออกจะน่ากลัวมากกว่าน่ารัก และยังออกลูกเก่งไม่ใช่เล่น จึงทำให้มีหอยจำนวนหนึ่งถูกนำมาปล่อยในธรรมชาติ เพราะคิดว่าคงจะมีนกหรือตัวอะไรมากินมันจนหมดไปเอง แต่ด้วยธรรมชาติของเจ้าหอยพวกนี้ที่มักออกหากินเฉพาะตอนกลางคืนที่มีอากาศเย็นและชื้นกว่า จึงทำให้พวกมันแทบไม่เจอนกหรือสัตว์นักล่าอื่นๆ เลย และมีข้อมูลการเริ่มระบาดในกรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2500 ก่อนที่จะหอยเหล่านี้จะรุกรานไปทั่วประเทศในปี พ.ศ. 2515 ไม่เพียงแค่ในเมืองไทยเท่านั้นที่โดยหอยทากยักษ์แอฟริการุกรานแบบเบ็ดเสร็จ เพราะเจ้าหอยที่ดูไม่มีพิษภัยชนิดนี้ได้สร้างปัญหาบนพื้นที่การเกษตรหลายแห่งทั่วโลก และยังติดอันดับ 1 ใน 100 สายพันธุ์รุกรานที่ควบคุมยากที่สุดในโลก และในสหรัฐอเมริกาเองก็จัดให้มันเป็นจัดเป็นของผิดกฏหมายที่ห้ามไม่ให้มีการนำเข้า แต่ถึงอย่างนั้นหอยชนิดนี้ถูกลักลอบนำเข้ามาที่สหรัฐฯ ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2509 เพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงในเมืองไมอามี่ รัฐฟลอริด้า จำนวน 3 ตัว แต่หลังจากนั้นมันถูกปล่อยทิ้งไปอยู่ในสวน และอีก 7 ปีต่อมา ก็มีหอยชนิดนี้เพิ่มขึ้นเป็น 18,000 ตัว และทางการของรัฐฟลอริด้าต้องเสียเงินไปมากกว่า 1 ล้านเหรียญ และใช้เวลามากกว่า […]

สวยเก่งแห่งปี 2019! เปิดแนวคิด ‘จุ้มจิ้ม-วรนันท์ จันทรัศมี’ ผู้บริหารห้างฯ ดังในเครือพิธานกรุ๊ป

เปิดแนวคิดผู้บริหารยุคใหม่สาวเก่งแห่งปี 2019 ‘จุ้มจิ้ม-วรนันท์ จันทรัศมี’ ถึงก้าวแห่งความสำเร็จที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความท้าทาย และแรงบันดาลใจมหาศาล ในฐานะผู้บริหารห้างฯ ดัง ศูนย์การค้าไดอาน่าคอมเพล็กซ์ ในเครือพิธานกรุ๊ป หากเอยชื่อของ ‘จุ้มจิ้ม-วรนันท์ จันทรัศมี‘ คงคุ้นหน้าคุ้นตาของเธอดีในบทบาทของนักแสดงมากฝีมือ แต่ในอีกหนึ่งมุมที่หลายคนอาจยังไม่รู้มาก่อนว่าสาวจุ้มจิ้มนั้นมีดีกรีเป็นถึงทายาท ไดอาน่า คอมเพล็กซ์ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในแถบภาคใต้ตอนล่างที่ครองใจชาวใต้และนักท่องเที่ยวมานานกว่า 35 ปี และด้วยประสบการณ์ทางการศึกษาของเธอที่จบปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ 1 จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผนวกกับในวัยเด็กคุณพ่อได้พร่ำสอน และให้มาช่วยงานที่ห้างฯ อยู่เสมอ ส่งผลให้ความเชี่ยวชาญด้านการทำธุรกิจของเธอนั้นไม่เป็นสองรองใคร และแม้จะเพิ่งเปลี่ยนสถานะจากสาวโสดมาเริ่มต้นชีวิตครอบครัวไปหมาดๆ แต่ผู้บริหารสาวก็ยังคงคอนเซ็ปต์เวิร์คกิ้งวูแมนคนเก่งได้อย่างไม่มีตกหล่น ถึงจะต้องเดินทางไปกลับกรุงเทพฯ-หาดใหญ่อยู่บ่อยๆ ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะถือว่าได้ทำงานที่รัก และสานต่อธุรกิจที่ผูกพันมาตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งเธอเองหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องพัฒนาธุรกิจห้างฯ ของครอบครัวให้ครองใจชาวใต้ตอนล่างให้ได้ “เราเห็นคุณพ่อทำธุรกิจนี้มาตั้งแต่ยังเด็กก็เกิดเป็นความผูกพันและความมุ่งมั่นที่อยากจะพัฒนาห้างฯ ของเราให้เป็นที่หนึ่งในภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งยอมรับว่าการทำธุรกิจห้างฯ ในยุคนี้มีความท้าทายมาก เพราะคู่แข่งค่อนข้างเยอะ ทำให้คนมีตัวเลือกมากขึ้นในการตัดสินใจ ฉะนั้นจึงต้องสร้างจุดเด่นให้กับแบรนด์ของตนเอง สร้างให้ห้างฯ ของเราเป็นไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ที่มีบริการและผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ทุกคนได้อย่างครอบคลุม พร้อมกระจายสาขาให้มากขึ้น ซึ่งตอนนี้ศูนย์การค้าไดอาน่ามีสาขาหลักอยู่ใจกลางเมืองหาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ขายกว่า 60,000 ตารางเมตร และยังมีสาขาห้างสรรพสินค้าที่ปัตตานี และไดอาน่าซูเปอร์อีก 6 สาขา […]

ถ่ายแบบไกลถึงออสเตรีย ‘วนัช กูตูร์’ เปิดตัวคอลเลกชั่นสุดเฟียร์สเพื่อเจ้าสาวยุคใหม่

วนัช กูตูร์ ควง พรฟ้า-ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์ ถ่ายแบบไกลถึงออสเตรีย เปิดตัวคอลเลกชั่นสุดเปรี้ยวเพื่อเจ้าสาวยุคใหม่ “Love of Hallstatt bridal collection 2019 by Vanus Couture” ก่อนกลางทศวรรษที่ 1800 มีการลงบันทึกไว้เกี่ยวกับชุดเจ้าสาวไว้ว่า เจ้าสาวจะต้องสวมชุดแต่งงานแบบดั้งเดิมคือ ชุดสีแดง ซึ่งถือเป็นสีมงคลและเป็นชุดแต่งงานของหญิงชนชั้นสูงในยุคนั้น แต่ในหลายปีต่อมาชุดแต่งงานสีขาวได้มีขึ้นในวันพระราชพิธีอภิเษกสมรสของ พระราชินีวิคตอเรีย กับพระราชสวามีเจ้าชายอัลเบิร์ต เพราะพระราชินีประสงค์จะใช้ ชุดแต่งงานสีขาว เพราะความชอบส่วนตัวของพระองค์ แน่นอนว่าได้กลายเป็นที่กล่าวถึงออกไปอย่างกว้างขวางในหลากหลายแง่มุม แต่นั่นก็เป็น จุดเริ่มต้นของชุดแต่งงานสีขาว และได้กลายเป็นที่นิยมทั้งในอดีตเรื่อยมาจนมาถึงปัจจุบัน และก็มีหลากหลายแบรนด์ดังจากทั่วโลกที่พยายามสร้างสรรค์ผลงานออกมามากมายเพื่อเอาใจเจ้าสาวโดยเฉพาะ อย่าง BERTA Bridal หรือ Monique Lhuillier แบรนด์ดังจากทางฝั่งยุโรปที่สร้างสีสันในวงการเวดดิ้งให้มีความน่าตื่นเต้นตลอดเวลา และแน่นอนว่าฝั่งไทยก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน ต้องบอกเลยว่านาทีนี้ต้องยกให้ห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ เพราะว่าฮอตฮิตติดลมบนเหลือเกิน แถมล่าสุด สรรค์ สุดเกตุ ผู้บริหารคนเก่งของห้องเสื้อยังยกทัพเกือบ 10 ชีวิต พร้อมชุดแต่งงานในคอลเลกชั่นนี้กว่า 50 ชุด บินไปถ่ายแบบไกลถึง […]

“เขียวพระอินทร์” งูสามัญประจำบ้าน เจ้าของตำนาน “งูเขียวจะมากินตับตุ๊กแก” ที่ไม่ได้กินแค่ตับ

เชื่อว่าคนคงเคยได้คำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ ที่มักบอกเวลาได้ยินเสียงตุ๊กแกกำลังร้องถี่ๆ ว่า “ตุ๊กแกกำลังเรียกงูเขียวมากินตับ” จนบางครั้งก็อดสงสัยไม่ได้เหมือนกันว่า…งูเขียวแบบไหนที่จะมากินเฉพาะตับตุ๊กแก เพราะในความจริงแล้วก้ไม่มีงูที่ไหนทำแบบนั้น รวมถึงคำบอกเล่าโบร่ำโบราณนี้ก็เช่นกัน เมื่อพูดถึงงูเขียวที่จัดว่าเป้นคู่ปรับตลอดกาลกับตุ๊กแกแล้วล่ะก็ คงต้องยกตำแหน่งนี้ให้กับ งูเขียวพระอินทร์ หรือ งูเขียวดอกหมาก ซึ่งเป็นงูลักษณะลำตัวเรียวยาว ปราดเปรียว เกล็ดสีเขียวแกมเหลืองลายดำ สามารถเลื้อยไต่ไปบนกิ่งไม้ได้อย่างคล่องแคล่ว เป็นงูพิษอ่อนไม่มีผลกับมนุษย์ที่สามารถพบได้บ่อยครั้งตามบ้านเรือน จึงได้รับสมญานามว่า “งูสามัญประจำบ้าน” และพบได้ทั่วไปบริเวณที่มีความสูงมากกว่า 550 เมตรจากระดับน้ำทะเลของในประเทศไทย จีน อินเดีย ศรีลังกา พม่า อินโดจีน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ โดยปกติงูเขียวพระอินทร์ชอบอาศัยอยู่ตามซอกมุมบ้าน ซุ้มไม้ ออกหากินในเวลากลางวัน กิน กิ้งก่า จิ้งจก ลูกนก หนู งูที่เล็กกว่าบางชนิด และแมลงต่างๆ แต่ก็เรื่องเล่าที่มีมานมนานว่างูเขียวพระอินทร์กินตับตุ๊กแก แต่ที่จริงแล้วงูเขียวพระอินทร์จะพยายามกัดรัดตุ๊กแก แล้วกินเข้าไปทั้งตัว ไม่ใช่ล้วงเข้าไปกินตับตุ๊กแกหรือพยายามแย่งอาหารตุ๊กแกแต่อย่างใด ถ้าตุ๊กแกตัวไม่โตนักก็จะกลืนกินตุ๊กแกทั้งตัว

“ทำได้เลย ต้นทุนของมันคือ เวลา…” เปิดไอเดีย ‘5 ครีเอเตอร์ดัง’ ผลงานระดับ Best Seller

วาดภาพไม่เป็น วาดภาพไม่เก่ง ไอเดียไม่มี เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเริ่มทำ แต่อยากเป็น “ครีเอเตอร์” เลิกอ้าง และขี้เกียจได้แล้ว ถึงเวลาที่ต้องปลุกตัวเองลุกขึ้นมาคว้าโอกาสเสียที เมื่อเร็วๆ นี้ อมรินทร์ทีวี ออนไลน์ มีโอกาสได้ร่วมฟังการพูดคุยของ “5 ครีเอเตอร์ดัง” ที่สร้างสรรค์ผลงานระดับ Best Seller ให้กับ “สติกเกอร์ไลน์” จนวันนี้พวกเขาพูดได้เต็มปากเลยว่า มันคุ้มค่ามากๆ ที่ออกจากงานประจำมาทำ เคล็ด (ไม่) ลับ “ครีเอทสติกเกอร์ไลน์” ให้โดนใจ นัด-ณัฐวีร์ ลิมปนิลชาติ เจ้าของสติกเกอร์ หมาจ๋า กล่าวว่า นัทจะสังเกตจากสติกเกอร์ที่เราใช้งานอยู่ในชีวิตประจำวัน ว่าเราใช้ตัวไหนบ่อยที่สุด ไม่เฉพาะว่าแค่สติกเกอร์ของเรา แต่หมายรวมถึงของครีเอเตอร์ท่านอื่นๆ ด้วย รวมถึงคำพูดบางคำที่เรายังไม่เห็นในตลาด และจากประสบการณ์ที่ทำงานสติกเกอร์มา พบว่า สติกเกอร์ที่มีความเป็นกลาง สามารถใช้ได้ในทุกโอกาส เช่น หิว, เสียใจ, ขอบคุณ มันจะตอบโจทย์ผู้ใช้ได้ดี เพราะสามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกได้ตรง ชัดเจน ผ่านคำพูดเพียงสั้นๆ จ็อบ-วรภพ พัวศรีพันธ์ เจ้าของ […]

“เนคไท” แฟชั่นจากชาติตะวันตกที่ใช้แทน “ความสุภาพ” แต่ก็มีหลายประเทศที่ไม่อินด้วย

เนคไท (Necktie) มีวิวัฒนาการมาจาก คราแวต (cravat) ซึ่งเป็นผ้าพันคอชนิดหนึ่งที่นิยมพันรอบคอที่มีขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 กษัตริย์แห่งฝรั่งเศสทอดพระเนตรเห็นผ้าพันคอของทหารโครเอเชีย แล้วสนพระทัยและนำมาใช้จากนั้นข้าราชบริพารเลียนแบบ ก่อนที่จะมียช่างตัดเสื้อชาวอเมริกันนามว่า Jesse Langsdorf ได้ออกแบบโดยการตัดผ้าเฉียงๆ และจดสิทธิบัตรไว้ในปี ค.ศ. 1924 จนกระทั่งคริสต์ทศวรรษ 1950 เนคไท นั้นได้รับความสูงสุดจนมีคำกล่าวว่า A man wasn’t fully dressed until he had put on his tie. หรือแปลว่า “ผู้ชายจะยังแต่งตัวไม่เต็มที่ ถ้าไม่ได้ผูกไท” และในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1970 เนคไทได้กลายเป็นแฟชั่นโดย Ralph Lauren ห้องเสื้อชื่อดังแห่งอเมริกาได้ออกแบบเน็กไทที่มีความกว้าง 10 เซนติเมตร และในคริสต์ทศวรรษ 1980 ได้มีการมีการวาดและพิมพ์งานศิลปะของศิลปินลงบนไท ในปัจจุบันวิธีผูกเน็กไทที่นิยมตามแบบสากลซึ่งมีการใช้ในประเทศไทยมี 5 วิธี ได้แก่ ซิมเปิลนอต, ฟอร์อินแฮนด์นอต, ฮาล์ฟวินด์เซอร์นอต, […]

‘ริต้า’ 5 ลุคสวยสะพรึง ปิดจ๊อบปารีสแฟชั่นวีค!

เดินสายปารีส โอต์ กูตูร์ แฟชั่นวีค เป็นปีแรก “ริต้า – ศรีริต้า เจนเซ่น” ก็สวยฟาดไม่ออมมือ เรียกแสงแฟลชจากช่างภาพได้รัวๆ งานนี้ 5 ลุคที่จัดว่าสะพรึงของนางฟ้าลาเวนเดอร์จะมีลุคไหนบ้าง ไปชมกัน เปิดมาลุคแรก “ริต้า” ถูกเทียบเชิญร่วมงาน Exclusive event launch collection แบรนด์ Christian Louboutin ก็สวยเปรี้ยวเฉี่ยวตาค้าง กับทรงผม Wet Look เซ็กซี่ด้วยมินิเดรสเกาะอกประดับเลื่อมสีดำ แต่งดีเทลโบว์สีแดงตรงอก จากแบรนด์ Saint Laurent : Autumn Winter 2019 เพิ่มความเผ็ดจี้ดด้วยรองเท้าส้นสูงและคลัทช์สี Rainbow จาก Christian Louboutin งานนี้ได้กระทบไหล่กับ Mr. Christian Louboutin ดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศส ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ และ Heidi Klum นางแบบคนดังระดับโลกด้วยจ้า   มาตะลึงกันต่อกับลุคชมแฟชั่นโชว์ของ […]

“ปลาใบไม้อเมซอน” ปลาที่อาศัยอยู่สภาพน้ำเป็นกรด และดูคล้ายๆ ใบไม้จมน้ำ

ปลาใบไม้อเมริกาใต้ หรือ ปลาใบไม้อเมซอน (Amazon leaffish) เป็นปลาน้ำจืดในวงศ์ปลาใบไม้อเมริกาใต้ (Polycentridae) จัดเป็นปลาเพียงชนิดเดียวกันที่อยู่ในสกุล Monocirrhus ซึ่งเป็นที่รู้จักครั้งแรกในปี ค.ศ. 1840 จากการบรรยายของ โจฮานน์ จาคอบ เฮกเคล นักชีววิทยาชาวออสเตรีย โดยได้บรรยายลักษณะทางกายภาพเกี่ยวกับปลาชนิดนี้ไว้ว่า มีสีเหลืองหรือสีแดง ส่วนหัวมีรูปทรงแบนข้าง ตอนปลายแหลม ด้านหน้ามีสัณฐานเว้า ตามีขนาดเล็ก ปากใหญ่ ก้านครีบอกทุกก้านสั้น ปรากฏแถบเล็กสีน้ำตาล 3 แถบ เริ่มต้นจากตา แถบนึงลงข้างล่าง อีก 2 แถบแตกไปทางด้านหลัง ปรากฏแถบหนากลางลำตัว และปรากฏแถบที่ตอนล่างของครีบหาง จากนั้นในปี ค.ศ. 1921 คาร์ล เอช.อีเกนแมนน์ และ วิลเลียม เรย์ อัลเลน ได้สำรวจป่าดิบชื้นในอเมริกาใต้ ได้เก็บตัวอย่างที่มีชีวิตของปลาชนิดนี้ไว้ 3 ตัว โดยพบเห็นครั้งแรกด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นใบไม้ที่ลอยน้ำจริงๆ ปลาใบไม้อเมซอน เป็นปลาที่เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีว่าสามารถพรางตัวให้กับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยได้อย่างดีเยี่ยม โดยมีรูปร่างเหมือนใบไม้ที่มีทั้งก้านและแขนงจริงๆ ด้วยว่าที่ปลายปากมีติ่งเล็กๆ อยู่ด้วย มีถิ่นที่อยู่ในแม่น้ำสาขาของแม่น้ำอเมซอนในทวีปอเมริกาใต้ […]

“Akhal-Teke” ม้าสายพันธุ์เก่าแก่ของโลก และได้ฉายาว่า “อาชาเหงื่อโลหิต”

หากใครเคยอ่านนิยาย หรือเล่นเกมแนวกำลังภายในมาบ้าง คงจะได้เคยได้ยินคำว่า “อาชาเหงื่อโลหิต” ที่เป็นเรื่องราวของม้าในสนามรบ ซึ่งมีความเร็วและความแข็งแกร่งเหนือกว่าม้าสายพันธุ์ใดๆ ในโลก ที่สำคัญ…ม้าที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดอาชานี้ ไม่เพียงจะมีแค่ในนิยาย แต่พวกมันมีตัวตนอยู่จริง และมีชื่อเรียกว่า อาเคอร์เทคกะ (Akhal-Teke) อาเคอร์เทคกะ (Akhal-Teke) เป็นม้าสายพันธุ์เก่าที่สุดชนิดหนึ่งของโลก มีต้นกำเนิดจากประเทศเติร์กเมนิสถาน ซึ่งเป็นม้าเลื่องชื่อในตำนานที่กล่าวขานว่าวิ่งเร็วปานลมพัด และมักปรากฎโฉมในรูปของม้าขนสีทองร่างสูงสูงสง่า และคาดว่าอาจเหลืออยู่เพียงราวๆ 3,000 ตัวเท่านั้น แต่ในความจริงแล้ว ม้าขนสีทองเงางามยามต้องแสงอาทิตย์นั้น เป็นเพียงหนึ่งในหลายสิบสีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่โดยมนุษย์ และสีดั้งเดิมของ Akhal-Teke ที่ยังคงได้รับความนิยมยิ่งกว่าสีทองนั้นมีด้วยกัน 3 สีคือ ดำ, น้ำตาล และแดง สำหรับสาเหตุของที่ทำให้ม้าอาเคอร์เทคกะได้ฉายา “อาชาเหงื่อโลหิต” นั้นเป็นเพราะเหล่าปรสิตที่เกาะอยู่บนผิวหนังของมัน ซึ่งก็ไม่ใช่ปรสิตพิเศษอะไร แถมยังพบได้ในม้า ลา และวัวควายทั่วไปด้วยซ้ำ แต่เนื่องจากม้าพันธุ์นี้มีผิวหนังที่บางมาก ประกอบกับการเป็นม้าที่เหงื่อออกง่าย ทำให้ขณะที่ม้า Akhal-Teke กำลังวิ่ง เหงื่อของมันจึงมักไหลออกมาปนกับเลือดที่ถูกปรสิตดูด จนกลายเป็นเป็นสีแดงนั่นเอง แต่ถึงจะได้ฉายาเท่ๆ แบบนี้ แต่ก็ไม่ใช่ Akhal-Teke ทุกตัวจะได้เป็นอาชาเหงื่อโลหิต เพราะเจ้าของม้าส่วนใหญ่มักจะดูแลความสะอาดให้มันเป็นอย่างดี จึงทำให้ร่างกายของมันมีปรสิตน้อยตามไปด้วย ดังนั้นต่อให้ม้าเลี้ยงเหล่านี้วิ่งเต็มสปีดจนเหงื่อท่วม […]

keyboard_arrow_up