‘คาแรกเตอร์’ มีดีกว่าที่คิด! อาวุธหลักในการเชื่อมกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย-แนบเนียนที่สุด

“คาแรกเตอร์” มีดีกว่าที่คิดในสังคมดิจิทัล ช่วยต่อยอดให้กับธุรกิจเติบโตได้เร็ว ยิ่งคาแรคเตอร์ที่มีเรื่องราวน่าสนใจ ยิ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากขึ้น ปัจจุบัน คาแรคเตอร์ไทยโด่งดังมากในตลาดต่างประเทศ อย่าง “กระต่ายโหด BLOODY BUNNY” ถูกออกแบบดีไซน์โดยฝีมือคนไทย และได้รับความนิยมไปไกลสู่ระดับสากล และที่ไต้หวันได้นำคาแรคเตอร์ “WARBIE YAMA” ไปเป็นลายในบัตร 7&11 อีกด้วย ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการจัดแสดงผลงานภายใต้แนวคิด“Character Licensing Cluster” พร้อมกับได้รับเกียรติจาก สันติ เลาหบูรณะกิจ ขึ้นเวทีทอล์ค ในหัวข้อ “Growing Business with Character Marketing” แชร์ความรู้เปิดโลกคาแรคเตอร์มาต่อยอดในสังคมดิจิทัล และมี นพ ธรรมวานิช ร่วมในงานครั้งนี้ด้วย

ทำไม “คาแรคเตอร์” ถึงสำคัญในโลกปัจจุบัน
สันติ เลาหบูรณะกิจ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท วิธิตา แอนิเมชั่น จำกัด บอกว่า เพราะทุกวันนี้ มีการลงทุนในการทำธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มคนก็มีพัฒนาการในด้านการสื่อสารที่กว้างขึ้นเช่นกัน ท่านที่เคยไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เคยสังเกตไหมว่าทุกเมืองเขาใช้ตัวการ์ตูนเป็นตัวแทนในงานสื่อสารต่างๆ เช่น ที่กั้นถนนเป็นตัวการ์ตูนไดคัท หรือป้ายหน้าบริเวณก่อสร้างที่มีรูปแมวมายกมือขอโทษในความไม่สะดวก รวมถึงสินค้าต่างๆ ที่มีตัวการ์ตูนในด้านธุรกิจด้วย เพราะญี่ปุ่นเขามองคาแรคเตอร์เสมือนทูตหรือพนักงานขาย คาแรคเตอร์ คือ อาวุธหลักในการเชื่อมองค์กรเข้ากับกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายและแนบเนียนที่สุด ทำให้คนที่สนใจกล้าเข้าหาแบรนด์เอง

“คาแรคเตอร์” ที่มีเรื่องราว จะทำให้สินค้า บริการดูน่าสนใจ
สันติ เลาหบูรณะกิจ กล่าวว่า เราต้องทำยังไงให้ธุรกิจเติบโตจากคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูน เพราะการแข่งขันในยุคปัจจุบันนี้ เราไม่ได้แข่งกันที่ฟังก์ชั่นหรือหน้าที่การใช้งานของสินค้าบริการเท่านั้น แต่เราจะแข่งกันตรงที่แบรนด์ของสินค้าและบริการใดที่ให้ความรู้สึกดีมากที่สุด และนี่คือโอกาสที่เรานำคาแรคเตอร์มาใช้ให้เป็นประโยชน์ เพราะสมัยนี้เป็นยุคของ Story telling ไม่ใช่แค่มีคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนน่ารักๆ แล้วคนจะซื้อคุณ แต่ต้องเป็นคาแรคเตอร์ที่มีเรื่องราวน่าสนใจถึงจะทำให้สินค้าหรือบริการดูแตกต่าง มีเสน่ห์ และสร้างความรู้สึกที่ดี อย่างเช่น โดเรมอน, ก๊อตจิ, ปังปอนด์ ฯลฯ ที่กลายเป็นดารา หรือตัวแทนองค์กรนั้นๆ ผู้คนจำได้ และอาจจะมีความผูกพันกับคาแรคเตอร์นั้นๆ ด้วย

นำ “คาแรคเตอร์” มาใช้ต่อยอดได้
สันติ เลาหบูรณะกิจ กล่าวว่า ในวันนี้วิธิตารวมถึงผู้ประกอบการด้านดิจิทัลคอนเทนต์ ก็ได้นำคาแรคเตอร์มาตอบโจทย์ทางด้านดารตลาดที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดเฉพาะองค์กรยักษ์ใหญ่ แต่ธุรกิจ SME ขนาดกลางหรือเล็ก ก็สามารถนำคาแรคเตอร์มาสร้างประโยชน์ สังคมทุกวันนี้เป็นดิจิทัลหมดแล้ว ถ้าเรายังใช้สโลแกนหรือใช้ตัวอักษรในการเรียกร้องความสนใจ ก็อาจจะเสียโอกาส วิธีการนำคาแรคเตอร์มาใช้จะเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งในการต่อยอดได้ เห็นได้จากการสื่อสารในโลกโซเชียลทุกอย่างจะใช้แทนค่าด้วยตัวการ์ตูนที่มีเรื่องราว”

“คาแรคเตอร์ไทย” ดังไกลถึงต่างประเทศ
นพ ธรรมวานิช ซีอีโอ บริษัท โตโมแกรม สตูดิโอ จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์คาแรคเตอร์ NUT SO MOND’STER และ WOOFYBOO กล่าวว่า จริงๆ คาแรคเตอร์ไทยดังมากครับในตลาดต่างประเทศ แต่กลับกลายว่าคนไทยอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักหรือการนำมาใช้ในด้านการตลาด แต่ในต่างประเทศ เช่น กระต่ายโหด BLOODY BUNNY ก็เป็นหนึ่งในคาแรคเตอร์ที่ถูกออกแบบดีไซน์โดยฝีมือคนไทย และได้รับความนิยมไปไกลสู่ระดับสากล ส่วนไต้หวันก็นำคาแรคเตอร์ WARBIE YAMA ไปเป็นลายในบัตร 7&11

ทางลัดให้ธุรกิจเติบโต ด้วย “คาแรคเตอร์”
นพ ธรรมวานิช กล่าวทิ้งท้าย กิจกรรมครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสที่ทางผู้ประกอบการเครือข่ายดิจิทัลคอนเทนต์ได้รวมตัวกันจัดแสดงผลงานขึ้น ให้ประชาชนทั่วไปที่สนใจ หรือนักธุรกิจได้มาทำความรู้จักกับเหล่าคาแรคเตอร์มากขึ้นครับ โดยเฉพาะกลุ่ม SME กว่าจะสร้างแบรนด์ให้คนรู้จักอาจจะใช้เวลานานและเหนื่อย แต่ถ้ามาพูดคุยปรึกษากับคนทำคาแรคเตอร์ ก็จะเป็นทางลัดหนึ่งได้ครับ ซึ่งมีทั้งรูปแบบ ให้ออกแบบคาแรคเตอร์ สร้างขึ้นใหม่ให้เป็นลิขสิทธิ์ของแบรนด์ตัวเอง ที่ตอบโจทย์ของแบรนด์ เป็นผู้แทนของสินค้าเพื่อสร้างการจดจำและเข้าถึงได้ง่าย หรือการซื้อนำคาแรกเตอร์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอยู่แล้วมาเพิ่มมูลค่า สร้างอิมแพคให้สินค้า บริการ เหมือนมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้เฉพาะกิจ เช่น รายการส่งเสริมการขายต่างๆ หรืออาจจะไปทำของพรีเมียมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้า รวมถึงธุรกิจผลิตสินค้าเอง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องนอน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องเขียน สินค้าด้านแฟชั่น ตุ๊กตา ของเล่น ก็สามารถนำคาแรคเตอร์ไปเป็นลายพิมพ์ หรือผลิตเป็นสินค้าออกมาขาย เป็นต้น.

keyboard_arrow_up