“นกแสก” ผู้พิทักษ์ผลผลิตทางการเกษตรยามราตรี ที่ถูกฆ่าทิ้งเพราะความเชื่อผิดๆ คนไทย

นกแสก หรือ นกเค้าหน้าลิง (Barn owl) เป็นนกเค้าแมวชนิดหนึ่งในวงศ์นกแสก (Tytonidae) จัดเป็น 1 ชนิดในจำนวน 19 ชนิดของนกในอันดับนกเค้าแมวที่พบได้ในประเทศไทย และนับเป็นนกแสก 1 ใน 2 ชนิดที่พบได้ในประเทศไทย (อีก 1 ชนิดนั้นคือ นกแสกแดง) โดยทั่วไปมีขนาดโตเต็มที่สูงประมาณ 1 ฟุต

โดยทั่วไป นกแสกเป็นนกที่หากินในเวลากลางคืน และมักพบอยู่ใกล้กับชุมชนของมนุษย์ โดยจะอาศัยอยู่ตามสิ่งก่อสร้างที่มีความสงบ เช่น หลังคาโบสถ์ในวัดวาต่าง ๆ หรือบ้านร้าง, ซอกมุมตึกหรือโพรงไม้ มักพบอยู่โดดเดี่ยว เป็นคู่ หรือเป็นครอบครัว ไม่ค่อยที่อยู่เป็นฝูงใหญ่ จึงนับได้ว่าเป็นนกจำพวกนกเค้าแมวที่มีความใกล้ชิดกับมนุษย์มากที่สุด เพียงคนส่วนใหญ่อาจไม่รู้ว่ามีพวกมันอยู่ใกล้ตัว เพราะพวกมันมักพยายามหลบไปหามุมมืดที่เรามักไม่ค่อยสังเกตเห็น หรือบางครั้งก็บินไปยังที่อื่นๆ ซึ่งก็ห่างไกลจากชุมชนมนุษย์ ก่อนจะวกกลับมาอีกครั้งในตอนกลางคืนเพื่อหาอาหาร ที่ปกติจะมีอาณาเขตหาอาหารประมาณ 20 ตารางกิโลเมตร แต่ตัวผู้บางตัวอาจจะมีอาณาเขตหาอาหารกว้างได้ถึง 40 ตารางกิโลเมตร

แต่ด้วยรูปร่างชวนขนลุก จึงมีคนจำนวนมากที่มีความเชื่อกันว่า นกแสกเป็นนกที่ส่งสัญญาณเตือนถึงความตาย และหากนกแสกบินข้ามหลังคาบ้านผู้ใดหรือไปเกาะที่หลังคาบ้านใคร หรือส่งเสียงร้องด้วย จะต้องมีบุคคลในที่แห่งนั้นถึงแก่ความตาย จึงทำให้เชื่อกันว่าเป็นนกผีหรือนกปีศาจ ซึ่งเคยปรากฏเป็นข่าวครึกโครมผ่านหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อกลางเดือนกันยายน พ.ศ. 2552 ว่าที่วัดแห่งหนึ่งที่อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชาวบ้านและพระที่จำวัด ณ วัดแห่งนั้น เชื่อว่าเมื่อใดที่นกแสกที่วัดส่งเสียงร้องดัง หรือเสียงแปลก ๆ จะมีคนตายส่งมาฌาปนกิจเสมอ โดยในช่วงเวลาที่เป็นข่าวก็มีคนตายไปแล้วถึง 6 คนด้วยกัน

ด้วยความเชื่อในลักษณะนี้ ทำให้นกแสกไม่เป็นที่ต้อนรับจากมนุษย์สักเท่าไหร่ และพยายามขับไล่พวกมันไปให้พ้นพื้นที่อยู่อาศัย จนบางครั้งก็ถึงขั้นลงมือฆ่าพวกมันเพื่อปกป้องเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ที่ไม่อาจหาข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้ โดยหารู้ไม่ว่า นกแสกนั้นำม่เพียงจะเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ แต่ยังมีประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะในบางพื้นที่เช่นที่ของจังหวัดชุมพร ที่มีการปลูกปาล์มน้ำมันเป็นจำนวนมาก ได้มีการนำนกแสกมาใช้ในการกำจัดศัตรูพืชคือ หนูท้องขาว ที่มักออกมากัดแทะผลปาล์มจนเสียหาย ซึ่งจากการให้นกแสกเข้ามาอาศัยอยู่ในสวนปาล์มนั้น พบว่านกแสกสามารถกำจัดหนูท้องขาวและสัตว์รบกวนอื่นๆ ได้ดีกว่าการใช้ยาเบื่อหรือวิธีการทางธรรมชาติอื่นๆ เสียอีก

อย่างไรก็ตาม ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยก็ยังเลือกใช้ยาเบื่อเพื่อกำจัดหนูซะมากกว่า และเนื่องจากอาหารหลักของนกแสกมักจะเป็นหนูมากกว่าสัตว์อื่น จึงทำให้นกนักล่าที่แทบไม่เคยสร้างผลเสียต่อมนุษย์ ต้องมาจบชีวิตลงเพราะการกินหนูที่ถูกเบื่อยาเข้าไป

keyboard_arrow_up