เปิดประวัติ “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” อาหารง่ายๆ ที่ยอดขายพุ่งช่วงครึ่งปีแรกในไทย

จากกรณีที่ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ รวมถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” ได้เปิดเผยถึงภาพรวมของมาม่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี พ.ศ. 2562 โดยระบุว่า ตลาดรวมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีมูลค่าสูงถึง 2 หมื่นล้านบาท มีการเติบโตถึง 6% จากปกติที่เติบโตเพียง 1-2% สะท้อนให้เห็นกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อยู่ในกลุ่มรายได้ปานกลางถึงล่าง โดยภาพรวมของมาม่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 62 มียอดขายรวมอยู่ที่ 4.6 พันล้านบาท ซึ่งเติบโตจากครึ่งปีแรกของปีที่ผ่านมาถึง 11.6%

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถูกคิดค้นขึ้นครั้งแรกโดย โมโมฟุคุ อันโดะ จากบริษัท นิสชิน ฟูดส์ ประเทศญี่ปุ่น โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากสภาพของประเทศในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้สงคราม และต้องเสียค่าปฏิกรรมสงครามเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน จากการที่ได้เห็นชาวญี่ปุ่นต้องเข้าแถวรอรับแจกขนมปังจากรัฐบาล แต่คนเหล่านั้นไม่มีความสุข โมะโมะฟุคุจึงคิดที่จะหาอาหารที่ชาวญี่ปุ่นสามารถรับประทานได้ในราคาถูกและเป็นที่ชื่นชอบด้วย และพบว่าแท้จริงแล้วคือ ราเม็ง หรือบะหมี่ โมโมฟุคุได้พัฒนากระบวนการผลิตเส้นบะหมี่โดยการทอด และอบแห้งเป็นการถนอมอาหารที่สามารถนำกลับมารับประทานได้อีกครั้งเมื่อเติมน้ำร้อน

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปวางจำหน่ายครั้งแรกในโลกที่ประเทศญี่ปุ่นเมือวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2501 ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ชิกิง ราเมง” (Chikin Ramen) ราคา 35 เยน จากผลสำรวจชาวญี่ปุ่นในปีพ.ศ. 2543 พบว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นสิ่งคิดค้นที่ดี่ที่สุดในศตวรรษที่ 20 มีบริษัทผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกิดขึ้นอีกมากมายทั้งใน จีน ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ อเมริกา และวางจำหน่ายไปทั่วโลก เมื่อปี พ.ศ. 2548 สำหรับในประเทศไทยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถือเป็นตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจตัวหนึ่ง เนื่องจากมีเป็นอาหารราคาถูกที่สามารถหาซื้อรับประทานกันได้ทั่วไป

ในทางโภชนาการ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่ได้ให้สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแต่อย่างใด มีพลังงานแคลเลอรีสูง มีองค์ประกอบของไขมันอิ่มตัว และโซเดียมสูงมาก ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ, เบาหวาน และอาการหลอดเลือดในสมองตีบ โดยประเทศที่มีการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในโลกเมื่อปี พ.ศ. 2554 คือ เกาหลีใต้ ที่มีขายอยู่ทุกมุม แม้กระทั่งสระว่ายน้ำหรือห้องสมุด เพราะสะดวกต่อการบริโภคและราคาถูก การรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์จะก่อให้เกิดความบกพร่องของระบบเผาผลาญอาหาร ซึ่งเป็นส่วนประกอบของโรคเบาหวาน

ในจีน เมื่อปี พ.ศ. 2556 มีอัตราการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากถึง 46,000 ล้านห่อ คิดเป็นร้อยละ 44 ของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองทั่วโลก เฉลี่ยแล้วคนละ 32 ซองต่อปี แต่ก็ยังเป็นอัตราส่วนน้อยกว่าการบริโภคต่อคนเมื่อเทียบกับเกาหลีใต้, อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2559 ประเทศที่มีอัตราบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในโลก คือ จีน ด้วยปริมาณ 38,520 ล้านซองหรือถ้วย

keyboard_arrow_up