เผยเบื้องหลังการล่า “สมัน” ณ ทุ่งรังสิต ก่อนจะ “สูญพันธุ์” ไปจากโลก

สุญพันธุ์…คำนี้เรียกว่าพูดเบาๆ ก็เจ็บ เพราะคงไม่มีใครอยากตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นแน่ แต่ขณะเดียวกันก็ยากจะปฏิเสธว่า มนุษย์ได้มอบสถานะสูญพันธุ์กับสัตว์มากมายนับไม่ถ้วน และหนึ่งในนั้นคือ “สมัน” กวางที่พบได้เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น และตอนนี้ก็ไม่เหลือที่ใดในโลกอีกแล้ว

สมัน, เนื้อสมัน หรือ กวางเขาสุ่ม (Schomburgk’s deer) เป็นกวางขนาดกลาง ขนตามลำตัวสีน้ำตาลเข้ม ท้องมีสีอ่อนกว่า ริมฝีปากล่างและด้านล่างของหางเป็นสีขาว มีลักษณะเด่นคือ ตัวผู้จะมีเขาแตกแขนงออกไปมากมายเหมือนกิ่งไม้ ดูสวยงาม จึงได้ชื่อว่าเป็นกวางที่มีเขาสวยที่สุดในโลก มีกิ่งรับหมาหรือกิ่งเขาที่ยื่นออกไปข้างหน้ายาวกว่าของกวางชนิดอื่น พบกระจายพันธุ์เฉพาะในที่ราบลุ่มภาคกลางของไทยเท่านั้น รวมถึงในบริเวณกรุงเทพมหานครปัจจุบันด้วย

แต่เนื่องจากนิสัยที่ชอบอาศัยอยู่ในที่ทุ่งโล่งกว้าง และไม่วิ่งหลบหนีเข้าป่าทึบ ได้เนื่องจากกิ่งก้านของเขาจะไปติดพันกับกิ่งไม้ จึงเป็นจุดอ่อนให้ถูกล่าได้อย่างง่ายดาย ในสมัยอดีต ชาวบ้านจะล่าสมันด้วยการสวมเขาปลอมเป็นตัวผู้เพื่อล่อตัวเมียออกมา จากนั้นจึงใช้ปืนหรือหอกพุ่งยิง

ขอบคุณภาพจาก : มูลนิธิโลกสีเขียว

ปัจจุบัน สมันได้สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้แล้ว โดยสมันในธรรมชาติตัวสุดท้ายถูกนายตำรวจคนหนึ่งยิงตายเมื่อ พ.ศ. 2475 ที่จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนสมันตัวสุดท้ายในที่เลี้ยงถูกชายขี้เมาตีตายที่วัดแห่งหนึ่งในตำบลมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อ พ.ศ. 2481 จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2534 มีรายงานว่าพบซากเขาสมันสดขายในร้านขายยาใจกลางเมืองพงสาลี และแขวงหลวงพระบาง ทางภาคเหนือของลาว ทำให้สันนิษฐานว่าอาจจะมีสมันหลงเหลืออยู่ในประเทศลาวก็เป็นได้ แต่เรื่องนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันเพียงพอ

แม้จะสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่สมันยังมีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 เนื่องจากการคุ้มครองดังกล่าวมีผลไปถึงซากสัตว์ด้วย

keyboard_arrow_up