Feral cat คืออะไร!? ทำไมออสเตรเลียถึงมีแผนกำจัดพวกมันกว่า 2 ล้านตัว ภายในปี 2020

คงเป็นอีกหนึ่งข่าวคราวสะเทือนใจคนรักสัตว์อยู่ไม่น้อย เมื่อในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ภาพการสังหารแมวจรจัดที่เรียกว่า Feral cat เป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีรายงานว่าทางการออสเตรเลียตั้งเป้าว่าจะกำจัดมันให้ได้กว่าสองล้านตัวภายในปี ค.ศ. 2020 อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความไม่พอใจต่อผู้คนในโลกอินเตอร์เน็ตเท่านั้น แต่ผู้คนในแดนจิงโจ้เองก็มีกระแสต่อต้านวิธีดังกล่าวด้วยเช่นกัน

ว่าแต่…เจ้า Feral cat ที่กำลังเป็นดราม่าในขณะนี้ (หรืออันที่จริงคือเป็นมาหลายปีแล้ว) มันหมายถึงแมวแบบไหนกันแน่ เอาเป็นว่า Amarin TV ขอพามาทำความรู้จักกับแมวที่กลายเป็นปมขัดแย้งระหว่าง “คนรักสัตว์” กับ “นักอนุรักษ์” กันสักหน่อยดีกว่า

Feral cat หรือก็คือแมวจรจัดประเภทหนึ่ง ที่ค่อนข้างแตกต่างจากแมวจรทั่วไปอยู่พอสมควร ตรงที่พวกมันเป็นแมวที่เกิดจากพ่อแม่ซึ่งเป็นแมวจรจัด (Strayed cat) ที่ถูกมนุษย์ทิ้ง ทำให้แมวกลุ่มนี้แทบไม่เคยถูกเลี้ยงโดยมนุษย์มาก่อน และมีสัญชาตญาณของนักล่ามากกว่าแมวบ้านและแมวจรจัดทั่วไป รวมทั้งมีขนาดใหญ่กว่า และดุร้ายกว่าแมวจรทั่วไปอีกด้วย

แม้จะฟังดูไม่เป็นปัญหา แต่นักวิจัยพบว่า Feral cat นั้นมีความต้องการอาหารเฉลี่ยประมาณ 300 กรัมต่อวัน และด้วยความที่ไม่มีคนเลี้ยง รวมทั้งพวกมันเองก็ไม่มีท่าทีว่าจะไว้ใจมนุษย์เลยแม้แต่น้อย ทำให้แหล่งอาหารของมันกลายเป็นสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องขนาดเล็กอย่าง หนูแอนทิชินัส และกิ้งก่าพันธุ์พื้นเมืองขนาดเล็กนั้นมีน้ำหนักราวๆ 40 กรัม ซึ่งแปลว่าแมวแต่ละตัวต้องกินสัตว์เหล่านี้อย่างน้อย 8 ตัวเพื่อให้มีชีวิตรอด แต่ในบางพื้นที่ที่มีแมวอยู่หนาแน่นและมีเหยื่อขนาดเล็ก พวกมันอาจต้องกินมากกว่านี้ และอาจสร้างความเสียหายไปถึงสัตว์พื้นเมืองชนิดอื่นด้วย

ตรงจุดนี้เองที่กลายเป็นปมความขัดแย้งของ “คนรักสัตว์” กับ “นักอนุรักษ์”  เพราะในขณะที่ทาสแมวชาวออสซี่รู้สึกว่า การฆ่าแมวจร 2 ล้านตัวนั้นเป็นเรื่องที่โหดร้ายมาก เพราะพวกมันเองก็มีสิทธิ์ที่จะมีชีวิต และยังมีทางออกอื่นที่นุ่มนวลกว่านนั้น แต่จากการตรวจสอบของกระทรวงสิ่งแวดล้อมออสเตรเลียพบว่า ในประเทศนั้นมีทั้งแมวจรและแมวบ้านรวมกันมากกว่า 20 ล้านตัว และพวกมันทุกตัวล้วนมีส่วนต่อการฆ่าสัตว์พื้นเมืองไปประมาณ 75 ล้านตัวต่อวัน ซึ่งนั่นหมายความว่าถ้าเขาปล่อยแมวเหล่านั้น ต้องมีสัตว์สายพันธุ์พื้นเมืองจำนวนมากสูญพันธ์ุในไม่ช้าแน่

แม้จะฟังดูเป็นความตื่นตัวที่เกิดขึ้นมาได้ไม่นานนัก แต่สงครามระหว่างชาวออสซี่กับแมวที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในออสเตรเลียนั้นมีมายาวนานกว่า 200 ปีแล้ว เพราะตั้งแต่แมวกลุ่มแรกได้เดินทางมาบนแผ่นดินนี้กับมนุษย์ พวกมันก็เริ่มขยายพันธุ์ และกลายเป็นนักล่าชั้นบนสุดของห่วงโซ่อาหาร ที่สัตว์พื้นเมืองซึ่งวิวัฒนาการมาอย่างโดดเดี่ยวของออสเตรเลียไม่เคยเจอมาก่อน ทำให้ออสเตรเลียกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่อัตราการสูญพันธุ์ของสัตว์พื้นเมืองมากที่สุดในโลก โดยมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 29 ชนิดสูญพันธุ์ไปนับตั้งแต่ที่คนยุโรปกลุ่มแรกเข้าไปตั้งถิ่นฐาน และปัจจุบันมีสัตว์อีกกว่า 1,800 สายพันธุ์ที่กำลังใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งสาเหตุสำคัญก็มาจากแมวจรจัดทั้งหลายนี่แหละ

มาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนคงไม่อาจหาคำตอบให้กับคำถามที่ว่า “การสังหารแมวกว่าสองล้านตัวนั้นเหมาะสมหรือไม่” เพราะถ้ามองจากมุมของคนรักสัตว์แล้วล่ะก็ นี่ก็เป็นเหตุการณ์ที่โหดร้ายเกินจะรับได้จริงๆ แต่ถ้ามองจากมุมนักอนุรักษ์ที่กำลังต่อสู้เพื่อรักษาสัตว์สายพันธ์ุเก่าแก่ของออสเตรเลีย ที่บางตัวก็พบได้แค่บนทวีปนี้เท่านั้น การจ่ายด้วยชีวิตของนักล่าสองล้านตัวก็อาจจะเป็นเรื่องที่คุ้มจะแลกกับการรักษาสมดุลธรรมชาติ…แล้วคุณล่ะคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้!?

keyboard_arrow_up