ชีพจรลงพุง
อิมแพ็ค เมืองทองธานี ผนึก เชลล์ชวนชิม จัดบิ๊กอีเวนต์รวมความอร่อย ยกขบวน 50 ร้านดังทั่วประเทศ

อิมแพ็ค เมืองทองธานี ผนึก เชลล์ชวนชิม จัดบิ๊กอีเวนต์รวมความอร่อย ยกขบวน 50 ร้านดังทั่วประเทศ

อิมแพ็ค เมืองทองธานี ผนึก เชลล์ชวนชิม สัญลักษณ์แห่งความอร่อยที่เข้าใจรสชาติของคนไทยอย่างยาวนานกว่า 62 ปี เปิดบิ๊กอีเวนต์ “อิมแพ็ค x เชลล์ชวนชิม” จัดเต็ม 50 ร้านเด็ดสุดฟิน เสิร์ฟความอร่อยถึง 10 วัน รวมสตรีทฟู้ดร้านดังทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.-7 เม.ย.67 ณ ลานหน้า อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี คาดมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 100,000 คน

นายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี กล่าวว่า อาหารไทยถือเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติที่สร้างชื่อให้ประเทศไทย โดยเฉพาะร้านอาหารกลุ่มสตรีทฟู้ด (Street Food) ที่ได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งในไทยมีสัญลักษณ์แห่งความอร่อยที่เข้าใจรสชาติของคนไทยอย่างยาวนานกว่า 62 ปี ภายใต้ชื่อ เชลล์ชวนชิม ถือเป็นเครื่องหมายที่นักชิม และผู้ชื่นชอบการรับประทานอาหารให้การยอมรับและเชื่อมั่นในร้านอาหารที่ได้รับเครื่องหมายนี้

ปัจจุบันมีร้านอาหารที่ได้รับเครื่องหมาย เชลล์ชวนชิม ในหลากหลายประเภท อาทิ ร้านอาหารไทย ร้านอาหารนานาชาติ ร้านอาหารจีน คาเฟ่ขนมหวาน เป็นต้น ซึ่งผู้บริโภคอาจจะไม่มีโอกาสสัมผัสรสชาติความอร่อยของทุกร้านได้หมด เนื่องจากมีจำนวนมากและกระจายอยู่ทั่วประเทศ   ดังนั้น อิมแพ็ค เมืองทองธานี จึงได้จับมือร่วมกับ เชลล์ชวนชิม จัดงาน อิมแพ็ค x เชลล์ชวนชิม” จัดเต็ม 50 ร้านเด็ดสุดฟิน เสิร์ฟความอร่อย โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารและสร้างประสบการณ์แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ให้ได้สัมผัสวัฒนธรรมทางอาหารที่หลากหลาย รวมถึง สตรีทฟู้ด อันเป็นเอกลักษณ์ของไทย  ด้วยการรวบรวมร้านเด็ดร้านดังจาก 50 ร้านทั่วประเทศ มาเสิร์ฟเมนูความอร่อย ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม -7 เมษายน 2567 ณ ลานหน้า อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี คาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 100,000 คน ตลอดระยะเวลา 10 วันของการจัดงาน

ขณะเดียวกันการจัดงานนี้ถือเป็นอีเวนต์ที่ดีต่อโลก โดยมีแนวทางบริหารจัดการขยะ เศษอาหารที่ได้มาตรฐานและสร้างการมีส่วนร่วมให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน พร้อมปลูกฝังพฤติกรรมการแยกขยะ ซึ่งเศษอาหารที่เหลือจากการจัดงาน จะถูกแปลงเป็นปุ๋ย ด้วยเครื่องย่อยอาหาร (Food Waste Composer) เพื่อย่อยสลายขยะอาหารให้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์และนำไปใช้บำรุงต้นไม้โดยรอบพื้นที่อิมแพ็ค เมืองทองธานีต่อไป  

นางสาวอรอุทัย ณ เชียงใหม่ ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “เชลล์ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารผ่านการให้ตราสัญลักษณ์ เชลล์ชวนชิม ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนไทยมานานกว่า 62 ปี เป็นความภูมิใจอย่างยิ่งที่เราได้มีส่วนสนับสนุนและพัฒนาทักษะอาชีพอย่างยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารไทย และเป็นการสืบทอดมรดกและเอกลักษณ์ของอาหารไทยส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งการส่งเสริมให้สังคมไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของเชลล์ในการทำธุรกิจมายาวนาน  นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพสูง

ในโอกาสนี้ ขอแสดงความยินดีและขอบคุณอิมแพ็คที่จัดงานและนำร้านอาหารเชลล์ชวนชิม 50 ร้านมาไว้ที่งาน อิมแพ็ค X เชลล์ชวนชิม ในครั้งนี้ นับเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญที่เปิดโอกาสให้ทั้งผู้ประกอบการร้านอาหารได้มีพื้นที่ในการนำเมนูเด็ดของร้านมาจำหน่ายและให้ลูกค้าได้มีความสุขจากการทานอาหารอร่อยในที่เดียวกันโดยไม่ต้องตระเวนไปในแต่ละร้าน มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าทุก ๆ คนที่ได้มาเยี่ยมงานจะมีความสุขทั้งจากการได้ทานอาหารอร่อยจากมาตรฐานเชลล์ชวนชิมและเยี่ยมชมงาน ขอเชิญชวนทุกท่านมาชอปและชิมอาหารอร่อยจากร้านเชลล์ชวนชิมในงานนี้ด้วยกัน”

มล. ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ ประธานคณะกรรมการเชลล์ชวนชิม กล่าวว่า เชลล์ชวนชิมเป็นตราสัญลักษณ์   การันตีความอร่อยที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานตั้งแต่สมัยที่คุณพ่อ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ เป็นผู้ให้ตรา สำหรับร้านอาหารเชลล์ชวนชิมที่มาออกงานในครั้งนี้จะมีทั้งร้านระดับตำนานที่ได้รับตราเชลล์ชวนชิมมาแล้วหลายสิบปี และยังคงรักษาความอร่อยมาได้ถึงปัจจุบัน

รวมทั้งยังมีร้านเชลล์ชวนชิมรุ่นใหม่ ที่ผมและคณะกรรมการเชลล์ชวนชิมทุกคนเห็นตรงกันว่าอร่อยมาก มาออกร้านให้ทุกท่านได้ลิ้มลองกันกว่า 50 ร้าน ไม่ว่าจะเป็น ร้านจึงอังลัก หมูสะเต๊ะเจ้าแรกของประเทศไทย ร้านโตเป็ดย่าง เป็ดย่างหนังกรอบที่เคยขึ้นไปเสิร์ฟบนสายการบินมาแล้ว ร้านจิตสดชื่น จ.กาญจนบุรี ที่ได้รองแชมป์ผัดกะเพราแห่งประเทศไทยเมื่อปี 2566 ร้าน Al-Rahaman ร้านอาหารอินเดียคิวยาวของเชฟรูฟ  หรือร้าน Emily ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกเดลิเวอรี่ที่กำลังฮอตฮิตในหมู่วัยรุ่นตอนนี้ จึงอยากขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสความอร่อยในงานนี้