“ตาหมู สำราญ” ไม่กีดกันพ่อลูก “เสก-ลีออง” เล่านาทีพาลีอองเจอหน้าพ่อ (คลิป)

เมื่อช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลายคนคงจะได้เห็นภาพน่ารัก ๆ ระหว่างพ่อ – ลูก “น้องลีออง กับคุณพ่อ เสก โลโซ” ที่ “ตาหมู สำราญ” คุณพ่อของสาว “แซนวิช ปภาดา” หรือคุณตาของน้องลีออง พา “น้องลีอองและย่าปลิว” ไปเยี่ยม “เสก โลโซ” ที่บ้าน

นอกจากนั้นยังมีคลิปที่น้องลีออง วัย 1 ขวบ 6 เดือน ทายาทของร็อกเกอร์ “เสก โลโซ” ร้องไห้ไม่ยอมกลับ กอดคุณพ่อเสกแน่น บางกระแสก็พูดถึงความน่ารัก พ่อลูกตัดกันไม่ขาด บางกระแสก็พูดถึงการที่พ่อลูกไม่ได้อยู่ด้วยกัน เกิดเป็นดราม่าเล็ก ๆ

ล่าสุด ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีได้เจาะลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวกับ “ตาหมู สำราญ” ที่ร้านอาหารในซอยสุขุมวิท 33

เล่าเหตุการณ์ที่พาลูกชายไปเจอคุณพ่อ ?
“วันนั้นมาที่ร้านนี้ มางานเปิดร้าน คุณย่าก็มาจากโคราช แล้วก็ไปนอนกับลีอองที่บ้าน เช้ามาก็ทำกับข้าวกินกัน เสร็จก็ทำกับข้าวไปกินที่บ้านเสก ก็ไปส่งย่าที่บ้านเสก”

นัดหรือบอกพี่เสกล่วงหน้าไหมว่าจะพาลูกชายไปหา ?
“บอกกับย่า ให้ย่าโทรบอกเสก แต่ไม่รู้ย่าบอกหรือเปล่า พอไปถึงเสกก็มารับหน้าบ้าน”

ลูกชายกับพ่อเจอกันบ่อยแค่ไหน ไม่ได้เจอกันนานแค่ไหน ?
“ก่อนหน้านั้นก็แวะไปตอนที่ย่ามาหาคราวก่อน เห็นว่าเสกอยากเจอลีออง ให้พาลีอองไปหาที่บ้าน ก่อนหน้านั้นไม่นานเท่าไร”

ตีว่าเดือนละครั้งได้ไหม ?
“ตามโอกาสพร้อม ๆ กับย่า ถ้าย่ามาบ้านเสก ก็จะพาลีอองไปหา”

น้องลีอองกับพี่เสกเจอกัน เขาดีใจกันมากแค่ไหน ?
“เขาเหมือนมีสัมผัสพิเศษ เขาก็ไม่ได้เจอกันนาน แต่พอเจอกันเหมือนเขามีความรู้สึกพ่อลูก เขาเหมือนมีความผูกพัน เล่นกันอุ้ม วันนั้นมีเล่นกีตาร์ เสกเล่นกีตาร์ ลีอองก็วิ่งไปหา ลีอองเล่นเปียโนโชว์ เล่นแล้วหันหลังไปหาพ่อเขา อยากให้ชม”

น้องเล่นเป็นเพลงไหม ?
“ไม่ เล่นตามภาษาเด็ก”

น้องได้เลือดศิลปินมา ?
“ก็มีคนพูดนะ เหมือนอยู่ในสายเลือด แต่เราว่าเหมือนลีอองเลียนแบบ เราเปิดคลิป เขาก็ฟังเพลงพ่อเขา เห็นกีตาร์เขาจะรีบหยิบกีตาร์ เจอไมค์หยิบไมค์”

พี่แซนวิสว่ายังไงบ้างกับเลือดศิลปินของลีออง ?
“ไม่ว่าอะไรนะ เขาก็ชอบ ไม่ได้คอมเมนต์อะไร”

วันที่พาลีอองไป เขาไม่ได้ไป ?
“เขาไม่เหมาะที่จะไปอยู่แล้ว ด้วยสถานการณ์ ไม่มีใครกีดกันพ่อลูก แต่แซนวิสอยู่แบบนี้สบายใจมากกว่า ถ้าไปอาจจะเป็นประเด็น เสกก็มีแฟนใหม่ แซนวิสก็อยู่เป็นแม่ของลูก ไม่กีดกันพ่อลูกให้เจอกัน เสกมาหาหรือพาลีอองไปหา แต่ด้วยความเหมาะสม ตาน่าจะเป็นคนพาลีอองไปหาพ่อเขา”

กันไว้ก่อน ?
“น่าจะเหมาะสมที่สุด”

วันนั้นเห็นว่าน้องร้องไห้ไม่ยอมกลับ ?
“วันนี้กินข้าวกันที่บ้าน เล่นกัน พ่อเขาอุ้มไปดูปลา เล่นกีตาร์ อุ้มสบตาคุยกัน พอจะกลับ ลีอองไม่ยอมกลับ เพราะอยากเล่นกับพ่อหรือเปล่า หรือยังอยากเล่น 4 – 5 ครั้ง กว่าจะขึ้นรถ เราก็คิดว่าไม่มีอะไร พากลับก็ร้องไห้ พอร้องไห้ พ่อเขาก็สงสาร อุ้มต่อ เดินไปเดินมา ร้องอีก ประมาณ 4 ครั้ง ก่อนครั้งที่ 4 คุณต่อแกล้งก็ขับรถออกไปจริง ๆ เขาก็บาย ๆ เรายังแอบน้อยใจเห็นเราเป็นของตาย เราวนไปรอบกลับมา สุกท้ายเราจำเป็นต้องกลับแล้ว เสกก็อุ้มลีอองมา ร้องเป็นร้อง ไปจริง ๆ แล้ว เขาก็ร้องใจขาดแบบในคลิป”

แม่ปลิวก็อยู่ต่อ ?
“แม่ปลิวก็อยู่ต่อ แล้วค่อยกลับอีกวัน”

กระแสมีสองด้าน พ่อลูกน่ารักไม่เจอกันนาน อีกด้านคือพรากพ่อลูกออกจากกัน ?
“เรื่องจริง เป็นเรื่องจริงที่ไม่ได้อยู่กับพ่อ เราไม่ได้แยกเขา”

คนดราม่าว่าทำไมไม่ให้พ่อลูกได้อยู่ด้วยกัน ?
“เราเป็นคุณตา ก็อยากให้เขาอยู่ด้วยกัน อยากให้ลูกให้หลานเราอยู่แบบครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ แต่เรื่องเกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องดูแลรักษาจิตใจกันไป ไม่อยากกระทบกระทั่งทุกฝ่าย ให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เราก็ทำหน้าที่พ่อแซนวิส เป็นตาที่ดูแลหลาน ทำทุกอย่างให้กลมกลืนให้สบายใจทุกฝ่าย”

แต่พาลีอองไปเจอเรื่อย ๆ ?
“ไม่น่ามีปัญญา เราเมื่อไรก็ไร เขามาหาเมื่อไรก็ได้ หรือจะให้เราไปหาเมื่อไรก็ได้ เราไม่กีดกัน”

จากอาการป่วยก่อนหน้านี้ของพี่เสก ไบโพลาร์ คนก็กังวลว่าการพาเด็กเล็กไปหา จะเป็นอันตรายหรือเปล่า? วันนั้นอาการพี่เสกเป็นยังไง ?
“ก็มีหลายฝ่าย อาหงส์ (น้องสาวเสก) เคยแนะนำปรึกษากันว่า ถ้าพาลีอองไปหาเสก จะทำให้จิตใจเสกดีขึ้นไหม เราก็เห็นว่าถ้าทำให้จิตใจเสกดีขึ้น ก็น่าจะพาลีอองไป ซึ่ง 2 – 3 ครั้ง ที่ผ่านมา รู้สึกเสกก็ดีขึ้น เขาอยู่กับลูกสายตาเขามีความสุข”

วันนี้พี่เสกยิ้มแย้ม อาการเป็นยังไง ?
“ก็ไม่ถึงกับชัดเจน อาจจะมีผลจากยา เขาจะช้านิด ๆ แต่แววตามีความสุขที่ได้เห็นคุณย่า อยู่ด้วยกันไม่นานก็มีความสุข อาการเขาดีขึ้นก็เป็นสิ่งที่ดี”

วันนั่นก่อนกลับ พี่เสกได้พูดอะไรทิ้งท้ายกับลีอองไหม ?
“กอดอุ้มขึ้นรถ เขาคุยกันสองคน คุยอะไรกันไม่รู้ ลีอองก็มาตาพ่อเขา เหมือนจะชวนไปดูปลาดูหมา เขามีปฏิสัมพันธ์กัน จะกลับก็ไม่อยากกลับ”

ถามลีอองไหมว่าคุยอะไรกับพ่อเสก ?
“ไม่นะ เขาเด็ก เขาสื่อกันด้วยใจด้วยสายตา ถ้าดูวัยเด็ก เขาก็สื่อกันสบตากัน ทั้ง ๆ ที่เด็ก 1 เดือนไม่น่าสบตากันได้ ก็แปลก”

 

keyboard_arrow_up