“นิค วิเชียร” ไม่ลดละการเจรจา ถามเจตนาอีกฝ่ายทำไมต้องออกหมายศาลจับกุม “หนุ่ม กะลา” (คลิป)

กรณีคดีเพลง “ยาม” ที่ “นายณพสิน แสงสุวรรณ หรือ หนุ่ม กะลา” อายุ 36 ปี นักร้องชื่อดัง นำไปร้องแสดงสดในสถานบันเทิงตามจังหวัดต่าง ๆ กว่า 44 แห่ง ทั่วประเทศ ยังคงไม่จบ เจ้าตัวยังคงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาพร้อมหมายศาลจับกุมคดีอาญา ตามไปสถานที่แสดงโชว์ต่าง ๆ เพื่อเข้าจับกุมในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นโดยการเผยแพร่ต่อสาธารณชน ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เดินทางมาจับกุมตัว หนุ่ม กะลา ที่บิ๊กเมาน์เท่น แต่หาตัวไม่พบ

อีกทั้งการไกล่เกลี่ยค่าลิขสิทธิ์ก็ไม่มีวี่แววว่าจะลงตัว เนื่องจาก นายชนินทร์ วรากุลนุเคราะห์ กรรมการผู้จัดการบริษัทมิวสิคบั๊ก จำกัด นั้น เรียกค่าเสียหายเพลงยาม มูลค่าสูงถึง 60 ล้านบาท

นายวิเชียร ฤกษ์ไพศาล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการผลิตและโปรโมชั่นเพลง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด(มหาชน)

วันที่ 18 ธ.ค. 61 อมรินทร์ทีวีจึงได้เข้ามาพูดคุยกับ “นิค วิเชียร ฤกษ์ไพศาล” รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการผลิตและโปรโมชั่นเพลง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด(มหาชน) เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

โดย คุณนิค บอกกับทีมข่าวว่า ล่าสุดที่เจ้าหน้าที่มาตามหาตัว “หนุ่ม กะลา” ที่บิ๊กเมาน์เท่น แต่หาตัวไม่พบนั้น “หนุ่ม” ได้เดินทางออกไปจังหวัดชุมพรแล้ว เพราะได้นัดหมายรายงานตัวไว้ที่นั่น แต่ตนทราบมาว่าหมายที่ออกมาจับหนุ่มที่บิ๊กเมาน์เท่นก็คือหมายเดียวกันกับที่หนุ่มเดินทางไปรายงานตัว ตนก็ไม่ทราบว่าเหตุการณ์นี้คืออะไรกันแน่

สำหรับการที่คู่กรณีเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงยามเข้าแจ้งความในหลายท้องถิ่น ตนคิดว่าถ้าหากทราบว่า “หนุ่ม กะลา” ละเมิดลิขสิทธ์ก็ควรเข้าแจ้งความทันที แต่เมื่อปล่อยล่วงให้หนุ่มนำเพลงไปร้องในหลายที่แล้วค่อยมาแจ้ง หนุ่มจึงมีภารกิจที่ต้องไปรายงานตัวในหลาย ๆ ที่เช่นกัน

นายณพสิน แสงสุวรรณ หรือ หนุ่ม กะลา นักร้อง

ทั้งสองฝ่ายมีการพูดคุยเจรจาประนีประนอมกันตลอดเวลาในเรื่องของค่าใช้จ่าย แต่อีกฝ่ายเรียกค่าเสียหายสูงถึง 60 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงมาก ต่อให้ หนุ่ม กะลา ขายทรัพย์สินจนหมดตัวก็คงนำเงินมาใช้คืนไม่ไหว งานหนึ่งงาน เงินที่ได้มาก็ต้องแบ่งสรรปันส่วน หนุ่มมีทั้งทีมงานและคนรอบข้างที่ต้องดูแล ภาวะเศรษฐกิจก็ไม่ดี จะเรียกว่าเต้นกินรำกินก็ได้

ขณะนี้เหลืออีก 6 ท้องถิ่นที่ หนุ่ม กะลา ต้องไปรายงานตัว อยากให้ทุกคนเข้าใจว่า หนุ่ม กะลา รับงานล่วงหน้าไว้เป็นปี มีการทำสัญญาไว้ หากไม่ไปก็ถือว่าผิด หนุ่มรับงานเดือนหนึ่ง ไม่ต่ำกว่า 15-20 งาน ไม่ใช่ว่านับเป็นวันได้ เพราะต้องมีเวลาเดินทางไปกลับด้วย ดังนั้นกว่าจะเดินทางไปรายงานตัวในครบใน 40 กว่าท้องที่ไม่ใช่เรื่องง่าย หลักการปกติคือตำรวจส่งหมายเรียกมา เราก็จะยื่นประนีประนอมเลื่อนวัน แต่ถ้าส่งมาสองครั้งแล้วไม่ไปก็จะโดนหมายจับ เป็นเรื่องปกติ แต่หลายครั้งหมายก็มาช้ากว่ากว่ากำหนด ทำให้มีปัญหา และในระยะหลังมานี้ คู่กรณีได้ขอหมายศาลเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัว หนุ่ม กะลา ไม่ใช่การส่งหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาตามปกติ

ตลอดเวลาที่ผ่านมา หนุ่ม กะลา ไม่เคยหลบเลี่ยง หลบหนี พยายามเดินทางไปรายงานตัวทุกครั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นเช่นนี้ ตนไม่เข้าใจว่าเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมถึงต้องออกมาศาลมาจับกุม ต้องย้อนถามถึงหลักการและเหตุผลอีกฝ่าย

คุณนิค วิเชียร ยังเผยอีกว่า สิ่งที่ หนุ่ม กะลา ต้องเจ็บปวดคือบางกรณีที่รอศาลส่งฟ้อง “หนุ่ม กะลา” ต้องโดนล่ามโซ่ ใส่กุญแจมือ ถูกขังกับผู้ต้องหาคดีอื่น ๆ ค้ายา อาชญากร 3-4 ชั่วโมง มันโหดร้ายมาก หากเป็นตน ตนไม่รู้ว่าจะทนรับได้แบบหนุ่มหรือเปล่า การนำเพลงไปร้อง “หนุ่ม” ไม่ได้มีเจตนาละเมิดลิขสิทธิ์ แต่เมื่อรู้ก็หยุดร้องในทันที จากนั้นก็ตกลงค่าใช้จ่ายกันได้ ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ หากเป็นญาติพี่น้องคุณจะรู้สึกอย่างไร มันโหดร้าย ตนฟังหนุ่มเล่า ตนถึงกับน้ำตาร่วง

เมื่อถามว่าทั้งสองค่ายเพลงได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ ในเมื่อ หนุ่ม กะลา ไม่เคยคิดหนี แล้วทำไมถึงต้องขอหมายศาลมาจับกุม คุณนิค กล่าวว่าเราไม่เข้าใจเจตนาอีกฝ่าย เรามีความพยายามเจรจาตลอดเวลา อีกฝ่ายควรเข้าใจว่าไม่มีเหตุผลที่ต้องขอหมายศาลมาตาล่ากัน คู่กรณีก็อยู่ในวงการเพลงก็ควรจะเข้าใจกันถึงการทำงานของศิลปิน

สิ่งหนึ่งที่ตนทำได้คือให้กำลังใจ หนุ่ม กะลา ปลอบใจและให้ความมั่นใจว่าจะดูแล เรามีทีมกฎหมายดูแลให้คำปรึกษา เมื่อวานก็คุยกัน เราคุยกันเสมอ ทั้งทางโทรศัพท์ทั้งเจอตัว คดีนี้เป็นการกระทำผิดในตัวบุคคล บริษัทไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่สิ่งที่บริษัททำได้คือช่วยเหลือด้านต่าง ๆ

เมื่อถามถึงการไกล่เกลี่ยและทิศทางของศดี คุณนิค กล่าวว่าทั้งสองฝ่ายมีการนัดหมายพูดคุยกันตลอด “หนุ่ม กะลา” เองก็โทรศัพท์มาพูดคุยตลอด แต่ไกล่เกลี่ยตกลงกันไม่ได้ในผลประโยชน์ ตนขออธิบายชัด ๆ ว่า หากเราต้องการจะเรียกร้องสิทธิ์ของเรา 1 – 2 ครั้งที่ทำความผิด เราก็ควรแจ้งความทันที เพื่อเรียกร้องผลประโยชน์ตรงนั้นและจ่ายค่าลิขสิทธิ์กันไป เพราะหนุ่มไม่มีเจตนาที่จะละเมิด หนุ่มเข้าใจว่าแกรมมี่ดูแลเพลงยามอยู่ หนุ่มเล่นให้เกียรติลาบานูน เจ้าของสิทธิ์ เมื่อรู้ว่าหนุ่มทำผิดครั้งสองครั้งก็แจ้งความเลย ไม่จำเป็นต้องรอมาถึง 44 ครั้ง ตนไม่เข้าเจตนาของอีกฝ่ายว่าทำไมต้องรอให้หนุ่มกระทำความผิดในจำนวนมหาศาลแบบนี้ ตนถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ยุติธรรม ถ้าเป็นตน ตนจะแจ้งความในทันทีเมื่อรู้ว่ามีคนละเมิดลิขสิทธิ์เพลงของตน ถ้าคุณมีเจตนาจะเรียกร้องสิทธิ์ คุณจะบอกไม่รู้เรื่องไม่ได้ เพราะคุณมีข้อมูลตั้งแต่วันแรก รอให้เกิดขึ้น 40 กว่าครั้งแล้วมาแจ้งความ เพื่ออะไร

ขณะนี้เรื่องทั้งหมดอยู่ในกระบวนการของศาล แต่ตนก็จะไม่ลดละความพยายามในการเจรจาค่าเสียหาย ไม่มีใครอยากค้าความ เพียงแต่จำนวนเงินมันมหาศาลจะลดลงมาให้เหมาะสมได้หรือไม่

keyboard_arrow_up