
BYD Seal 6 EV รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ซีดาน 1 ใน 4 น้องใหม่จากค่าย บีวายดี โดดเด่นด้วยรูปร่างหน้าตาที่เข้าท่าเข้าทางเอามาก ๆ ใครชอบรถทรงนี้ไม่มีที่จะไม่เหลียวมองแน่นอน เปิดตัวมาด้วยกัน 2 รุ่นย่อย คือ Dynamic และ Premium สำหรับในรอบนี้เราไปกับรุ่น Top สุดคือ Premium
เราตัดสินใจออกเดินทางออกจากจุดเริ่มต้นแถวบางบัวทอง จ.นนทบุรี ด้วย BYD Seal 6 รถที่เมื่อขับรับรู้ได้ทันทีว่าไอ้เจ้านี่ช่วงล่างไม่ธรรมดาแน่นอน ฟีลลิ่งดีแบบสัมผัสได้อย่างรวดเร็ว มันเป็นความรู้สึกตรงกลางระหว่างความนุ่มกับความแน่น น่าจะออกเป็นช่วงล่างแนวทางเลือกของคนที่ไม่ชอบนุ่มแต่ก็ไม่อยากได้เฟิร์มแบบตึงตัง
เริ่มขับ Seal 6 เข้าช่วงเพชรบุรี ก่อนที่จะตัดสินใจแวะจุดชาร์จแรก ที่แถวเขาย้อย เพื่อการันตีกำลังไฟให้วิ่งต่อไปได้อีกยาว รถรุ่นนี้ได้แบตเตอรีขนาดเดียวกันทั้ง 2 รุ่นย่อย คือ 56.64 kWh วิ่งได้ระยะทาง 485 กม.ต่อการชาร์จ ซึ่งจากการวิ่งทางยาว ๆ ด้วยความเร็วประมาณ 80-100 กม./ชม. มันจะวิ่งได้ประมาณ 360-385 กม. ตามการขับขี่และน้ำหนักเท้าคนขับ ถามว่าเพียงพอหรือไม่ ระยะทางประมาณนี้ถ้าเน้นในงานในเมืองหรือพื้นที่ใกล้เคียง มันเพียงพอสบาย ๆ แต่ถ้าจะใช้เดินทางไกลแบบเหนือสุด ใต้สุดประเทศอาจต้องวางแผนการชาร์จเพิ่มสักหน่อย
หลังอัดกำลังไฟแบบสบายใจ มั่นใจว่าจะวิ่งผ่านจังหวัดที่ยาวสุดของไทยอย่างประจวนคีรีขันธ์ เพื่อเข้าที่พักจุดแรกแถวชุมพรได้อย่างแน่นอน และวางแผนชาร์จไฟอีกรอบก่อนเข้าที่พัก เพื่อเตรียมตัวก่อนออกเดินทางในวันถัดไป
BYD Seal 6 ยิ่งขับทางไกลยิ่งรู้สึกว่ามันสบายนะ ถึงแม้มันจะมีอารมณ์เหมือนเบาะนั่งมันเตี้ย ๆ เวลากดคันเร่งหรือเบรกช่วงแรก ๆ อาจไม่คุ้นแต่ก็ปรับตัวได้ในระยะไม่นาน หลังจากนั้นการขับถือว่าไร้ปัญหา รถคันทดสอบไร้ฟิล์มกรองแสงใด ๆ กระจกใส ๆ กับแสงแดดอุ่น ๆ 39 องศาในวันเดินทาง ระบบแอร์เอาอยู่ แต่ถ้าช่วงเริ่มสตาร์ทรถ แอร์จะต้องใช้เวลานิดหน่อยในการทำความเย็นให้ฉ่ำหัวใจ
อีกเรื่อง BYD Seal 6 EV เนี่ยเป็นรถที่ขับไปแล้วรู้สึกคนมองเยอะเหมือนกัน แน่นอนคนอาจยังแปลกตา เพราะถือว่ามาใหม่มาก ๆ แต่ส่วนหนึ่งก็อย่างที่บอกรูปร่างหน้าตา ทรวดทรงแบบนี้ เชื่อเถอะตัวจริงมันตกใครได้หลายคนแน่ ๆ
กลับมาที่การเดินทางกันต่อ เราเดินทางผ่านประจวบคีรีขันธ์ได้อย่างไรปัญหา ขับดี ไฟพอ นั่งสบาย แต่.... มันคือ เทศกาลสงกรานต์!!!
เราไม่สามารถหาจุดชาร์จได้อีกเลยหลังจากที่สุดท้ายคือแถวเขาย้อย จ.เพชรบุรี ไม่ใช่เพราะไม่มี แต่มันเต็ม ตู้ที่ต้องจองคือคิวยาวข้ามวันไปแล้ว ส่วนตู้ชาร์จรายอื่น ๆ แม้วันไหน ๆ จะเงียบเหงา แต่ 11 เมษายน 2569 เป็นวันที่ต้องบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ได้เลย ด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งยอดรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว บวกกับสถานการณ์น้ำมันที่แพงหูดับจากสงคราม ทำให้หลายคนที่มีรถทั้งแบบน้ำมันและรถไฟฟ้า ก็ย่อมต้องเลือกรถไฟฟ้าใช้เดินทางก่อน
และนั่นแหละครับคือที่มาของหายนะอย่างแท้จริง เราได้เห็นข่าวคนรอคิวชาร์จยาวถึง 6 ชม. ซึ่งมันคือความจริง เนื่องจากเราได้พูดคุยกับคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์นั้นจริง ๆ เพราะไม่สามารถเดินทางต่อได้อีกแล้ว คนขับรถกลุ่มนี้คือขับมาเรื่อย ๆ เพราะจุดชาร์จที่ผ่าน ๆ มามันเต็มไปหมดจนข้ามวัน ตู้ที่ไม่จองมีอย่างน้อยขั้นต่ำคือ 30 คิว!!
นั่นคือที่มาว่าเราคงต้องของถอยกลับมาตั้งหลักกันก่อน
เราตัดสินใจขับไปให้สุด เพราะหาที่ชาร์จไม่ได้แน่นอน จนเราเข้าถึงที่พักด้วยกำลังไฟที่เหลือราว 6% เท่านั้น แต่ถามว่าเราได้เตรียมหาจุดชาร์จสำรองสำหรับการเดินทางกลับไว้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่ได้เป็นปัญหาใด ๆ ซึ่งบังเอิญว่า Seal 6 มันมีระยะทางที่เพียงพอกับแผนที่เราวางไว้ทำให้รอดตัวไป นี่คือข้อดีที่เห็นได้ชัดว่ารถที่มีระยะทางการวิ่งได้ไกลประมาณนึงมันจะช่วงเราได้ในยามวิกฤตแบบนี้
เริ่มเช้าวันใหม่ หลังเมื่อคืนแอบย่องเอารถออกไปชาร์จตอนเที่ยงคืนได้สำเร็จ ได้ไฟกลับมา 90% เตรียมมุ่งหน้าล่องขึ้นใต้ พับแผนลงลึกที่ด้ามขวานไว้ตรงนี้ก่อน 555
ก่อนกลับแวะขึ้นจุดชมวิวเขามัทรี ใครเคยมารู้ดีว่าที่นีชันและแคบแค่ไหน นอกจากฝีมือ รถก็ต้องพร้อม ซึ่งก็ต้องบอกแบบไม่อวยอีกว่า Seal 6 มันทำให้เราขึ้นง่ายมาก ๆ เมื่อเทียบกับการมาในครั้งก่อน ๆ เพราะเรี่ยวแรง 218 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตันเมตร และด้วยความที่มอเตอร์วางหลัง มันยิ่งการทำให้ขึ้นทางชันเป็นขนมไปเลยทีเดียว
บอกเลยการเดินทางรอบนี้มันยังไม่จบแค่นี้ ไปดูคลิปเต็มกันได้ที่ ลองขับทางไกลช่วงสงกรานต์ BYD Seal 6 EV