
รถยก รถสไลด์ คนมักจะนึกถึงเวลารถเสีย หรือรถมีปัญหาเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วบทบาทของผู้ทำธุรกิจนี้เขาทำอะไรกันบ้าง รายได้มาจากการให้บริการแบบไหน และขวัญใจรถสไล์มันคือรถยนต์ไฟฟ้า เท่านั้นหรือ? ในบทความนี้จะพาไปรู้จักผู้ประกอบกิจการรถยก รถสไลด์ รวมถึงคลิปสัมภาษณ์แบบละเอียดในบทความนี้เช่นเดียวกัน
พี่บิงโก เจ้าของ บิงโก กรุ๊ป บอกกับเราว่า ในปัจจุบันประเทศไทยถือว่ามีผู้ประกอบการในวงการนี้ถือว่าเยอะมาก โดยเพิ่มจำนวนขึ้นในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่การซื้อรถมาทำเป็นรถยกนั้นทำได้ง่าย ไฟแนนซ์ให้การสนับสนุน รวมถึงการที่มีแบรนด์รถเพิ่มขึ้นมา อย่างเช่นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าก็มีจำนวนมาก
จากคำถามว่ารายได้ดีเลยทำให้วงการนี้เติบโต พี่บิงโกให้ข้อมูลว่า จริง ๆ แล้วรถสไลด์ รถยกถือว่าเป็นที่ต้องการมาก และขาดแคลนในช่วงน้ำท่วมปี 54 คนที่ทำอยู่ในขณะนั้นวิ่งรอบกันไม่พอ ทำให้มีคนเติบโตในธุรกิจนี้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเห็นคนที่ทำอยู่ก่อนสร้างประสบความสำเร็จดี
ส่วนต้นทุนส่วนมากจะเป็นเรื่องของค่าพลังงานเป็นหลัก และก็พวกค่าทางด่วน ค่าพนักงานขับรถ สำหรับราคากลางของรถยกจะอยู่ที่ 1,500 บาทต่อ 10 กม.แรก และหลังจากนั้นจะเพิ่มกม.ละ 25 บาทไปทุก ๆ กิโลเมตร เป็นราคามาตรฐานที่ใช้กันทั่วไป
ถ้านับภาพใหญ่จะมี 3 ขนาดหลัก คือ เล็ก กลาง และใหญ่ โดยขนาดเล็กจะเป็นรถกระบะมาดัดแปลง และขนาดกลางจะเป็นรถ 6 ล้อ ส่วนขนาดใหญ่คือรถ 10 ล้อ รองรับรถเมล์ไฟฟ้าได้ รถชานชาลาต่ำ (รถที่ไม่สามารถลากจูง, รถเติมน้ำมันเครื่องบิน ฯลฯ)
คำตอบที่มีต่อคำถามเรื่องความเสี่ยงของธุรกิจนี้ ทางพี่บิงโก้ เล่าถึงความน่าเป็นห่วงเนื่องจากผู้ประกอบที่มีมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จนนำไปสู่การตัดราคาหรือสงครามราคาในวงการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการบางรายที่อาจมีทุนจีนอยู่เบื้องหลังทำให้ได้เปรียบในเรื่องของต้นทุนกับผู้ประกอบการชาวไทย แต่ไม่ฟันธงว่า ณ ตอนนี้มีทุนจีนเข้ามาระดับไหน ยังคงเป็นแค่การสังเกตุในเบื้องต้นเนื่องจากสามารถรับงานในราคาที่ไม่น่าเป็นไปได้
รับชมคลิปเต็ม ธุรกิจรถยกเป็นอย่างไรในปี 2569