
ความนิยมในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยยังคงมีกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่มีการออกแบบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งสามารถตอบโจทย์ทั้งเรื่องของสไตล์การใช้ชีวิตและการใช้งานจริงในเมืองหลวงได้อย่างลงตัว การเติบโตของยอดจดทะเบียนสะสมในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์น้องใหม่ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ล่าสุดค่ายรถยนต์สัญชาติจีนได้เปิดเผยข้อมูลความสำเร็จด้านยอดขาย พร้อมประกาศความพร้อมในการขับเคลื่อนแผนงานขั้นต่อไปด้วยการพึ่งพาฐานการผลิตภายในประเทศเพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการกระจายสินค้าสู่มือผู้ใช้งานชาวไทยทุกคน
บริษัท เชอรี ประเทศไทย หรือ CHERY Thailand ได้ออกมาประกาศความสำเร็จของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเด่นอย่าง Chery V23 ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าทรงกล่องหรือ Boxy EV ที่ได้รับความสนใจนับตั้งแต่การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2568 โดยข้อมูลล่าสุดในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้สามารถทำยอดจดทะเบียนเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มรถไฟฟ้าทรงกล่องได้สำเร็จ และเมื่อสรุปยอดจดทะเบียนสะสมรวมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 พบว่ามียอดสะสมรวมกันมากกว่า 4,600 คัน ส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ก้าวขึ้นไปติดอันดับ Top 10 ของกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจดทะเบียนสูงสุดในประเทศไทยในช่วงครึ่งปีแรก
มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี ประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถิติและความน่าสนใจของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ไว้ดังนี้
เพื่อรองรับปริมาณความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง CHERY Thailand ได้เริ่มเดินหน้าสายการผลิตและการประกอบรถยนต์ภายในประเทศอย่างเป็นทางการแล้ว ณ โรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง โดยกระบวนการประกอบรถยนต์ในโรงงานแห่งนี้ดำเนินงานภายใต้เกณฑ์มาตรฐานเดียวกันกับโรงงานหลักของ CHERY ในประเทศจีน การเลือกใช้ฐานการผลิตภายในประเทศไทยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการระบบซัพพลายเชนและชิ้นส่วนต่างๆ ได้ดีขึ้น ส่งผลให้ทางแบรนด์สามารถส่งมอบรถยนต์ให้แก่ลูกค้าชาวไทยได้รวดเร็วยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดหรือระยะเวลาในการขนส่งและนำเข้าจากต่างประเทศเหมือนในช่วงแรก
นอกเหนือจากการเตรียมความพร้อมในด้านโครงสร้างการผลิตและการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว เชอรี ประเทศไทย ยังมีแผนการดำเนินงานเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ในระยะยาว โดยกำลังเร่งเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายรวมถึงศูนย์บริการซ่อมบำรุงให้มีความครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทย ควบคู่ไปกับการยกระดับระบบงานบริการหลังการขาย การจัดตั้งคลังบริหารจัดการอะไหล่สำรองเพื่อให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ตลอดจนการเปิดโปรแกรมพัฒนาและฝึกอบรมช่างเทคนิคและบุคลากรส่วนงานต่างๆ เพื่อรองรับกลุ่มผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเติบโตขึ้นในอนาคต
ความสำเร็จของ Chery V23 ที่ทำยอดจดทะเบียนสะสมได้ถึง 4,634 คันจนติดอันดับท็อปเท็นในช่วงครึ่งปีแรก เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสนใจของผู้บริโภคที่มีต่อรถไฟฟ้าทรงกล่องรุ่นนี้ การเริ่มเดินสายการประกอบรถยนต์ในโรงงานจังหวัดระยองจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องระยะเวลาในการรอคอยสินค้าและทำให้ส่งมอบรถได้เร็วขึ้น การขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการควบคู่กันไปจะช่วยสร้างความมั่นใจและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับแบรนด์เชอรีในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยได้อย่างมั่นคง