ยานยนต์อัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดที่เข้ามาสร้างสีสันให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยคือยานพาหนะประเภทแฮทช์แบ็คห้าประตูที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตของคนเมืองอย่างลงตัว การออกแบบตัวรถมุ่งเน้นไปที่ความสะดวกสบาย ความคล่องตัว และพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่เกินตัวภายใต้นิยามการใช้งานที่ง่ายดายในทุกวัน รถยนต์รุ่นนี้ใช้โครงสร้างวิศวกรรมเฉพาะทางสำหรับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าโดยตรงซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการทรงตัวและลดจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถได้ดีเยี่ยม นอกเหนือจากมิติตัวถังที่เหมาะสมกับการจราจรในเมืองแล้ว ยังมีการติดตั้งเทคโนโลยีความบันเทิงและชิปประมวลผลความเร็วสูงเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลอย่างครบครัน อีกทั้งยังมีระบบความปลอดภัยอัจฉริยะมาตรฐานยุโรปที่คอยปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารตลอดการเดินทางอย่างมั่นใจ
NEW MG URBAN มีรุ่นย่อยทั้งหมด 3 รุ่นย่อย
NEW MG URBAN แบ่งออกเป็น 3 รุ่นย่อย ราคาพิเศษตั้งแต่วันนี้ - 31 ก.ค. นี้
- รุ่น STANDARD จากราคา 579,900 บาท เหลือ 529,000 บาท
- รุ่น MAX จากราคา 649,900 บาท เหลือ 599,900 บาท
- รุ่น ULTRA จากราคา 749,900 บาท เหลือ 709,900 บาท
NEW MG URBAN มีสีตัวถังภายนอกให้เลือกทั้งหมด 5 สี
- สีม่วง LAVENDER PURPLE
- สีเบจ MODERN BEIGE
- สีขาว ARCTIC WHITE
- สีเทา ANDES GREY
- สีดำ PEARL BLACK
สำหรับการตกแต่งภายในห้องโดยสารของทุกรุ่นย่อยจะมาในโทนสีทูโทนคือ สีเทา–ดำ
เจาะลึกแพลตฟอร์มและมิติตัวถังของรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อคนเมือง
รากฐานทางวิศวกรรมที่สำคัญของยานยนต์รุ่นนี้คือการพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะในรูปแบบของการผสานโครงสร้างตัวถังและชุดแบตเตอรี่เข้าไว้ด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ตัวรถมีน้ำหนักเบาแต่ยังคงความแข็งแกร่งตามมาตรฐานสากล โดยมีรายละเอียดโครงสร้างทางกายภาพดังนี้
- มิติตัวถังมีความยาว 4,395 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,842 มิลลิเมตร และความสูง 1,549 มิลลิเมตร
- ระยะความยาวฐานล้อวัดได้ 2,750 มิลลิเมตร ส่งผลให้ห้องโดยสารมีความกว้างขวางเป็นพิเศษ
- ระยะวางขาสำหรับผู้โดยสารในที่นั่งตอนหลังกว้างถึง 984 มิลลิเมตร ลดความอึดอัดขณะเดินทาง
- รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.2 เมตร ช่วยให้การกลับรถและการเลี้ยวในตรอกซอกซอยทำได้อย่างคล่องตัว
- พื้นที่เก็บสัมภาระสองชั้นด้านท้ายมีความจุเริ่มต้น 480 ลิตร และขยายได้สูงสุดถึง 1,266 ลิตรเมื่อทำการพับเบาะหลังลง
รายละเอียดสเปกการออกแบบภายนอกและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสาร
รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยแนวคิดการออกแบบที่ทันสมัยเข้ากับคนทุกเพศทุกวัย พร้อมติดตั้งฟังก์ชันอำนวยความสะดวกในห้องโดยสารที่สอดรับกับวิถีชีวิตยุคใหม่โดยมีรายละเอียดแยกตามรุ่นย่อยดังนี้
- โลโก้แบรนด์รอบตัวรถแบบเรืองแสงเพิ่มความล้ำสมัยและไฟหน้าแบบอัจฉริยะควบคุมการเปิดและปิดอัตโนมัติ
- ชุดไฟท้ายรูปทรงเป็นเอกลักษณ์ลายธงยูเนียนแจ็กพร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบแยกสัดส่วนชัดเจน
- ระบบเปิดและปิดประตูท้ายไฟฟ้าแบบอัตโนมัติเพิ่มความสะดวกในการขนย้ายสัมภาระเข้าออกตัวรถ
- ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วพร้อมฝาครอบลดแรงต้านอากาศในรุ่นเริ่มต้น และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วในรุ่นบน
- หน้าจอระบบความบันเทิงขนาด 12.8 นิ้วในรุ่นเริ่มต้น และหน้าจอขนาดใหญ่ 15.6 นิ้วในรุ่นสูง
- หน้าจอแสดงผลข้อมูลสำหรับผู้ขับขี่ขนาด 7 นิ้วและพวงมาลัยหุ้มหนังมัลติฟังก์ชันปรับได้ 4 ทิศทาง
- ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สายกำลังไฟสูง 50 วัตต์พร้อมช่องเชื่อมต่อสำหรับสายชาร์จจำนวน 3 จุด
- ระบบไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารปรับเปลี่ยนได้ตามอารมณ์มากถึง 256 เฉดสี
- เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้า 6 ทิศทางในฝั่งคนขับพร้อมระบบเป่าลมระบายอากาศในรุ่นท็อป
- หลังคากระจกบานใหญ่เต็มแผ่นแบบพาโนรามาพร้อมม่านบังแดดช่วยป้องกันความร้อนจากแสงแดดภายนอก
สเปกขุมพลังระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าและความสามารถในการชาร์จพลังงาน
ระบบวิศวกรรมขับเคลื่อนและเทคโนโลยีการจัดเก็บพลังงานในตัวรถได้รับการออกแบบมาให้ตอบสนองต่อการเร่งแซงและความประหยัดได้อย่างเหมาะสม โดยสเปกทางเทคนิคของระบบส่งกำลังมีดังนี้
- มอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงให้พละกำลัง 150 แรงม้าในรุ่นเริ่มต้น และเพิ่มเป็น 160 แรงม้าในสองรุ่นย่อยด้านบน
- แรงบิดสูงสุดของมอเตอร์ไฟฟ้าอยู่ที่ 250 นิวตันเมตรเท่ากันในทุกรุ่นย่อย ตอบสนองทันใจรอบเครื่องยนต์
- ชุดแบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออนฟอสเฟตจากผู้ผลิตชั้นนำขนาดความจุ 42.8 กิโลวัตต์ชั่วโมงในรุ่นเริ่มต้น
- ชุดแบตเตอรี่ขนาดความจุเพิ่มขึ้นเป็น 53.9 กิโลวัตต์ชั่วโมงในรุ่นย่อยระดับสูงเพื่อการเดินทางที่ไกลกว่าเดิม
- ระยะทางการขับขี่สูงสุดต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งอยู่ที่ 435 กิโลเมตรในรุ่นเริ่มต้นตามมาตรฐานทดสอบ
- ระยะทางการขับขี่เพิ่มขึ้นเป็น 530 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งในสองรุ่นย่อยระดับบนตามมาตรฐานทดสอบ
- รองรับการชาร์จด่วนจากระดับสิบเปอร์เซ็นต์ถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ในเวลา 28 นาทีด้วยกำลังไฟสูงสุด 82 กิโลวัตต์ในรุ่นแรก
- รองรับการชาร์จด่วนจากระดับสิบเปอร์เซ็นต์ถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ในเวลา 30 นาทีด้วยกำลังไฟสูงสุด 88 กิโลวัตต์ในรุ่นสูง
- ระบบจัดการแรงเบรกและหน่วงความเร็วอัตโนมัติด้วยแป้นเหยียบเดี่ยวพร้อมโหมดการขับขี่มาตรฐาน 5 รูปแบบ
- ฟังก์ชันการจ่ายกระแสไฟย้อนกลับไปสู่อุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกรถยนต์ให้กำลังไฟสูงสุด 3.3 กิโลวัตต์ในทุกรุ่นย่อย
ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันและเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่มาตรฐานสากล
เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกการขับขี่ ยานยนต์รุ่นนี้จึงได้รับการติดตั้งระบบความปลอดภัยขั้นสูงและกลไกช่วยเหลือการทำงานรอบตัวรถรวมทั้งหมด 21 ตำแหน่ง ซึ่งผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจากสถาบันทดสอบในยุโรปโดยมีรายละเอียดสเปกดังนี้
- ระบบควบคุมความเร็วรถยนต์อัตโนมัติแบบแปรผันตามรถคันหน้าและระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะในช่วงความเร็วต่ำ
- กลไกช่วยควบคุมให้รถยนต์วิ่งอยู่กึ่งกลางช่องจราจรพร้อมระบบแจ้งเตือนและควบคุมรถเมื่อเกิดอาการออกนอกเลน
- ระบบเปลี่ยนช่องจราจรอัตโนมัติพร้อมป้ายเตือนและระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อตรวจพบความเสี่ยงด้านหน้า
- ระบบช่วยตรวจจับสิ่งกีดขวางในมุมอับสายตารอบคันรวมถึงระบบเตือนขณะเปิดประตูรถยนต์และระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง
- ระบบตรวจเช็กความดันลมยางรถยนต์แบบอัจฉริยะและระบบตรวจจับพฤติกรรมความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ผ่านเซนเซอร์
- ถุงลมนิรภัยปกป้องรอบห้องโดยสารรวมทั้งหมด 7 ตำแหน่งพร้อมจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็กเล็กตามมาตรฐานสากล
- เทคโนโลยีสั่งการด้วยเสียงผ่านระบบสมาร์ทโฟนพร้อมฟังก์ชันสั่งการเปิดเครื่องปรับอากาศและระบบช่วยจอดอัตโนมัติระยะไกล
ภาพรวมของยานยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบ็คขนาดกะทัดรัดรุ่นนี้ถือเป็นนวัตกรรมการเดินทางที่เพียบพร้อมไปด้วยความคุ้มค่าด้านเทคโนโลยีและสเปกโครงสร้างวิศวกรรมที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง การผสมผสานระหว่างพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างสบายกับระบบการชาร์จพลังงานที่รวดเร็วช่วยยกระดับความสะดวกสบายในการเดินทางท่ามกลางการจราจรที่หนาแน่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจัดเป็นตัวเลือกที่ตรงกับความต้องการและคุ้มค่าสำหรับผู้ที่กำลังมองหายานพาหนะพลังงานสะอาดมาใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างลงตัวที่สุด