ประเด็นร้อนในกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์รุ่นใหม่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เกี่ยวกับการทำงานของระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติที่สั่งการกะทันหันในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด โดยเฉพาะกรณีที่มีรถจักรยานยนต์ขับขี่ข้ามเลนหรือขับย้อนศรเข้ามาในระยะประเมินผล เหตุการณ์นี้ส่งผลให้รถยนต์เบรกอย่างรุนแรงจนผู้ขับขี่และผู้โดยสารหน้าคว่ำ ทั้งยังสร้างความเสี่ยงให้รถคันหลังที่ขับตามมาเบรกไม่ทันจนเกือบเกิดอุบัติเหตุชนท้ายอย่างน่ากลัว ผู้ขับขี่หลายคนจึงเริ่มตั้งคำถามถึงความเสถียรของเทคโนโลยีนี้เมื่อต้องมาเจอกับสภาพการจราจรในประเทศไทยที่มีความซับซ้อนสูงและมีพฤติกรรมการขับขี่ที่ผิดกฎจราจรอยู่บ่อยครั้ง จนบางส่วนตัดสินใจปิดระบบทิ้งเพราะมองว่าการใช้สายตามนุษย์ประเมินสถานการณ์มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับสถานการณ์มากกว่า
สาเหตุที่ระบบเบรกอัตโนมัติทำงานผิดพลาดในไทย
การที่เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะทำงานจนเกิดอาการเบรกอย่างรุนแรงท่ามกลางถนนใหญ่ เกิดจากปัจจัยและเงื่อนไขทางเทคนิคหลายประการดังนี้
- ระบบตรวจจับใช้กล้องและเรดาร์หน้ารถในการคำนวณระยะห่างรวมถึงความเร็วของวัตถุด้านหน้าตลอดเวลา
- เมื่อมีรถจักรยานยนต์ขับย้อนศรเข้ามาในเลน ความเร็วสัมพัทธ์ระหว่างรถยนต์และวัตถุจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นสองเท่า
- กล่องควบคุมส่วนกลางประเมินว่าวัตถุกำลังพุ่งเข้าหาตัวรถอย่างรวดเร็วและมีโอกาสชนสูงมากจึงสั่งการเบรกเต็มกำลังทันที
- ระบบความปลอดภัยส่วนใหญ่ถูกออกแบบและทดสอบในประเทศพัฒนาแล้วที่มีการควบคุมวินัยจราจรอย่างเข้มงวด
- เทคโนโลยีไม่ได้ถูกเซตระบบมาเพื่อรองรับพฤติกรรมการขับขี่ที่ฉีกกฎจราจร เช่น การแทรกเลนกระชั้นชิดหรือการวิ่งสวนเลน
เปรียบเทียบระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะกับสายตามนุษย์
ข้อถกเถียงที่ว่าการมองเห็นด้วยตาของมนุษย์มีความเสถียรและไว้ใจได้มากกว่าระบบคอมพิวเตอร์ สามารถจำแนกความแตกต่างในการประเมินสถานการณ์ได้ดังนี้
การประเมินสถานการณ์ด้วยสายตามนุษย์
- ผู้ขับขี่มีความสามารถในการอ่านบริบทแวดล้อมและคาดเดาพฤติกรรมของเพื่อนร่วมทางได้ดีกว่า
- มนุษย์สามารถประเมินได้ว่ารถที่ย้อนศรมามีทิศทางจะหลบไปทางใดและปรับน้ำหนักการเหยียบเบรกได้อย่างเหมาะสม
- ผู้ขับขี่จะมองกระจกหลังเพื่อเช็กระยะห่างของรถคันที่ตามมาประกอบการตัดสินใจเบรกเพื่อไม่ให้โดนชนท้าย
การทำงานของระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
- คอมพิวเตอร์มีการตอบสนองที่รวดเร็วในระดับมิลลิวินาที ซึ่งเร็วกว่าปฏิกิริยาตอบสนองของมนุษย์หลายเท่า
- ระบบจะโฟกัสเฉพาะการป้องกันการชนสิ่งกีดขวางที่อยู่ตรงหน้าเป็นหลักโดยไม่คำนึงถึงรถคันหลัง
- ข้อจำกัดคือระบบไม่สามารถเข้าใจบริบทจราจรที่ผิดปกติและไม่สามารถยืดหยุ่นน้ำหนักการเบรกตามสถานการณ์ได้
วิธีปรับตั้งค่าระบบเบรกฉุกเฉินให้ปลอดภัยในการขับขี่
สำหรับผู้ขับขี่ที่ประสบปัญหาและรู้สึกไม่มั่นใจในการทำงานของเทคโนโลยีดังกล่าว มีข้อแนะนำในการปรับตัวและการตั้งค่ารถยนต์เพื่อลดความเสี่ยงดังนี้
- เข้าไปที่เมนูตั้งค่าระบบช่วยเหลือการขับขี่ในหน้าจอกลางของตัวรถเพื่อปรับระดับความไว
- เปลี่ยนระดับการเตือนและการทำงานจากระดับสูงสุดลงมาอยู่ที่ระดับปานกลางหรือระดับต่ำสุด
- การปรับให้ระบบเตือนช้าลงจะช่วยลดอาการสั่งการเบรกเองโดยไม่จำเป็นในกรณีที่วัตถุอยู่ไกลหรือสวนทางผ่านไป
- หากเลือกที่จะปิดระบบชั่วคราว ผู้ขับขี่ต้องยอมรับความเสี่ยงที่ระบบจะไม่ช่วยเบรกเลยหากเกิดอาการเหนื่อยล้าหรือใจลอย
- รถยนต์ส่วนใหญ่จะรีเซตกลับมาเปิดใช้งานระบบนี้โดยอัตโนมัติทุกครั้งที่ดับเครื่องแล้วสตาร์ตใหม่เนื่องจากเป็นมาตรฐานความปลอดภัย
ระบบเบรกอัตโนมัติในรถยนต์ไฟฟ้าถือเป็นเทคโนโลยีช่วยชีวิตในจังหวะคับขันแต่ยังมีข้อจำกัดเมื่อต้องเจอสภาพจราจรที่มีการขับขี่ผิดกฎอย่างการวิ่งย้อนศร การเลือกปรับตั้งค่าความไวของระบบให้เหมาะสมกับการใช้งานในเมืองควบคู่กับการมีสติควบคุมรถจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ผู้ขับขี่ไม่ควรพึ่งพาเทคโนโลยีทั้งหมดและควรพร้อมที่จะควบคุมแป้นคันเร่งหรือพวงมาลัยเพื่อแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าตลอดเวลา