Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ไขข้อข้องใจเรื่องระบบกลไกห้ามล้อรถไฟประเภทขบวนรถจักรดีเซล

ไขข้อข้องใจเรื่องระบบกลไกห้ามล้อรถไฟประเภทขบวนรถจักรดีเซล

17 พ.ค. 69
12:29 น.
แชร์

ข้อสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการเคลื่อนที่และการหยุดรถของขบวนรถไฟประเภทต่างๆ เป็นประเด็นทางวิทยาศาสตร์ยานยนต์ที่สามารถอธิบายได้อย่างตรงไปตรงมาด้วยหลักฟิสิกส์ หลายคนอาจเคยเห็นขบวนรถไฟโดยสารหรือรถขนคนสามารถชะลอความเร็วและหยุดนิ่งตรงจุดจอดได้อย่างแม่นยำ แต่เมื่อเป็นขบวนรถไฟขนส่งสินค้ากลับพบว่าต้องใช้ระยะทางและเวลาในการหยุดรถที่ยาวไกลกว่ามาก ความแตกต่างนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความเชี่ยวชาญของผู้ควบคุมหรือประสิทธิภาพของระบบห้ามล้อที่แตกต่างกัน แต่เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากตัวแปรทางกายภาพ ทั้งในเรื่องของมวลรวม แรงเฉื่อย และการบริหารจัดการพลังงานจลน์ในขณะที่ขบวนรถกำลังเคลื่อนที่ผ่านเส้นทางตัดผ่านต่างๆ

ปัจจัยด้านมวลและน้ำหนักกดเพลาที่ต่างกันหลายเท่าตัว

มวลของวัตถุคือสิ่งกำหนดขนาดของแรงเฉื่อยสะสม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ยิ่งวัตถุมีมวลมากเท่าใด ความพยายามในการคงสภาพการเคลื่อนที่เดิมก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น และจำเป็นต้องใช้แรงต้านทานที่สูงขึ้นเพื่อลดความเร็ว

ขบวนรถไฟโดยสารหรือรถขนคนทั่วไป ประกอบด้วยตู้โดยสารประมาณ 8 ถึง 12 ตู้ โดยน้ำหนักของตู้รวมผู้โดยสารเต็มพิกัดจะอยู่ที่ประมาณ 30 ถึง 40 ตันต่อตู้ ทำให้น้ำหนักรวมทั้งขบวนของรถขนคนส่วนใหญ่จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 350 ถึง 500 ตัน เท่านั้น

ในทางตรงกันข้าม ขบวนรถไฟขนส่งสินค้าบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เหล็กหรือสินค้าเกษตรกรรม วัตถุประสงค์ถูกออกแบบ

มาเพื่อการขนส่งเชิงพาณิชย์ปริมาณมหาศาล น้ำหนักตู้สินค้าที่รวมน้ำหนักบรรจุเต็มพิกัดจะสูงถึง 50 ถึง 60 ตันต่อตู้ และมักจะมีการต่อพ่วงขบวนยาวตั้งแต่ 30 ถึง 50 ตู้ ส่งผลให้น้ำหนักรวมของขบวนพุ่งทะยานไปถึง 1,500 ถึง 2,500 ตัน ซึ่งคิดเป็นมวลที่มากกว่ารถขนคนถึง 4 ถึง 5 เท่า โมเมนตัมและแรงเฉื่อยที่พุ่งมาข้างหน้าจึงมีความรุนแรงกว่าอย่างมหาศาล

สัดส่วนกำลังต่อน้ำหนักกับพฤติกรรมการหน่วงความเร็ว

ในแง่วิศวกรรมยานยนต์ อัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนัก (Power-to-Weight Ratio) เป็นตัวบ่งชี้ความคล่องตัวของยานพาหนะ ทั้งในการเร่งความเร็วและการชะลอความเร็วให้เป็นไปตามต้องการ

ขบวนรถขนคนมีน้ำหนักรวมที่เบากว่า ทำให้กำลังเครื่องยนต์ดีเซลหรือมอเตอร์ขับเคลื่อนมีสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับน้ำหนัก พนักงานขับรถจึงสามารถควบคุมความเร็วให้ยืดหยุ่นตามสภาพเส้นทาง เขตชุมชน หรือจุดตัดทางรถไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงกว่า มีความคล่องตัวในการลดความเร็วเมื่อเข้าใกล้พื้นที่จำกัด

ขบวนรถสินค้าแบกรับน้ำหนักปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง แม้จะใช้งานรถจักรที่มีกำลังสูงถึง 4,000 แรงม้า แต่เมื่อนำมาหารเฉลี่ยกับน้ำหนักบรรทุกรวมระดับสองพันตัน จะพบว่าอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักอยู่ในระดับที่ต่ำมาก การควบคุมความเร็วขบวนรถให้คงที่จึงต้องอาศัยการรักษาความเร็วต่อเนื่อง และเมื่อขบวนรถเกิดโมเมนตัมไหลไปข้างหน้าแล้ว การสร้างแรงต้านเพื่อหน่วงความเร็วลงต้องใช้เวลาในการสะสมแรงเสียดทานระหว่างล้อกับรางที่ยาวนานกว่ารถขนคนอย่างมาก

ความแตกต่างในการจัดลำดับการเดินรถและอาณัติสัญญาณ

พฤติกรรมการขับขี่และการใช้ความเร็วของขบวนรถทั้งสองประเภท ถูกกำหนดด้วยลักษณะภารกิจและระบบอาณัติสัญญาณไฟริมทางรถไฟ ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจในการใช้เบรก

ขบวนรถขนคนมีตารางเวลาเดินรถที่แน่นอนและกำหนดจุดจอดสถานีถี่ พนักงานขับรถจะมีความคุ้นชินกับการชะลอรถในเขตเมือง เขตชุมชน หรือจุดตัดทางรถไฟอยู่ตลอดเวลา ความเร็วที่ใช้ผ่านจุดตัดมักจะถูกจำกัดไว้ให้สอดคล้องกับการเตรียมหยุดรถตามสถานีข้างหน้าเป็นหลัก

ขบวนรถสินค้าเน้นการทำความเร็วต่อเนื่องระยะไกลเพื่อส่งสินค้าให้ถึงปลายทางตามกำหนด พนักงานขับรถสินค้าจะยึดโยงพฤติกรรมการขับขี่กับสัญญาณไฟริมทางเป็นหลัก หากสัญญาณไฟก่อนถึงทางตัดแสดงสีเขียวที่หมายถึงทางสะดวก พนักงานขับรถจะรักษาความเร็วคงที่ตามพิกัดโครงสร้างทันที เนื่องจากหากต้องเบรกจนขบวนรถน้ำหนักสองพันตันหยุดสนิท การเร่งเครื่องยนต์ลากน้ำหนักมหาศาลให้กลับมาเคลื่อนที่ใหม่จะใช้เวลานานและสิ้นเปลืองพลังงานเชื้อเพลิงสูงมาก ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดต่อหน้า แม้จะลงมือห้ามล้อฉุกเฉินทันที ระยะทางในการหยุดรถก็ยังต้องไถลไปไกลตามกฎธรรมชาติของฟิสิกส์

ความเข้าใจที่ว่าขบวนรถไฟขนคนหยุดได้ง่ายกว่าขบวนรถสินค้าเป็นเรื่องจริงทางวิทยาศาสตร์ยานยนต์ มวลรวมของรถสินค้าที่มากกว่ารถขนคนถึง 4-5 เท่า ส่งผลให้เกิดโมเมนตัมและแรงเฉื่อยสะสมที่ต่างกันอย่างชัดเจน ประกอบกับสัดส่วนกำลังต่อน้ำหนักที่ต่ำและการเน้นรักษาความเร็วต่อเนื่องตามระบบอาณัติสัญญาณ ขบวนรถไฟขนส่งสินค้าจึงไม่สามารถหยุดรถได้ในระยะสั้น และต้องใช้ระยะทางในการเบรกที่ยาวไกลกว่าขบวนรถโดยสารทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

แชร์
ไขข้อข้องใจเรื่องระบบกลไกห้ามล้อรถไฟประเภทขบวนรถจักรดีเซล