Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เลือกยางรถยนต์รีดน้ำดี ลดเสี่ยงเหินน้ำ วิธีเช็กยางหมดสภาพก่อนอันตราย

เลือกยางรถยนต์รีดน้ำดี ลดเสี่ยงเหินน้ำ วิธีเช็กยางหมดสภาพก่อนอันตราย

31 พ.ค. 69
16:00 น.
แชร์

การขับขี่รถยนต์ในช่วงฤดูฝนสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการสูญเสียการควบคุมรถจากอาการเหินน้ำอันเนื่องมาจากยางรถยนต์ไม่สามารถรีดน้ำออกจากหน้ายางได้ทันเวลา ยางรถยนต์จึงเป็นปราการด่านแรกที่กำหนดความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้ร่วมทางในทุกเส้นทางที่เปียกลื่น การมีความรู้เรื่องคุณสมบัติของยางที่ช่วยในการรีดน้ำรวมถึงการรู้จักสังเกตสัญญาณเตือนว่ายางเริ่มหมดสภาพจึงเป็นเรื่องจำเป็นพื้นฐาน เจาะลึกถึงหลักการเลือกยางและการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนสูงสุดในสภาวะฝนตกชุก

หลักการเลือกยางรถยนต์เพื่อป้องกันอาการเหินน้ำและความปลอดภัยสูงสุด

หัวใจสำคัญของยางสำหรับถนนเปียกคือความสามารถในการรีดน้ำออกจากจุดสัมผัสระหว่างหน้ายางกับพื้นถนนได้อย่างรวดเร็ว ลายดอกยางจึงถูกออกแบบมาให้มีช่องทางให้น้ำไหลผ่านออกไปได้มากที่สุด ยางที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการเหินน้ำมักมีการออกแบบลายดอกยางแบบทิศทางเดียวที่ช่วยกวาดน้ำออกสู่ด้านข้างอย่างรวดเร็ว หรือลายแบบไม่สมมาตรที่แบ่งหน้าที่การยึดเกาะและการระบายน้ำออกจากกัน นอกจากนี้วัสดุคอมพาวด์ของยางที่ผสมสารซิลิก้าในปริมาณสูงจะช่วยให้หน้ายางมีความนุ่มนวลและยืดหยุ่นได้ดีแม้ในขณะที่อุณหภูมิผิวถนนลดต่ำลงจากน้ำฝน

สเปกยางรถยนต์ที่เด่นด้านการรีดน้ำ

  • ลายดอกยางแบบร่องลึกและกว้างไม่น้อยกว่า 3 ถึง 4 ร่องหลัก
  • ร่องระบายน้ำขนาดเล็กที่ทำหน้าที่ตัดฟิล์มน้ำบนผิวถนน
  • ค่าการยึดเกาะบนถนนเปียกหรือ Traction ระดับ A หรือ AA
  • เนื้อยางสูตรพิเศษผสมซิลิก้าเพื่อเพิ่มความหนึบในสภาวะความชื้นสูง
  • เทคโนโลยีร่องระบายน้ำแบบรีดส่งน้ำออกด้านข้างตามแรงหมุนของล้อ
  • ราคาเปลี่ยนยางชุดใหม่เริ่มต้นชุดละ 8,000 ถึง 35,000 บาท ตามขนาดวงล้อ

วิธีสังเกตยางหมดสภาพและสัญญาณเตือนความเสี่ยงบนถนนเปียก

ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบความพร้อมของยางได้ด้วยตนเองโดยเริ่มจากการดูความลึกของดอกยางผ่านสะพานยางที่อยู่ในร่องยาง หากพบว่าหน้ายางสึกจนเหลือในระดับเดียวกับสะพานยางนั่นหมายความว่ายางไม่สามารถรีดน้ำได้อีกต่อไป นอกจากนี้ควรสังเกตสภาพเนื้อยางว่ามีอาการแข็งกระด้างหรือมีรอยแตกลายงาบริเวณแก้มยางหรือไม่ อาการยางบวมพองจากการกระแทกหรือการเบียดขอบทางก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณอันตรายที่อาจทำให้ยางระเบิดได้ในขณะขับขี่ด้วยความเร็วบนทางหลวงที่มีน้ำขัง

อาการเหินน้ำและการรับมือเมื่อยางเสียการยึดเกาะ

อาการเหินน้ำมักเกิดขึ้นเมื่อขับรถผ่านแอ่งน้ำด้วยความเร็วสูงจนเกิดชั้นน้ำกั้นระหว่างยางกับถนน ผู้ขับขี่จะรู้สึกว่าพวงมาลัยมีน้ำหนักเบาหวิวหรือรถไม่ตอบสนองต่อการเลี้ยว วิธีการแก้ไขที่ถูกต้องคือการถือพวงมาลัยให้ตรงและมั่นคง ค่อยๆ ผ่อนคันเร่งเพื่อให้ความเร็วลดลงตามธรรมชาติ ห้ามเหยียบเบรกอย่างรุนแรงหรือหักพวงมาลัยกะทันหันเนื่องจากจะทำให้รถหมุนทันทีเมื่อยางกลับมายึดเกาะถนนได้อีกครั้ง การเตรียมตัวด้วยการลดความเร็วตั้งแต่เริ่มเห็นฝนตกจึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด

สเปกการตรวจเช็กสภาพยางด้วยตนเอง

  • ความลึกดอกยางต้องไม่ต่ำกว่า 3 มิลลิเมตรเพื่อความปลอดภัยในหน้าฝน
  • ตรวจสอบอายุยางไม่ควรเกิน 5 ปีนับจากวันที่ผลิตบนแก้มยาง
  • เช็กความดันลมยางสัปดาห์ละครั้งโดยเติมตามค่ามาตรฐานข้างประตูรถ
  • สังเกตความสม่ำเสมอของการสึกหรอหน้ายางทั้งฝั่งในและฝั่งนอก
  • ตรวจดูรอยบาดหรือสิ่งแปลกปลอมที่ฝังอยู่ในร่องยาง
  • ค่าบริการสลับยางและถ่วงล้อเริ่มต้นประมาณ 400 ถึง 800 บาท

การเลือกใช้ยางรถยนต์ที่มีคุณภาพควบคู่ไปกับการหมั่นตรวจสอบสภาพความพร้อมใช้งานเป็นปัจจัยสำคัญในการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนช่วงฤดูฝน ความเข้าใจในคุณสมบัติของยางจะช่วยให้ผู้ขับขี่ตัดสินใจเลือกซื้ออุปกรณ์ที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานได้อย่างถูกต้อง การลงทุนกับยางรถยนต์ที่ดีคือการลงทุนเพื่อความปลอดภัยที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้ใช้รถทุกคนในระยะยาว

หมายเหตุ : ข้อมูลราคาและสเปกอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามยี่ห้อและรุ่นของยางรถยนต์รวมถึงนโยบายของศูนย์บริการแต่ละแห่ง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเข้ารับบริการทุกครั้งเพื่อความแม่นยำในการตัดสินใจและงบประมาณที่เหมาะสม

แชร์
เลือกยางรถยนต์รีดน้ำดี ลดเสี่ยงเหินน้ำ วิธีเช็กยางหมดสภาพก่อนอันตราย