Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ยางรถยนต์กับความร้อน? ทำไมแรงดันลมยางถึงสำคัญกว่าที่คิดในฤดูนี้

ยางรถยนต์กับความร้อน? ทำไมแรงดันลมยางถึงสำคัญกว่าที่คิดในฤดูนี้

4 พ.ค. 69
12:00 น.
แชร์

ความร้อนสะสมบนพื้นถนนในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทยมักพุ่งสูงเกินกว่า 50 องศาเซลเซียส ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของยางรถยนต์ที่เป็นอุปกรณ์เพียงส่วนเดียวที่สัมผัสกับพื้นผิวถนนโดยตรง ปริมาณแรงดันลมยางที่ไม่เหมาะสมในช่วงอากาศร้อนจัดอาจนำไปสู่ความเสียหายของโครงสร้างยางและการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยใช่เหตุ การตรวจสอบสภาพยางและปรับแรงดันลมให้ถูกต้องตามมาตรฐานจึงเป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน การทำความเข้าใจพฤติกรรมของแรงดันอากาศที่ขยายตัวตามอุณหภูมิจะช่วยให้เจ้าของรถสามารถวางแผนการบำรุงรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทางท่ามกลางแดดจ้า

ความสัมพันธ์ระหว่างความร้อนและแรงดันลมยาง

ตามหลักฟิสิกส์เมื่ออุณหภูมิอากาศภายในยางเพิ่มขึ้นแรงดันลมยางจะขยายตัวตามไปด้วย โดยทั่วไปทุกอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นประมาณ 10 องศาเซลเซียส แรงดันลมยางจะเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ถึง 2 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (PSI) อย่างไรก็ตามความเข้าใจผิดที่ว่าควรปล่อยลมยางให้อ่อนลงในหน้าร้อนเพื่อรอการขยายตัวนั้นเป็นเรื่องที่อันตราย เนื่องจากยางที่อ่อนเกินไปจะทำให้แก้มยางบิดตัวมากกว่าปกติขณะวิ่ง ก่อให้เกิดความร้อนสะสมที่สูงกว่ายางที่มีลมพอดีและเสี่ยงต่อการที่โครงสร้างยางแยกตัวจนระเบิดได้

อาการและสัญญาณเตือนเมื่อยางได้รับความร้อนสูง

ผู้ขับขี่สามารถสังเกตอาการผิดปกติได้จากเสียงที่ดังขึ้นขณะเข้าโค้ง หรืออาการสั่นสะเทือนที่พวงมาลัยในจังหวะที่ยางมีความร้อนสะสมสูงเกินไป นอกจากนี้การตรวจสอบหน้ายางจะพบว่ายางที่ลมร้อนเกินไปจะมีการสึกหรอมากบริเวณตอนกลางของหน้ายาง ส่วนยางที่ลมร่วงจะสึกบริเวณไหล่ยางทั้งสองข้าง

  • ราคาเกจวัดลมยางมาตรฐานเริ่มต้นประมาณ 250 ถึง 1,200 บาท
  • ราคาปั๊มลมไฟฟ้าพกพาเริ่มต้นประมาณ 800 ถึง 2,500 บาท

สเปกและการตรวจสอบยางรถยนต์ที่ถูกต้อง

การตรวจเช็กควรทำในขณะที่ยางยังมีอุณหภูมิปกติหรือวิ่งมาไม่เกิน 3 กิโลเมตรเพื่อให้ได้ค่าแรงดันที่แม่นยำที่สุด

  • สเปกแรงดันลมยางที่แนะนำสำหรับรถยนต์ทั่วไป
  • รถเก๋งขนาดเล็กควรมีแรงดันลมยางประมาณ 30 ถึง 32 PSI
  • รถเก๋งขนาดกลางและรถ SUV ควรมีแรงดันลมยางประมาณ 32 ถึง 35 PSI
  • รถกระบะ (บรรทุกน้อย) ควรมีแรงดันลมยางประมาณ 35 ถึง 40 PSI
  • ความลึกของร่องดอกยางไม่ควรต่ำกว่า 1.6 มิลลิเมตร

ก๊าซไนโตรเจน ทางเลือกสำหรับการสู้ความร้อน

การเติมลมยางด้วยก๊าซไนโตรเจนเป็นที่นิยมมากในหน้าร้อนเนื่องจากไนโตรเจนเป็นก๊าซที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่และมีการขยายตัวเนื่องจากความร้อนต่ำกว่าลมยางปกติ ช่วยรักษาแรงดันลมยางให้คงที่ได้นานกว่าและช่วยลดอุณหภูมิสะสมภายในยางได้ดีขึ้น

  • ค่าบริการเติมลมไนโตรเจนครั้งแรกประมาณ 100 ถึง 200 บาท (ต่อ 4 ล้อ)
  • ค่าบริการเช็กและเติมเพิ่มรายครั้งประมาณ 20 ถึง 50 บาท

การดูแลยางรถยนต์ในช่วงหน้าร้อน

ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาเคลือบยางที่มีส่วนผสมของสารกัดกร่อนหรือน้ำมันที่อาจทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็วเมื่อเจอแดดจัด และควรสลับยางทุก 10,000 กิโลเมตรเพื่อให้หน้ายางสึกหรอเท่ากัน หากพบรอยบวมบริเวณแก้มยางหรือรอยปริแตกตามร่องดอกยางควรเปลี่ยนยางใหม่ทันทีเพื่อความปลอดภัย

  • ราคายางรถยนต์มาตรฐานขอบ 15 นิ้วเริ่มต้นประมาณ 1,800 ถึง 3,500 บาท ต่อเส้น
  • ราคายางรถยนต์มาตรฐานขอบ 17 นิ้วเริ่มต้นประมาณ 3,000 ถึง 6,000 บาท ต่อเส้น

แรงดันลมยางที่เหมาะสมในช่วงหน้าร้อนคือการเติมตามสเปกที่คู่มือรถกำหนดหรือเพิ่มขึ้นจากปกติเพียงเล็กน้อยเพื่อลดการบิดตัวของแก้มยาง การหมั่นตรวจสอบสภาพยางสม่ำเสมอทุก 2 สัปดาห์จะช่วยป้องกันปัญหาความร้อนสะสมที่นำไปสู่ยางระเบิดได้ การลงทุนเวลาในการตรวจเช็กเพียงไม่กี่นาทีช่วยรักษาชีวิตและทรัพย์สินจากการเดินทางท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนระอุได้อย่างยั่งยืน

แชร์
ยางรถยนต์กับความร้อน? ทำไมแรงดันลมยางถึงสำคัญกว่าที่คิดในฤดูนี้