Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวีแจกใหญ่ส่งท้ายปี ดูทั้งวันแจกทุกวันLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ยางรถยนต์ไม่ได้มีไว้แค่หมุน รหัสลับบนแก้มยางและการเลือกดอกยางให้เป๊ะ

ยางรถยนต์ไม่ได้มีไว้แค่หมุน รหัสลับบนแก้มยางและการเลือกดอกยางให้เป๊ะ

15 ม.ค. 69
12:00 น.
แชร์

ท่ามกลางชิ้นส่วนนับหมื่นชิ้นของรถยนต์ "ยางรถยนต์" คือส่วนประกอบเพียงหนึ่งเดียวที่สัมผัสกับพื้นถนนตลอดเวลา แต่กลับเป็นส่วนที่ถูกละเลยมากที่สุดอย่างน่าเสียดาย หลายคนมองว่ายางเป็นเพียงก้อนยางวงกลมสีดำที่มีหน้าที่แค่หมุนไปตามแรงส่งของเครื่องยนต์ ทั้งที่ในความเป็นจริง ยางคือตัวกำหนดสมรรถนะการยึดเกาะ ระยะเบรกฉุกเฉิน และความนุ่มนวลตลอดการเดินทาง การเข้าใจ "ภาษา" ที่ยางพยายามสื่อสารผ่านตัวเลขและสัญลักษณ์บนแก้มยาง รวมถึงการรู้จักประเภทดอกยางที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการขับขี่ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคนิคเครื่องยนต์ แต่เป็นเรื่องของการลงทุนเพื่อความปลอดภัยที่จะช่วยให้คุณควบคุม "วินาทีชีวิต" บนท้องถนนได้อย่างมั่นใจ

ไขรหัสลับบนแก้มยาง ภาษาที่บอกทุกอย่างที่คุณต้องรู้

เมื่อเราก้มมองที่แก้มยาง เราจะเห็นชุดตัวเลขและตัวอักษรที่ดูซับซ้อน เช่น 205/55 R16 91V ซึ่งชุดรหัสเหล่านี้คือบัตรประจำตัวประชาชนของยางที่บอกสเปกไว้อย่างครบถ้วน ตัวเลขแรกอย่าง 205 คือความกว้างของหน้ายางที่มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร ยิ่งกว้างยิ่งเกาะถนนแต่ก็อาจจะกินน้ำมันเพิ่มขึ้น ตามมาด้วยตัวเลข 55 ซึ่งคือซีรีส์ยางหรือความสูงของแก้มยาง โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของความกว้างหน้ายาง ยางซีรีส์ต่ำจะให้ความมั่นใจในการเข้าโค้งแต่จะมีความกระด้างสูงกว่ายางซีรีส์สูง

ตัวอักษร R ย่อมาจาก Radial ซึ่งเป็นโครงสร้างยางมาตรฐานในปัจจุบัน ตามด้วยเลข 16 คือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของวงล้อหรือแม็กนั่นเอง ส่วนที่สำคัญที่สุดแต่คนมักมองข้ามคือ 91V ตัวเลข 91 คือดัชนีการรับน้ำหนัก และตัวอักษร V คือสัญลักษณ์ความเร็วสูงสุดที่ยางเส้นนี้รับได้ นอกจากนี้ยังมีรหัส DOT ที่บอกสัปดาห์และปีที่ผลิต เช่น 1225 หมายถึงผลิตในสัปดาห์ที่ 12 ของปี 2025 การอ่านรหัสเหล่านี้เป็นจะช่วยให้คุณไม่โดนหลอกเวลาเปลี่ยนยางใหม่ และมั่นใจได้ว่ายางเส้นนั้นรองรับสมรรถนะรถของคุณได้อย่างแท้จริง

เลือกดอกยางให้ถูกงาน พฤติกรรมการขับขี่คือตัวตัดสิน

ดอกยางไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อความสวยงาม แต่ถูกคิดค้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน หากคุณเป็น "นักขับในเมือง" ที่เน้นความเงียบและประหยัดน้ำมัน ดอกยางแบบ ลายละเอียด (Rib Pattern) ที่มีลักษณะเป็นร่องยาวตามแนวเส้นรอบวงจะตอบโจทย์ที่สุด เพราะช่วยลดแรงเสียดทานและให้การขับขี่ที่นุ่มนวล แต่หากคุณเป็น "สายลุยหรือชอบขับออกต่างจังหวัด" ดอกยางแบบ ลายบล็อก (Block Pattern) ที่มีร่องยางลึกและกว้างจะช่วยในการตะกุยดินทรายและการสลัดโคลนได้ดีกว่า

สำหรับผู้ที่ชอบขับขี่ด้วยความเร็วสูงหรือต้องการการตอบสนองที่แม่นยำ ดอกยางแบบ ทิศทางเดียว (Directional) ที่มีลักษณะเป็นรูปตัว V จะช่วยในการรีดน้ำออกจากหน้ายางได้อย่างรวดเร็ว ลดอาการเหินน้ำ (Hydroplaning) ได้ดีเยี่ยม แต่ยางประเภทนี้จะมีข้อจำกัดในการสลับยางที่ต้องสลับไปข้างหน้าหรือข้างหลังเท่านั้น ไม่สามารถสลับไขว้ได้ การเลือกดอกยางให้ตรงกับเส้นทางที่คุณใช้เป็นประจำจะช่วยยืดอายุการใช้งานของยางและเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนให้สูงสุด

สัญญาณเตือนเมื่อยางเริ่มประท้วง

ยางรถยนต์ที่เสื่อมสภาพมักจะส่งสัญญาณเตือนผ่าน "ความรู้สึก" และ "เสียง" หากคุณเริ่มได้ยินเสียงหอนดังขึ้นเรื่อยๆ ขณะขับขี่ หรือรู้สึกว่ารถสั่นสะเทือนผิดปกติที่พวงมาลัย นั่นอาจหมายถึงยางเริ่มบวมหรือหน้ายางสึกไม่เท่ากัน อีกจุดที่สำคัญคือ "สะพานยาง" (Tread Wear Indicator) ซึ่งเป็นสันนูนเล็กๆ ในร่องยาง หากดอกยางสึกจนถึงระดับเดียวกับสะพานยางนี้ นั่นคือสัญญาณสุดท้ายที่บอกว่า "ต้องเปลี่ยนยางทันที" เพราะความสามารถในการรีดน้ำจะหายไปเกือบหมด ทำให้รถลื่นไถลได้ง่ายเมื่อฝนตก

ทริกการเช็กลมยางตามฤดูกาล เมื่อ "อากาศเย็น" ทำให้ยางหดตัว

นอกจากรหัสบนแก้มยางและลายดอกยางแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่มือใหม่และมือโปรมักมองข้ามคือ "ความสัมพันธ์ของอุณหภูมิและลมยาง" โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศเย็นลงอย่างเห็นได้ชัดในขณะนี้

  • อากาศเย็น ลมยางอ่อน ตามหลักฟิสิกส์ เมื่ออุณหภูมิลดลง มวลอากาศภายในยางจะเกิดการหดตัว ส่งผลให้ความดันลมยางลดลงตามไปด้วย (โดยเฉลี่ยอุณหภูมิที่ลดลงทุก 5-6 องศาเซลเซียส อาจทำให้ลมยางลดลงประมาณ 1 PSI) ดังนั้นในช่วงเช้าที่อากาศเย็น คุณอาจรู้สึกว่ารถอืดขึ้นหรือหน้ายางดูแบนกว่าปกติ
  • ตรวจเช็คในขณะยางเย็น การเช็คลมยางที่แม่นยำที่สุดคือการเช็คในช่วงเช้า หรือหลังจากจอดรถสนิทมาแล้วอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพราะการขับขี่จะทำให้เกิดความร้อนและมวลอากาศขยายตัว ซึ่งจะทำให้ค่าที่วัดได้คลาดเคลื่อนสูงกว่าความเป็นจริง
  • ปรับค่าให้เหมาะสมกับฤดูกาล ในช่วงฤดูหนาวหรือช่วงที่มีอากาศเย็นจัด แนะนำให้เติมลมยางเพิ่มจากค่ามาตรฐานที่ระบุข้างประตูรถประมาณ 1-2 PSI เพื่อชดเชยการหดตัวของอากาศ และช่วยให้หน้ายางไม่สึกหรอผิดปกติจากการขับขี่ขณะลมยางอ่อน

ยางรถยนต์ คือปราการด่านแรกและด่านสุดท้ายระหว่างรถกับพื้นถนน การรู้จักเลือกยางให้ถูกขนาด อ่านรหัสแก้มยางให้ขาด และเลือกดอกยางให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งาน ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณประหยัดค่าน้ำมันและค่าซ่อมแซมจากการสึกหรอที่ผิดปกติ แต่ยังเป็นการดูแลชีวิตและทรัพย์สินที่คุ้มค่าที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะในทุกทางโค้งหรือทุกจังหวะเบรกกะทันหัน ความกว้างเพียงไม่กี่นิ้วของหน้ายางคือสิ่งเดียวที่ยึดโยงคุณไว้กับความปลอดภัย

แชร์
ยางรถยนต์ไม่ได้มีไว้แค่หมุน รหัสลับบนแก้มยางและการเลือกดอกยางให้เป๊ะ