
เชื่อว่าเกือบทุกคนที่อยู่หลังพวงมาลัยต้องเคยผ่านนาทีระทึกใจ เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นสัญญาณไฟสีเหลืองรูปถังน้ำมันสว่างวาบขึ้นมาบนหน้าปัด ท่ามกลางสภาพการจราจรที่ติดขัดหรือบนเส้นทางที่มองไม่เห็นปั๊มน้ำมันอยู่ใกล้ๆ ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมามักจะเป็นคำถามที่ว่า "เรายังไปต่อได้อีกไกลแค่ไหน?" ความกระวนกระวายใจเริ่มทำงานพอๆ กับเข็มน้ำมันที่ค่อยๆ ลดต่ำลงจนน่าใจหาย การตัดสินใจว่าจะ "เสี่ยงไปต่อ" หรือ "ต้องรีบหาปั๊ม" กลายเป็นบททดสอบความนิ่งของหัวใจคนขับรถในทันที พาไปหาคำตอบกันว่า ในวินาทีที่ไฟเตือนโชว์ขึ้นมานั้น รถของคุณยังมีพลังงานสำรองเหลืออยู่เท่าไหร่กันแน่
โดยมาตรฐานของผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ เมื่อไฟเตือนน้ำมันสว่างขึ้น จะหมายความว่าน้ำมันในถังเหลืออยู่ประมาณ 10-15% ของความจุถัง หรือประมาณ 5-10 ลิตร (ขึ้นอยู่กับขนาดรถ) หากจะคำนวณเป็นระยะทางคร่าวๆ รถเก๋งทั่วไปมักจะวิ่งต่อได้อีกประมาณ 40-60 กิโลเมตร ส่วนรถกระบะหรือ SUV ที่ถังน้ำมันใหญ่กว่าอาจลากยาวไปได้ถึง 70-80 กิโลเมตร เลยทีเดียวค่ะ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่สูตรสำเร็จ เพราะพฤติกรรมการขับขี่ สภาพการจราจรที่ติดขัดจนต้องจอดนิ่งๆ หรือแม้แต่การเปิดแอร์ทิ้งไว้ล้วนเป็นตัวสูบฉีดน้ำมันสำรองให้หมดเร็วกว่าปกติทั้งสิ้น ดังนั้นการรู้ "ระยะปลอดภัย" ของรถตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
หากรู้ตัวว่าตกอยู่ในสถานการณ์ "น้ำมันก้นถัง" และยังหาปั๊มไม่ได้ สิ่งแรกที่ควรทำคือ "ปิดแอร์" เพื่อลดภาระของเครื่องยนต์ทันที ตามด้วยการรักษาความเร็วให้คงที่ที่สุด โดยความเร็วที่ประหยัดน้ำมันที่สุดสำหรับรถส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พยายามหลีกเลี่ยงการเร่งแซงกระชากหรือการเบรกกะทันหันบ่อยๆ เพราะทุกครั้งที่คุณขยับเท้าขวาแรงๆ นั่นหมายถึงการรีดน้ำมันหยดสุดท้ายออกมาใช้อย่างสิ้นเปลืองเกินความจำเป็น การขับแบบประคองความเร็ว (Cruise Control) ด้วยตัวเองจะช่วยยืดระยะทางให้คุณไปถึงจุดหมายได้ไกลขึ้นอีกหลายกิโลเมตร
หลายคนอาจจะชะล่าใจว่า "ยังไงก็ไปถึง" แต่การปล่อยให้น้ำมันเกลี้ยงถังบ่อยๆ ส่งผลเสียร้ายแรงกว่าที่คิดค่ะ เพราะ "ปั๊มติ๊ก" หรือปั๊มเชื้อเพลิงที่แช่อยู่ในถังน้ำมัน อาศัยตัวน้ำมันนั่นเองในการช่วยระบายความร้อน เมื่อน้ำมันเหลือน้อยเกินไปปั๊มติ๊กจะทำงานหนักขึ้นและร้อนจัดจนอาจไหม้หรือพังเสียหายได้ นอกจากนี้ สิ่งสกปรกหรือตะกอนที่ตกค้างอยู่ก้นถังน้ำมันอาจถูกดูดเข้าไปอุดตันในกรองน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้เครื่องยนต์เดินไม่เรียบหรือหัวฉีดอุดตันในระยะยาว การจ่ายเงินค่าซ่อมปั๊มติ๊กนั้นแพงกว่าค่าน้ำมันเต็มถังหลายเท่าตัวแน่นอนค่ะ
การมีสติเมื่อไฟเตือนน้ำมันโชว์คือสิ่งแรกที่ควรทำ พร้อมกับรีบหาจุดแวะเติมที่ใกล้ที่สุดเพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบเชื้อเพลิงในระยะยาว จำไว้ว่า "น้ำมันก๊อกสอง" มีไว้เพื่อสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อให้คุณไปถึงปั๊ม ไม่ใช่มีไว้เพื่อให้คุณทดสอบขีดจำกัดของเครื่องยนต์ในทุกๆ วัน เพราะการเผื่อเวลาและปริมาณน้ำมันให้พร้อมเสมอ คือหัวใจสำคัญของการเดินทางที่ปลอดภัยและไร้กังวลสำหรับนักขับมืออาชีพ