
เข้าใจเลยใช่ไหม! เชื่อว่าตอนอ่านน่าจะมีภาพใครบางคนหรือเหตุการณ์บางอย่างลอยเข้ามาในหัวแน่นอน เพราะประสบการณ์ความ "เพลีย" บนถนนเนี่ย มันเป็นความเจ็บปวดร่วมของคนขับรถทุกคนจริงๆ
ในเมื่อเราเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ (ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่สุด) งั้นเรามาดู "คู่มือรับมือคนขับรถกวนประสาทแบบผู้ดี (และรักษาจิตใจตัวเอง)" กันหน่อยไหม? จะได้ขับรถกลับบ้านแบบความดันไม่ขึ้น
การโกรธคนบนถนนก็เหมือนการดื่มยาพิษแล้วหวังให้คนอื่นตาย เพราะเขาขับปาดหน้าเราแล้วเขาก็ไปกินข้าวหน้าเป็ดอย่างสบายใจ แต่เรายังนั่งกำพวงมาลัยแน่นจนมือสั่นอยู่เลย ลองใช้วิธีพวกนี้ดู
เวลาเจอใครขับรถแบบไร้สติ ปาดซ้ายปาดขวา หรือมุดแบบไม่คิดชีวิต ให้เราท่องไว้ในใจว่า "เขาคงรีบไปเข้าห้องน้ำ" พลังของจินตนาการนี้จะเปลี่ยนความโกรธให้กลายเป็นความเห็นใจทันที "โอเค... เชิญพี่ไปก่อนเลย ขอให้ไปถึงส้วมทันเวลานะ" วิธีนี้ช่วยลดอารมณ์อยากเอาชนะได้ดีเยี่ยม
ลองเปลี่ยนจากฟังข่าวเครียดๆ หรือดีเจบ่นเรื่องจราจร มาเป็นเพลงแนว Jazz, Lo-fi หรือ Playlist แบบ "Feel Good" ดู การอยู่ในรถที่มีกลิ่นน้ำหอมหอมๆ กับเพลงเย็นๆ จะทำให้โลกภายนอกที่กำลังบีบแตรใส่กัน กลายเป็นแค่ภาพยนตร์ใบ้เรื่องหนึ่งที่เรานั่งดูอยู่เฉยๆ
กฎเหล็กของการระงับเหตุ Road Rage คือการไม่สบตา เพราะการสบตาคือการเปิดการท้าทาย (โดยเฉพาะกับพวกที่ตั้งใจมากวน) ถ้าเขาปาดหน้าแล้วมองกระจกหลังเพื่อดูปฏิกิริยาเรา ให้เราทำเหมือนเขาส่องแสงได้และเรามองไม่เห็นเขา แค่เว้นระยะห่างออกมา ความเงียบและการเฉยเมยคือการตอบโต้ที่ทรงพลังที่สุด
ถ้าเกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งเล็กน้อย หรือเราดันไปผิดเองจริงๆ แทนที่จะทำหน้าตึง ให้ลอง "ยกมือไหว้" หรือ "ยิ้มและพยักหน้าขอโทษ" แบบจริงใจดู ร้อยละ 90 ของคนที่กำลังจะอ้าปากด่าจะชะงักไปทันที เพราะ "ความนอบน้อม" คืออาวุธที่ใช้สยบความโกรธได้เร็วที่สุดในไทย
ทุกครั้งที่เจอคนขับรถแย่ๆ ให้เราจดจำความรู้สึกน่ารำคาญนั้นไว้ แล้วบอกตัวเองว่า "ฉันจะไม่ทำแบบนี้กับคนอื่น" มันคือการเรียนรู้จากตัวอย่างที่ไม่ดี เพื่อทำให้เรากลายเป็นคนขับรถที่มีคุณภาพมากขึ้น
สุดท้ายแล้ว ถึงเราจะไม่ได้โล่เกียรติยศจากการเป็นคนใจเย็นบนถนน แต่อย่างน้อยเราก็ได้ "ความสงบ" กลับบ้านไปให้คนที่เรารัก และรถของเราก็ไม่มีรอยขีดข่วนเพิ่มขึ้นด้วย