ลองจินตนาการถึงเช้าวันจันทร์ที่แสนวุ่นวายในกรุงเทพฯ แทนที่คุณจะต้องนั่งเครียดอยู่หลังพวงมาลัยท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด คุณกลับนั่งจิบกาแฟร้อนๆ บนเบาะนวมนุ่มที่หมุนเข้าหากันเพื่อประชุมงานกับทีมงาน หรือเอนหลังอ่านหนังสือเล่มโปรดในขณะที่รถขับเคลื่อนพาคุณไปส่งถึงออฟฟิศด้วยตัวเอง นี่ไม่ใช่ฉากในหนังไซไฟ แต่คือภาพสะท้อนของเทรนด์ "Living Space on Wheels" ที่กำลังจะเปลี่ยนวิถีชีวิตเราไปตลอดกาล
ห้องโดยสาร จาก "เบาะหน้า-เบาะหลัง" สู่ "Living Room 360 องศา"
เมื่อระบบขับขี่อัตโนมัติ พัฒนาจนถึงระดับที่มนุษย์ไม่ต้องควบคุมพวงมาลัยตลอดเวลา ข้อจำกัดของการออกแบบภายในรถที่ต้อง "หันหน้าไปทิศทางเดียวกัน" ก็หมดไป
Flexibility ค่ายรถยนต์ชั้นนำเริ่มเปิดตัวต้นแบบรถที่เบาะคู่หน้าสามารถ หมุนกลับหลังได้ 360 องศา เปลี่ยนพื้นที่ภายในให้กลายเป็นห้องนั่งเล่น (Lounge) หรือห้องประชุมขนาดย่อม Space Optimization รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่มีเครื่องยนต์และชุดเกียร์ที่กินพื้นที่ ทำให้พื้นรถแบนราบ (Flat Floor) สถาปนิกยานยนต์จึงสามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้เหมือนกับการแต่งคอนโดมิเนียม ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะทำงานพับเก็บได้ หรือพื้นที่วางเท้าที่กว้างขวางจนคุณสามารถยืดเหยียดร่างกายได้อย่างเต็มที่
เปลี่ยนกระจกหน้าต่างให้เป็น "โรงภาพยนตร์ส่วนตัว"
ในยุคที่ความบันเทิงคือหัวใจสำคัญ รถยนต์แห่งอนาคตกำลังจะกลายเป็นห้องสันทนาการเคลื่อนที่ที่ดีที่สุด
Immersive Experience ระบบเครื่องเสียงรอบทิศทาง (Surround Sound) ที่ฝังอยู่ตามพนักพิงศีรษะและผนังรถ จะทำงานร่วมกับ จอ OLED ขนาดใหญ่ที่พับเก็บได้จากเพดาน หรือแม้แต่การใช้เทคโนโลยีฉายภาพลงบนกระจกหน้าต่างรถ The New Cinema ในระหว่างการชาร์จแบตเตอรี่หรือการเดินทางไกล รถของคุณจะเปลี่ยนสภาพเป็นโรงหนังส่วนตัวระดับ 8K ที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอกด้วยระบบเก็บเสียงอัจฉริยะ (Active Noise Cancellation) ที่พัฒนาไปอีกขั้น
ออฟฟิศที่วิ่งได้ด้วยความเร็วสูง
สำหรับคนวัยทำงาน รถยนต์จะกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่ม Productivity ได้อย่างมหาศาล
Satellite Internet ด้วยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมความเร็วสูงอย่าง Starlink หรือระบบ 6G ในอนาคต ทำให้รถยนต์กลายเป็นออฟฟิศที่เชื่อมต่อกับโลกได้ตลอดเวลาแม้จะวิ่งอยู่ในจุดอับสัญญาณ Seamless Workspace หน้าจอภายในรถจะซิงค์ข้อมูลจากสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ของคุณโดยอัตโนมัติ คุณสามารถวิดีโอคอลผ่านกล้องภายในรถที่ปรับมุมกล้องตามตำแหน่งที่นั่ง ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งประชุมอยู่ในห้องเดียวกันจริงๆ
สวนหย่อมและพื้นที่สงบส่วนตัว
ในทางตรงกันข้าม หากคุณต้องการพักผ่อน รถยนต์ก็สามารถเปลี่ยนโหมดเป็น "พื้นที่บำบัด" ได้เช่นกัน
Ambiance Control เพียงกดปุ่ม "Relax" แสงไฟ Ambient Light จะปรับเป็นโทนอุ่น กระจกหน้าต่างจะปรับความทึบแสง (Electrochromic Glass) เพื่อความเป็นส่วนตัว พร้อมระบบกระจายกลิ่นหอมบำบัด (Aromatherapy) Mindfulness on the Move มีการคาดการณ์ว่ารถยนต์ในอนาคตจะมี "โหมดสมาธิ" ที่ช่วยปรับจังหวะการหายใจผ่านการขยับของเบาะนวดไฟฟ้า ช่วยให้คุณรีเฟรชร่างกายก่อนถึงจุดหมายปลายทาง
บทใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่าง "คน" กับ "รถ"
เทรนด์ Living Space on Wheels กำลังบอกเราว่า ในอนาคตอันใกล้ มูลค่าของรถยนต์จะไม่ได้วัดกันที่เครื่องยนต์กี่ซีซี หรือทำความเร็ว 0-100 ได้ในกี่วินาที แต่อยู่ที่ว่า "เวลาที่คุณใช้ในรถนั้นมีคุณภาพแค่ไหน" รถยนต์จะกลายเป็นพื้นที่ที่สาม (Third Place) รองจากบ้านและที่ทำงาน เป็นพื้นที่ที่คุณสามารถเป็นตัวเองได้มากที่สุดในขณะที่โลกภายนอกกำลังเคลื่อนที่ไป