ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ หลายคนเตรียมตัวเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือออกทริปท่องเที่ยวพักผ่อน แต่ท่ามกลางความสุขและการเฉลิมฉลอง สิ่งที่ไบค์เกอร์ทุกคนจะละเลยไม่ได้เลยคือ 'ความปลอดภัยบนท้องถนน' โดยเฉพาะอุปกรณ์นิรภัยชิ้นสำคัญอย่าง 'หมวกกันน็อก' เพราะศีรษะคือส่วนที่เปราะบางที่สุดของร่างกาย และอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลมักเกิดขึ้นได้เพียงเสี้ยววินาที
ในปัจจุบัน หลายคนยังเลือกใช้หมวกที่ไม่เหมาะสมกับประเภทการใช้งาน หรือเลือกที่จะละเลยการสวมใส่ ซึ่งนอกจากจะสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตในทริปปีใหม่ของคุณแล้ว ยังต้องเผชิญกับบทลงโทษทางกฎหมายที่เข้มงวดและมีโทษปรับที่หนักขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย เพื่อให้ปีใหม่นี้เป็นปีที่มีแต่ความสุข เรามาทำความรู้จักกับประเภทของหมวกกันน็อก วิธีเลือกไซส์ให้ถูกต้อง และข้อกฎหมายที่ควรรู้ก่อนสตาร์ทรถออกเดินทางกัน
ทำความรู้จักหมวกกันน็อก 6 ประเภทหลัก
การเลือกหมวกให้ถูกประเภทการใช้งานช่วยเพิ่มทั้งความปลอดภัยและความสะดวกสบาย
- หมวกเต็มใบ (Full Face) ปิดคลุมตั้งแต่หน้าผากถึงปลายคาง มีความแข็งแรงที่สุด เก็บเสียงดี และลู่ลมสูง เหมาะสำหรับบิ๊กไบค์หรือการขับขี่ทางไกล
- หมวกเปิดหน้า (Open Face) ปิดถึงบริเวณหูและท้ายทอยแต่เปิดช่วงคาง ใส่สบาย ไม่ร้อน เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่ความเร็วไม่สูงนัก
- หมวกยกคาง (Modular) ดูเหมือนเต็มใบแต่ยกส่วนคางขึ้นได้ สะดวกสำหรับคนใส่แว่นหรือเวลาจอดพักดื่มน้ำ เหมาะสำหรับสายทัวร์ริ่ง
- หมวกวิบาก (Motocross) คางยื่นยาวและมีแก๊ปบังแดด ออกแบบมาเพื่อระบายอากาศขณะออกแรงเยอะและป้องกันเศษดินสะบัด
- หมวกกึ่งวิบาก (Dual Sport) ผสมระหว่างวิบากกับเต็มใบ มีชิลด์หน้ากันลมแต่ยังมีแก๊ปบังแดด เหมาะสำหรับรถแนว Adventure
- หมวกครึ่งใบ (Half Face) ปกป้องเฉพาะส่วนบนของศีรษะ (มีความปลอดภัยต่ำที่สุด) ไม่แนะนำหากต้องเดินทางผ่านถนนเส้นหลักหรือใช้ความเร็ว
วิธีวัดขนาดศีรษะให้ "พอดี"
หมวกที่ปลอดภัยต้องไม่หลวมจนหลุดและไม่แน่นจนปวดหัว มีขั้นตอนดังนี้
- จุดวัดที่ถูกต้อง ใช้สายวัดตัวพันรอบศีรษะให้อยู่เหนือคิ้วประมาณ 1 นิ้ว (2.5 ซม.) และพาดผ่านส่วนที่กว้างที่สุดของท้ายทอย
- หน่วยวัด ใช้หน่วย "เซนติเมตร" เพื่อความแม่นยำที่สุด
- เช็กความกระชับ เมื่อสวมลงไปแล้ว หมวกต้องบีบที่แก้มเล็กน้อย (Cheek pads) แต่ต้องไม่กดหน้าผากหรือขมับจนเจ็บ
- ทดสอบสะบัด ลองล็อกสายรัดคางแล้วส่ายหัวไปมา หมวกต้องไม่เคลื่อนที่แยกจากศีรษะ
มาตรฐานความปลอดภัยที่ควรสังเกต
ก่อนซื้อควรมองหาสัญลักษณ์รับรองมาตรฐาน เพื่อยืนยันว่าผ่านการทดสอบแรงกระแทกมาแล้ว
- มอก. (TIS) มาตรฐานบังคับของประเทศไทย
- DOT มาตรฐานจากอเมริกา
- ECE (โดยเฉพาะ 22.06) มาตรฐานยุโรปที่ได้รับการยอมรับว่าเข้มงวดที่สุดในโลก
- SNELL มาตรฐานสำหรับการใช้ในการแข่งขัน
กฎหมายและบทลงโทษ
ปัจจุบันมีการปรับเพิ่มโทษเพื่อรณรงค์ความปลอดภัยอย่างจริงจัง ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก
- ผู้ขับขี่ไม่สวมหมวก มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
- ผู้โดยสาร (คนซ้อน) ไม่สวมหมวก มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
- โทษ 2 เด้งสำหรับคนขับ หากคนขับสวมแต่คนซ้อนไม่สวม คนขับ จะโดนปรับเพิ่มในฐานะผู้ขับขี่ที่ไม่จัดให้คนซ้อนสวมหมวก รวมแล้วอาจถูกปรับสูงสุดถึง 4,000 บาท
- การตัดคะแนน ถูกตัดคะแนนความประพฤติทันที 1 คะแนน จากทั้งหมด 12 คะแนน หากหมดจะถูกพักใช้ใบขับขี่
เกร็ดความรู้ เมื่อไหร่ที่ต้องเปลี่ยนหมวกใหม่?
- ทุก 3-5 ปี โฟมภายใน (EPS) จะเริ่มเสื่อมสภาพตามกาลเวลาและเหงื่อ
- เมื่อตกจากที่สูง หากหมวกหล่นพื้นอย่างรุนแรง หรือเคยผ่านอุบัติเหตุแม้เพียงครั้งเดียว "ต้องทิ้งทันที" เพราะโครงสร้างภายในอาจร้าวซ่อนอยู่
การสวมหมวกกันน็อกไม่ใช่แค่เพื่อเลี่ยงค่าปรับ แต่คือการซื้อ "โอกาสครั้งที่สอง" ให้กับชีวิต การเลือกประเภทที่เหมาะสม วัดขนาดให้พอดี และเลือกที่มีมาตรฐานรองรับ คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของไบค์เกอร์ทุกคน